ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน•ตอนที่ 26

ของขวัญที่ไร้ผู้รับ

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
"พอดีผมผ่านมาแถวนี้... แล้วบังเอิญเห็นคู่หมั้นคุณกำลังเดินขึ้นลิฟต์มาพอดีเลยว่ะ สนใจจะรับแขกไม่ได้รับเชิญคนนี้หน่อยไหมล่ะครับ?" น้ำเสียงยียวนกวนประสาทของไอ้รุ่นพี่ตัวแสบดังลอดมาจากปลายสาย พร้อมกับเสียงสัญญาณรอสายที่ถูกตัดไปอย่างไร้เยื่อใย พอร์ชยืนถือสมาร์ทโฟนแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องพักสุดหรูของโรงแรมระดับห้าดาวแห่งนี้ บรรยากาศรอบตัวมันช่างน่าอึดอัดเสียจนหายใจไม่ทั่วท้อง ทว่าสิ่งที่กวนใจยิ่งกว่าแขกไม่ได้รับเชิญที่กำลังดิ่งตรงมาทางนี้ กลับเป็นร่างสูงโปร่งของใครอีกคนที่ยืนกอดอกตีสีหน้าเรียบเฉยอยู่ริมหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ธันวา... ผู้ชายปากร้ายที่ขึ้นชื่อเรื่องความซึนเดเระระดับร้อยริกเตอร์ ตอนนี้กำลังทำตัวราวกับรูปปั้นหินสลัก ทั้งที่เมื่อครู่เพิ่งจะแสดงอาการหึงหวงจนออกนอกหน้า "ยืนทำหน้าเป็นปลาทูแม่กลองอยู่ได้ จะให้ผมยืนต้อนรับว่าที่คู่หมั้นของคุณตรงนี้เลยไหมล่ะครับ?" พอร์ชแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยหันไปจิกกัดคนตัวสูงที่ยังคงตีหน้าตายไม่รู้ไม่ شี้ ธันวาขยับตัวเล็กน้อย ขายาวก้าวเข้ามาใกล้ด้วยท่าทีสบายๆ ทว่าแววตาคมกราบคู่นั้นกลับระอุไปด้วยกรุ่นอารมณ์ที่เจ้าตัวพยายามกลบเกลื่อน "ผมบอกตอนไหนว่าอยากเจอเธอ? ปล่อยให้เธอยืนเคาะประตูจนมือหักคาห้องไปสì ดีเสียอีก จะได้เลิกวุ่นวายกับผมสักที" "ปากแข็งชะมัด" พอร์ชสวนกลับทันควันอย่างไม่คิดจะเกรงใจ "ถ้าไม่แคร์แล้วทำไมสันกรามถึงกระตุกทุกครั้งที่ได้ยินชื่อมินตราล่ะครับคุณธันวา? เลิกฟอร์มจัดสักทีเถอะ มันน่ารำคาญ" "ผมไม่ได้ฟอร์ม" ธันวาเสียงเข้มขึ้นทันที ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจที่ถูกจับไต๋ได้ ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวพอร์ชอย่างรวดเร็ว จนแผ่นหลังของคนตัวบางเกือบชิดติดกับขอบโต๊ะทำงาน "แล้วก็เลิกทำตัวเป็นแม่สื่อจำเป็นสักที พอร์ช... คุณก็รู้ว่าคนเดียวที่ผมอยากมองหน้าตอนนี้ไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้น" บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วขณะ เคมีที่อัดแน่นไปด้วยความดื้อรั้นและแรงดึงดูดประหลาดระหว่างทั้งคู่พุ่งสูงขึ้นจนแทบจะได้ยินเสียงหัวใจเต้น โจทก์เก่าอย่างมินตรากำลังจะมาถึงหน้าประตูห้องในอีกไม่ถึงนาที แต่คนตัวโตตรงหน้ากลับยังมัวแต่ใช้สายตาคมกริบคู่นั้นคาดคั้นเอาคำตอบจากเขา ก๊อกๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายความเงียบ ทว่ามันไม่ใช่เสียงเคาะเบาๆ แต่มันคือการทุบด้วยความหงุดหงิดที่บ่งบอกถึงตัวตนของผู้มาเยือนได้อย่างชัดเจน ธันวาพ่นลมหายใจออกมาอย่างหัวเสีย ใบหน้าคมคายบึ้งตึงลงทันที สัญชาตญาณความเป็นมาเฟียหนุ่มจอมหวงก้างกำลังตีรวนอยู่ในอก แม้ปากจะบอกว่าไม่สนใจ แต่วินาทีที่ได้ยินเสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นห้องด้านนอก สีหน้าของเขากลับมืดมนลงยิ่งกว่าเดิม "เปิดสิครับ" ธันวาว่าเสียงลอดไรฟัน