เสียงกริ่งหน้าห้องที่ดังขึ้นติดต่อกันสามครั้ง ไม่ได้ทำให้ธันวาละสายตาจากกองเอกสารบนโต๊ะทำงานแม้แต่น้อย
มือหนาในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนลวกๆ ยังคงจรดปลายปากกาลงบนรายงานการเงิน ข้อมูลตัวเลขวิ่งผ่านสมองอย่างว่างเปล่า ชายหนุ่มขยับเนกไทที่คลายปมออกเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิดที่เจ้าตัวก็ไม่อยากยอมรับว่ามันเกิดจากอะไร ตั้งแต่วินาทีที่บานประตูห้องนั้นปิดลงเมื่อคืนก่อน ความเงียบงันที่น่ารังเกียจก็กลับมาครอบครองเพนต์เฮوسหรูราคาเก้าหลักแห่งนี้อีกครั้งอย่างถาวร
ไม่มีเสียงบ่นกระปอดกระแปดยามที่เขาทำเอกสารรก
ไม่มีสายตาคมกริบที่มักจะมองมาพร้อมรอยยิ้มเยาะยวนชวนให้เลือดขึ้นหน้า
และที่สำคัญที่สุด... ไม่มีร่องรอยของพอร์ชหลงเหลืออยู่เลย
"คุณธันวาครับ เอกสารชุดที่ให้ตรวจสอบ..." เลขานุการหนุ่มที่เปิดประตูเข้ามาด้วยคีย์การ์ด ชะงักกึกทันทีเมื่อเห็นสายตาคมปลาบที่ตวัดมองมา "เอ่อ... ผมวางไว้ตรงนี้นะครับ"
"ออกไป" น้ำเสียงทุ้มต่ำตวัดห้วนสั้นอย่างไร้ความปรานี
ลับหลังร่างของลูกน้องที่รีบถอยก้นขวิดออกไป ธันวาทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องรับแขกที่กว้างใหญ่ แต่มันกลับดูเวิ้งว้างจนน่าใจหาย แก้วกาแฟที่เคยมีรอยลิปสติกจางๆ หรือหมอนอิงที่เคยถูกโยนสลับที่ มันคือความทรงจำไร้สาระที่เขากำลังพยายามปัดตกจากหัว แต่ยิ่งพยายามลืม สมองเจ้ากรรมกลับยิ่งฉายภาพใบหน้ากวนประสาทของอีกฝ่ายชัดเจนขึ้นทุกที
*“คุณนี่มันพวกไร้ชีวิตชีวาเอาซะเลยนะธันวา”*
คำพูดนั้นลอยวนอยู่ในโสตประสาท ธันวากัดฟันกรอด เขาเป็นถึงนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล ชีวิตของเขามีแต่แผนการ ผลกำไร และความมั่นคง ทำไมเขาต้องมานั่งใส่ใจกับเด็กปากจัดที่เข้ามาปั่นป่วนชีวิตเขาแค่ไม่กี่เดือนด้วยวะ?
เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะสั่นครืดกระชากความคิดของเขาให้หลุดออกจากภวังค์ หน้าจอแสดงชื่อของ ‘มินตรา’ คู่หมั้นที่ผู้ใหญ่จัด
ธันวาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความรำคาญใจ นิ้วเรียวกดรับสายอย่างไร้เยื่อใย
"ว่าไงครับคุณมินตรา"
*(ธันวาคะ เย็นนี้ว่างไหมคะ พอดีคุณแม่ฝากให้มินตราเอาของมาให้ที่คอนโด...)* น้ำเสียงหวานหยดที่พยายามดัดให้ฟังดูน่ารักดังลอดออกมา
"ผมไม่ว่าง ช่วงนี้งานยุ่ง ส่งคนอื่นมาแทนเถอะครับ" ธันวาตัดบทอย่างไร้เยื่อใยตามเคย
*(แต่ว่า...)*
"ผมมีประชุมสายสำคัญ ขอตัวครับ"
เขากดตัดสายอย่างไร้ความลังเล ความสัมพันธ์ที่ถูกขีดเส้นไว้โดยผู้ใหญ่เป็นอีกหนึ่งเรื่องน่าเบื่อที่เขาปล่อยให้มันไหลไปตามน้ำมาตลอด แต่แปลก... พอมันไม่มีพอร์ชมาคอยแซะคอยเหน็บแนมเวลาที่มินตราโทรมาจิกกัด ชีวิตของเขาในตอนนี้มันกลับแห้งแล้งราวกับทะเลทรายที่ไร้หยาดฝน
ธันวาผุดลุกขึ้นเดินไปที่กระจกใสบานยักษ์ มองทัศนียภาพเบื้องล่างของมหานครที่ไม่เคยหลับใหล ผู้คนมากมายเดินขสวนกันไปมา แต่ทำไมในสายตาของเขา ทุกอย่างมันถึงดูเป็นภาพสีเทาที่ไร้ชีวิตชีวาไปเสียหมด
เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้นอีกครั้ง... ครั้งนี้มันยาวนานและหนักหน่วงกว่าเดิม
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความฉุนเฉียว ใครมันกล้ามากวนใจเขาในเวลาแบบนี้ ธันวาก้าวเท้าฉับๆ ไปที่ประตูด้วยอารมณ์คุกกรุ่น มือหนากระชากบานประตูเปิดออกอย่างแรงด้วยความตั้งใจจะไล่ตะردให้พ้นทาง
"บอกแล้วไงว่าผมไม่ว..."
คำพูดทั้งหมดกลืนหายลงไปในลำคอทันที เมื่อนัยน์ตาคมกริบสบเข้ากับร่างที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
พอร์ชยืนอยู่ตรงนั้น... เสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำรับกับกางเกงยีนส์เซอร์ๆ เรือนผมยุ่งเหยิงเล็กน้อยเพราะสายลม แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของธันวาแทบสะดุด คือรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความกวนประสาทและแววตาท้าทายคู่นั้น
"มองหน้าแบบนี้... คิดถึงจนจำไม่ได้แล้วรึไงคุณชายซึน"
พอร์ชเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงติดตลก ทว่าหัวใจของธันวากลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง ความมืดมนที่กัดกินจิตใจมาตลอดทั้งวันสลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความร้อนรุ่มที่ตีตื้นขึ้นมาจนเกือบควบคุมไม่อยู่
ก่อนที่ธันวาจะได้เอ่ยปากพูดอะไรออกไป พอร์ชก็เป็นฝ่ายแทรกขึ้นมาด้วยรอยยิ้มร้ายกาจ พร้อมกับยกโทรศัพท์มือถือในมือขึ้นหมุนเล่นเบาๆ
"พอดีผมผ่านมาแถวนี้... แล้วบังเอิญเห็นคู่หมั้นคุณกำลังเดินขึ้นลิฟต์มาพอดีเลยว่ะ สนใจจะรับแขกไม่ได้รับเชิญคนนี้หน่อยไหมล่ะครับ?"
ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน•ตอนที่ 25
วันธรรมดาที่ขาดหายไป
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!