ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน•ตอนที่ 8

รอยร้าวที่เริ่มก่อตัว

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
"ถ้าเกมนี้มันน่าเบื่อนัก ทำไมคุณไม่ถอนตัวออกไปเสียตั้งแต่ตอนนี้ล่ะครับคุณธันวา" เสียงของพอร์ชไม่ได้ดัง แต่คมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนบรรยากาศตึงเครียดภายในห้องรับรองวีไอพี ธันวาเบิกตากว้างเล็กน้อย หันขวับไปมองหน้ามินตราสลับกับพอร์ชที่นั่งนิ่งสนิท ดวงตาคู่สวยที่เมื่อครู่ยังพราวระยับด้วยความสนุก กลับไหวระริกด้วยประกายเย็นชาที่วูบผ่านเข้ามาเพียงเสี้ยววินาที มินตราหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แหลมสูงและจงใจสร้างความรำคาญ เธอยกมือขึ้นทัดผม ยืนบิดตัวอย่างจริตจะก้านชนิดที่ผู้หญิงมองยังหมั่นไส้ "อุ๊ย พอร์ชพูดอะไรแบบนั้นล่ะคะคุณธันวาเขาก็แค่... ตามมารยาททางสังคม ที่จริงแล้วเขากำลังเป็นห่วงฉันต่างหาก จริงไหมคะคุณธันวา" ธันวาไม่ตอบ สันกรามของมาเฟียหนุ่มขบเข้าหากันจนนูนเด่น ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬหันกลับมาจ้องหน้าพอร์ชนิ่งนาน ราวกับกำลังประเมินว่าอีกฝ่ายทำตัว "ล้ำเส้น" ไปมากแค่ไหนแล้ว บรรยากาศรอบตัวคุกรุ่นไปด้วยแรงกดดันที่สัมผัสได้ หากเป็นคนอื่นคงก้มหน้าหลบสายตาไปนานแล้ว แต่พอร์ชไม่ใช่ พอร์ชเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ส่งยิ้มเย็นเยียบที่ไปไม่ถึงดวงตาให้ ท่าทางไม่สะทกสะท้านนั้นทำให้ธันวาหายใจสะดุดไปจังหวะหนึ่ง "ห่วงเหรอครับ?" พอร์ชทวนคำ น้ำเสียงเยาะหยันอย่างไม่ปิดบัง "ผมคงเข้าใจความหมายคำว่า 'ห่วง' ของคุณธันวาผิดไปสินะ นึกว่าห่วงอนาคตบริษัทตัวเองกลัวจะล่มจมเพราะคู่หมั้นหน้าตา... เอ่อ พูดไม่คิดซะอีก" "พอร์ช!" มินตราหวีดร้อง หน้าถอดสีด้วยความโกรธ "ถ้าไม่มีอะไรทำเป็นชิ้นเป็นอัน ผมขอตัวครับ พอดีผมมีธุระต้องไปคุยเรื่องงานกับคนที่มีสมองมากกว่าจะมานั่งฟังเสียงนกเสียงกาเห่า" พอร์ชลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีจริงบนสูทเข้ารูปอย่างไม่แยแส ก่อนที่ธันวาจะทันได้เอ่ยปากรั้งหรือด่าทออะไร พอร์ชก็หันหลังก้าวเดินออกไปจากห้องนั้นทันที เสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นหินอ่อนดังเป็นจังหวะสะท้อนความหงุดหงิดที่อัดแน่นอยู่ในอก พอร์ชเดินเลี่ยงออกมาทางระเบียงด้านหลังของคฤหาสน์ซึ่งติดกับสวนหย่อมส่วนตัว ลมยามค่ำคืนปะทะเข้ากับใบหน้าคมคาย ช่วยขับไล่ความร้อนรุ่มในอกให้เจือจางลงได้บ้าง ร่างเพรียวทิ้งตัวพิงราวระเบียงเหล็กดัด ทอดสายตามองความมืดมิดของสวนเบื้องล่าง มือเรียวยกขึ้นนวดขมับเบาๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดหัวที่เริ่มก่อตัว ให้ตายเถอะ... ผู้ชายปากจัดอย่างธันวานี่มันน่าทุบให้หลังหักจริงๆ รู้ทั้งรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นจงใจเข้ามาปั่นป่วน แต่ก็ยังทำเป็นนิ่งเฉย ปล่อยให้เกมบ้าๆ นี่ดำเนินต่อไป หรือทั้งหมดนั่นมันเป็นแค่เกมที่ธันวาตั้งใจจะปั่นหัวเขากันแน่? คำถามมากมายตีวนอยู่ในหัว จนกระทั่งเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ดังขึ้นจากด้านหลังดึงพอร์ชให้หลุดจากภวังค์ พอร์ชไม่จำเป็นต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมกับความเย็นเยือกที่เป็นเอกลักษณ์แบบนั้น มีอยู่คนเดียวในรัศมีร้อยเมตรนี้ "คิดว่าหนีออกมาแล้วเกมจะจบงั้นเหรอ" เสียงทุ้มต่ำและติดจะหงุดหงิดดังขึ้นใกล้เกินความจำเป็น