ดวงตาดุจเหยี่ยวจ้องมองพอร์ชราวกับต้องการทดสอบความใจแข็ง "อยากรู้นักว่ายัยนั่นจะมีปัญญาพูดอะไรเข้าหูคุณบ้าง ถึงได้กล้าทำหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวขนาดนี้" พอร์ชถอนหายใจยาวเหยียดอย่างระอา นึกหมั่นไส้ท่าทีเก๊กขรึมของคนตรงหน้าเต็มทน มือเรียวผลักอกแกร่งของธันวาให้ออกห่างเบาๆ ก่อนจะสาวเท้าเดินตรงไปที่ประตูด้วยความมั่น and ไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใด แกร็ก! บานประตูเปิดออกเผยให้เห็นร่างเพรียวบางของมินตราในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพง ใบหน้าที่ผ่านการแต่งแต้มมาอย่างประณีตบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเคือง ทว่าทันทีที่เห็นว่าคนเปิดประตูไม่ใช่ธันวาแต่เป็นพอร์ช รอยยิ้มเยาะเย้ยก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอทันที "อุ๊ย... นึกว่าใคร ที่แท้ก็เด็กเลี้ยงแกะนี่เอง" มินตราเชิดหน้าขึ้น น้ำเสียงจิกกัดเต็มไปด้วยความดูถูก "กล้ามนักนะ ถึงได้กล้าพาธันวาหนีมาหลบอยู่ที่นี่คนเดียว คิดเหรอว่าทำแบบนี้แล้วผู้ใหญ่ทางบ้านเขาจะยอมรับน่ะห่ะ?" พอร์ชยืนกอดอกพิงกรอบประตู สีหน้าเรียบเฉยราวกับกำลังฟังเสียงลมพัดผ่าน ปากบางแย้มยิ้มเย็นเยียบที่ชวนให้อีกฝ่ายหงุดหงิดเล่น "อ้าว นึกว่าใคร ที่แท้ก็แขกไม่ได้รับเชิญที่ชอบเดินเข้าออกห้องผู้ชายตามอำเภอใจนี่เองครับ พอดีเลย ประตูกว้างขนาดนี้ เชิญเข้ามาด้านในสิครับ เจ้าของห้องเขารอจนเหงือกแห้งแล้วมั้ง" พอร์ชเบี่ยงตัวหลีกทางให้เล็กน้อย พร้อมกับผายมือเชิญด้วยรอยยิ้มกวนประสาท มินตราหน้าเสียไปวูบหนึ่งเมื่อเห็นท่าทีไม่สะทกสะท้านของอีกฝ่าย เธอกัดริมฝีปากแน่นด้วยความแค้นเคือง ก่อนจะเดินกระแทกส้นเท้าผ่านหน้าพอร์ชเข้าไปในห้องสูท ทว่า... ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตูและสบเข้ากับร่างสูงใหญ่ของธันวาที่ยืนกอดอกรออยู่ริมหน้าต่างด้วยสีหน้าราวกับยมทูต ร่างของมินตราก็ชะงักกึก สีหน้ามั่นอกมั่นใจเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในทันที "ธัน... ธันวาคะ คือว่า..." มินตราเสียงสั่น พยายามปรับสีหน้าให้ดูน่าสงสารแล้วก้าวเข้าไปหา "มินเป็นห่วงคุณแทบแย่ ทำไมถึงไม่รับโทรศัพท์มินเลยล่ะคะ รู้ไหมว่าคุณปู่ท่าน..." "หยุดพูดซะทีเถอะครับมินตรา" ธันวาตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันกลับเย็นเยียบจนคนฟังขนลุกซู่ ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่คู่หมั้นสาวด้วยความรังเกียจอย่างไม่คิดจะปิดบัง "การที่เธอเสนอหน้ามาถึงที่นี่ โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังทำตัวน่าสมเพชขนาดไหน มันทำให้ฉันยิ่งมั่นใจว่าการถอนหมั้นคือทางเลือกที่ถูกต้องที่สุด" คำพูดที่เฉียบคมราวกับใบมีดกรีดลงกลางใจของมินตราจนเธอหน้าชาวาบ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความอับอายและเจ็บใจ เธอกำหมัดแน่น หันมาถลึงตาใส่พอร์ชด้วยความเคียดแค้น "แก! เป็นเพราะแกใช่ไหมที่เป่าหูธันวา!" พอร์ชเลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่สะทกสะท้าน "อย่าโทษคนอื่นเลยครับคุณมินตรา