ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน•ตอนที่ 13

จูบแก้เผ็ด

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
เสียงกระซิบของสายลมที่ลอดผ่านช่องกระจกเงาบานใหญ่ ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศอึมครึมภายในห้องทำงานส่วนตัวของธันวาเบาบางลงเลยแม้แต่น้อย ปลายสายตาของพอร์ชที่มองข้ามไหล่กว้างของคนตรงหน้าออกไป สะดุดเข้ากับเงาร่างคุ้นเคยที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้ระยะประชิด มันคือมินตรา... คู่หมั้นนามสมมติที่ผู้ใหญ่ทางฝั่งนั้นพยายามยัดเยียดให้ธันวาโดยไม่สนิทใจของเจ้าตัว แต่ก่อนที่ความวุ่นวายจากผู้มาใหม่จะทันได้ทำลายสมาธิ พอร์ชกลับต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อแรงปะทะจากฝ่ามือหนาที่คว้าหมับเข้าที่เอวสอบดึงรั้งร่างของเขาให้เข้าไปประชิดอย่างไร้ช่องว่าง ดวงตากลมโตตวัดกลับมามองคนตัวโตกว่าด้วยความไม่พอใจ ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาคือแววตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความดุดันและแรงหึงหวงที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาLดนิ่งสนิท "คิดจะมองหาใครอยู่ หืม?" เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความไม่สบอารมณ์ ธันวาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของพอร์ชราวกับต้องการค้นหาคำตอบ "ปล่อยนะครับคุณธันวา คนกำลังจะเดินเข้ามาอยู่แล้ว..." พอร์ชเอ่ยแย้งเสียงลอดไรฟัน พยายามดันแผงอกกว้างออกด้วยแรงทั้งหมดที่มี แต่ทว่าอ้อมแขนของมาเฟียหนุ่มกลับรัดแน่นราวกับคีมเหล็กที่ไม่มีวันยอมปล่อย "ปล่อยให้โง่น่ะสิ... ในเมื่อนายเป็นคนดึงดันจะหาเรื่องใส่ตัวก่อนเองนะ พอร์ช" รอยยิ้มมุมปากของธันวาปรากฏขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาจะได้รูปจะโน้มต่ำลงมาอย่างรวดเร็วโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันได้ตั้งตัว ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงบนกลีบปากนุ่มของพอร์ชอย่างไร้ความปรานี แรงกดทับที่หนักหน่วงและเร่าร้อนราวกับต้องการลงโทษคนดื้อรั้นให้เข็ดหลาบ ทำให้สมองของพอร์ชขาวโพลนไปชั่วขณะ สัมผัสที่ทั้งดุดันและจาบจ้วงถูกส่งผ่านความโกรธปนความหึงหวงอย่างชัดเจน พอร์ชเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเรียวที่เคยพยายามผลักไสเปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทราคาแพงของอีกฝ่ายแน่นเพื่อพยุงตัว ทว่าความวาบหวามที่ค่อยๆ ซึมซับเข้าไปในความรู้สึกกลับทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบหลุดออกมาจากอก รสจูบที่เริ่มต้นด้วยการลงทัณฑ์ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ ตามแรงอารมณ์ที่คนตัวโตเป็นผู้ควบคุม ธันวาขบเม้มริมฝีปากล่างของคนตรงหน้าเบาๆ เป็นเชิงบังคับให้เผยอรับสัมผัสที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ จนพอร์ชแทบจะยืนด้วยขาตัวเองไม่ไหว ร่างกายอ่อนยวบยาบลงไปพิงกับอกแกร่งโดยอัตโนมัติ ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันจนแทบแยกไม่ออกว่าใครเป็นเจ้าของ เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน พร้อมกับเสียงหวานใสที่คุ้นเคยเอ่ยแทรกบรรยากาศอันร้อนระอุเข้ามา "ธันวาคะ อยู่ข้างในหรือเปล่า... มินเองนะคะ" เสียงนั้นเปรียบเสมือนน้ำ冷ที่สาดเข้ามาปลุกให้พอร์ชได้สติ ร่างเพรียวใช้แรงเฮือกสุดท้ายผลักอกธันวาออกเต็มแรงจนร่างสูงเซถอยหลังไปเล็กน้อย พอร์ชรีบยกหลังมือขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเองลวกๆ ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความโกรธปนความอาย สายตาที่มองค้อนใส่ธันวาเต็มไปด้วยไฟโทสะ "คุณมัน... บ้าที่สุด!" พอร์ชเค้นเสียงกระซิบลอดไรฟันด้วยความโมโห ธันวาไม่ได้แสดงอาการสำนึกผิดเลยแม้แต่น้อย กลับกัน รอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความพอใจกลับปรากฏชัดเจนบนใบหน้าคมคาย ดวงตาคู่คมมองสำรวจริมฝีปากที่บวมเจ่อเล็กน้อยจากการกระทำของตนด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่กวนประสาทที่สุด "ถือเป็นการตักเตือน... ครั้งหน้าถ้ายังกล้าสายตาดื้อรั้นใส่ใครต่อหน้าฉันอีก นายจะไม่ได้โดนแค่จูบแน่ พอร์ช" ไม่ทันที่พอร์ชจะได้สวนคำพูดเจ็บแสบกลับไป ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกโดยมินตราที่ถือวิสาสะก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับต้องสะดุดกึกเมื่อเห็นสภาพของคนทั้งคู่ที่ยืนหายใจหอบกระชั้นอยู่ใกล้ชิดกันเกินความจำเป็น ดวงตากลมโตของมินตรากวาดมองพอร์ชตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาเหยียดหยาม ก่อนจะหันไปส่งยิ้มหวานให้ธันวาโดยพยายามเก็บซ่อนความไม่พอใจไว้ภายใต้ใบหน้าที่ปรุงแต่งอย่างดี "อุ๊ย... มินเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าคะเนี่ย ดูเหมือนคุณธันวาจะมีธุระด่วนกับ... เด็กฝึกงานคนนี้ซะด้วยสิคะ" มินตราเน้นเสียงคำว่าเด็กฝึกงานด้วยความจงใจจะลดคุณค่าของคนตรงหน้า พอร์ชสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติและรอยยิ้มเยعยวนตามแบบฉบับของตัวเองกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาคู่คมตวัดกลับไปมองคู่หมั้นสาวของเจ้านายด้วยแววตานิ่งสงบแต่เฉียบคมไม่แพ้กัน "ไม่รบกวนหรอครับ คุณมินตรา..." พอร์ชเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่ารอยยิ้มที่มุมปากกลับมีความเย้ยหยันซ่อนอยู่เต็มเปี่ยม "พอดีผมกับคุณธันวา... เพิ่ง 'เคลียร์' ธุระส่วนตัวกันเสร็จพอดี เชิญตามสบายเลยนะครับ" ธันวาเหลือบมองคนปากเก่งที่กล้าต่อปากต่อคำกับแขกไม่ได้รับเชิญด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งหมั่นไส้และเอ็นดูระคนกันในอก ร่างสูงขยับตัวยืนเต็มความสูง ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยราวน้ำแข็งไสอย่างไร้รอยต่อ "เธอมาทำไม มินตรา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามโดยไม่ไว้หน้า ทว่ามินตรากลับส่งยิ้มหวานแล้วเดินเข้าไปใกล้ พร้อมจะเกาะแขนแกร่ง ทว่าธันวาชักแขนหลบได้อย่างแนบเนียนจนหญิงสาวหน้าเสีย "คุณแม่ให้มินเอาเอกสารสำคัญมาให้ค่ะ แล้วก็... เรื่องงานเลี้ยงคืนนี้ที่คุณแม่บอกว่าอยากให้เราไปร่วมงานด้วยกัน..." มินตราเว้นจังหวะ เลื่อนสายตามามองพอร์ชด้วยหางตาก่อนจะเอ่ยประโยคถัดมาด้วยน้ำเสียงที่จงใจให้ได้ยินกันทุกคน "งานเลี้ยงตระกูลใหญ่แบบนั้น... คนบางคนคงไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะคิดฝันจะก้าวเท้าเข้าไปเหยียบหรอกจริงไหมคะ?" พอร์ชแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาคมกริบจ้องมองมินตรากลับไปอย่างไร้ความเกรงกลัว มือเรียวกำลังจะยกขึ้นจัดปกเสื้อให้เข้าที่ แต่ยังไม่ทันได้ขยับ ธันวากลับเอื้อมมือมาคว้าข้อมือของพอร์ชไว้เสียก่อน แรงบีบกระชับที่ส่งผ่านมาไม่ได้เจ็บปวด แต่กลับแฝงความหมายบางอย่างที่ทำให้พอร์ชต้องชะงัก "ใครบอกเธอ... ว่าพอร์ชจะไม่ได้ไป?" ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าสายตาคมกริบกลับไม่ได้มองมินตรา เขากลับจดจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของพอร์ชด้วยประกายระยิบระยับที่อ่านไม่ออก "ในเมื่อคืนนี้... ฉันตั้งใจจะควงคู่หมั้นตัวจริงไปเปิดตัวให้ทุกคนในงานได้เห็นอยู่แล้ว" คำพูดนั้นทิ้งระเบิดลูกใหญ่ลงกลางห้องทำงานทันที มินตราหน้าถอดสีด้วยความตกใจ ขณะที่พอร์ชเองก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างแรงเมื่อตระหนักได้ถึงความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคำประกาศกร้าวของมาเฟียหนุ่มจอมซึน ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "แบล็กสมิธในตำนาน" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%