ถ้าตัวคุณเองมันไม่มีค่าพอที่จะรั้งเขาไว้ ต่อให้ผมเป็นใบ้ เขาก็คงไม่ชายตาแลคุณอยู่ดี" "แก!" มินตรากรีดร้องเสียงหลงด้วยความบันดาลโทสะ เงื้อมือหมายจะพุ่งเข้ามาตบหน้าพอร์ชให้หายแค้น หมับ! ทว่ามือเรียวยังไม่ทันถึงตัว กลับถูกมือหนาของธันวาคว้าเอาไว้แน่น แรงบีบที่ข้อมือทำให้นิ้วของมินตราแทบหัก ร่างสูงก้าวเข้ามาขวางหน้าพอร์ชเอาไว้ทันที แววตาดุดحราวกับสัตว์ป่าที่กำลังปกป้องอาณาเขต "อย่าแม้แต่จะคิดแตะต้องคนของผม" ธันวาเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนมินตราชักมือกลับด้วยความหวาดกลัว "แล้วก็ไสหัวออกไปจากห้องนี้ซะ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วทำลายตระกูลของคุณให้ราบคาบ" มินตราสะอื้นฮักด้วยความเสียหน้า เธอรู้ดีว่าธันวาพูดจริงทำจริง ร่างบางจึงทำได้เพียงสะบัดหน้าหนีแล้ววิ่งเตลิดออกจากห้องไปพร้อมกับเสียงปิดประตูดังสนั่น ปัง! ความเงียบกลับมาปกคลุมห้องพักกว้างใหญ่อีกครั้ง พอร์ชยืนมองแผ่นหลังกว้างของคนที่เพิ่งประกาศกร้าวคำว่า 'คนของผม' ออกมาเมื่อครู่ หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ แม้ปากจะบอกว่ารำคาญ แต่การกระทำของธันวามักจะเกินคาดเดาเสมอ ธันวาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปลดกระดุมเสื้อเม็ดบนออกเพื่อระบายความอึดอัด ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับพอร์ช ดวงตาคมกริบฉายแววอ่อนลงเล็กน้อยอย่างที่หาดูได้ยาก "สะใจพอใจคุณหรือยังครับ?" ธันวาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดจะหงุดหงิดนิดๆ แต่แววตากลับพราวระยับ "จัดการมารยาททรามๆ ให้คุณแล้ว ทีนี้... ถึงตาเราต้องเคลียร์กันบ้างล่ะ" พอร์ชกอดอก เชิดหน้าขึ้นท้าทาย "เคลียร์อะไรอีกครับ ผมไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย คนที่ควรต้องเคลียร์คือคุณต่างหาก ที่ปล่อยให้ปัญหาเรื้อรังจนน่ารำคาญแบบนี้" ธันวาไม่ตอบ เขาเพียงแค่ก้าวเข้ามาประชิดตัวพอร์ชอีกครั้ง ช้าๆ แต่มั่นคง จนหลังของคนตัวบางชนเข้ากับผนังห้องอย่างไร้ทางหนี ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่ข้างแก้ม "ผมง้อคนไม่เป็นหรอกนะพอร์ช..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงนั้นเจือความดื้อรั้นและจริงจังในเวลาเดียวกัน "แต่ถ้าถามว่าหวงคุณมากแค่ไหน... บอกได้เลยว่ามากกว่าที่คุณคิด" พอร์ชชะงัก หัวใจเต้นแรงผิดจังหวะกับคำสารภาพที่ไร้ซึ่งความโรแมนติก แต่มันกลับทรงพลังจนทำให้เขาพูดไม่ออก ดวงตาคู่คมของธันวาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเขา ราวกับกำลังรอคอยปฏิกิริยาบางอย่าง ทว่า... ในจังหวะที่ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร และบรรยากาศกำลังหวานซึ้งจนเกือบจะเกินเลย กริ๊ก... เสียงปลดล็อกของบานประตูด้านนอกดังขึ้น พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ผลักประตูเข้ามาอย่างไร้มารยาท "เฮ้ย ธันวา! กูเอาเอกสารที่มึงสั่งมาให้... อ้าว ชิบหาย!" (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาเติมกำลังใจให้กันเสมอนะครับ)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%