ธันวาก้าวเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังของพอร์ชแทบจะแนบชิดกับอกแกร่งของอีกฝ่ายโดยปริยาย พอร์ชหันกลับมาเผชิญหน้า ดวงตากลมโตตวัดมองอย่างไม่เกรงกลัว "ผมไม่ได้หนีครับคุณธันวา ผมแค่ออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ หลีกหนีจากมลพิษทางเสียงและทางสายตาข้างในนั้น ต่างหากล่ะ" ธันวากัดฟันกรอด ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของพอร์ช ราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มเย้ยหยันนั่น "ปากเก่งให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะพอร์ช เธอคิดว่าตัวเองฉลาดนักใช่ไหม ถึงได้กล้าเดินหนีฉันกลางวงแบบนั้น" "แล้วคุณจะทำไมล่ะครับ? จะไล่ออก หรือจะหักเงินเดือนผมดีล่ะ? เชิญตามสบายเลยครับ เพราะลำพังแค่ทนหน้าคุณกับคู่หมั้นของคุณในห้องนั้น ผมก็แทบจะอยากขอค่าทำขวัญอยู่แล้ว" พอร์ชสวนกลับทันควัน ไดอะล็อกเชือดเฉือนพรั่งพรูออกมาอย่างไร้ความเกรงกลัว แต่ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ธันวาขยับตัวเข้าใกล้เพื่อจะเอ่ยคำพูดโต้เต้กลับที่เจ็บแสบกว่าเดิม สายตาของพอร์ชที่กวาดมองผ่านไหล่กว้างของอีกฝ่ายไป ก็สะดุดเข้ากับบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้คำพูดทั้งหมดติดอยู่แค่ลำคอ แสงไฟส mลัวจากสวนส่องกระทบให้เห็นมุมห้องทำงานส่วนตัวชั้นล่างที่หน้าต่างไม่ได้ปิดม่านสนิท ภาพที่สะท้อนเข้าสู่สายตาคือธันวา... อีกคน? ไม่ใช่... พอร์ชขมวดคิ้วแน่นเมื่อเห็นเงาร่างของธันวาในห้องนั้นทรุดตัวลงนั่งกับพื้นพรมอย่างไร้เรี่ยวแรง มือหนาทั้งสองข้างยกขึ้นกุมศีรษะตัวเองแน่น ไหล่กว้างสั่นเทาเล็กน้อย ท่าทางที่แสดงออกถึงความเปราะบางและแตกสลายอย่างถึงที่สุดนั้น ช่างแตกต่างจากภาพลักษณ์มาเฟียผู้เย่อหยิ่งและเย็นชาที่ยืนอยู่ตรงหน้าพอร์ชในตอนนี้ราวฟ้ากับเหว หัวใจของพอร์ชกระตุกวูบ ความโกรธเคืองเมื่อครู่อันตรธานหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความตกใจและสับสนระคนเวทนา พอร์ชมองสลับระหว่างร่างของธันวาที่ยืนประจันหน้าอยู่ตรงนี้ กับเงาร่างที่กำลังทรุดพังทลายอยู่ในห้องมืดๆ เบื้องล่างนั้น ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นร้อนของคนตรงหน้าที่รดอยู่ข้างแก้ม ธันวาสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในแววตาของพอร์ชได้ทันที ความแข็งกร้าวในดวงตาคู่นั้นจางหายไป ถูกแทนที่ด้วยประกายความสงสัยและบางสิ่งที่อ่อนโยนจนน่าประหลาด "มองอะไร" ธันวาเอ่ยเสียงต่ำ น้ำเสียงไหวระริกเล็กน้อยอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน พอร์ชไม่ตอบ แต่ก้าวเท้าถอยหลังครึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตามาเฟียหนุ่มนิ่งนาน ราวกับกำลังพยายามอ่านคำตอบจากดวงตาสีนิลที่ตอนนี้ฉายแวววูบไหวราวกับคนกำลังจะจมน้ำ "ผมเพิ่งรู้..." พอร์ชเอ่ยแผ่วเบา น้ำเสียงปราศจากร่องรอยของการประชดประชัน "ว่าภายใต้เกราะเหล็กหนาที่คุณสวมไว้... มันไม่มีอะไรนอกจากเศษซากของความพัง ธันวาชะביกตัวกึก ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย รังสีอำมหิตที่เคยแผ่ออกมารอบตัวมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความตื่นตระหนกที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนใต้ใบหน้าเรียบเฉย "เธอพูดเรื่องอะไร..." ธันวาเค้นเสียงถาม แต่เสียงกลับแหบพร่ากว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด "เรื่องที่คุณรู้อยู่แก่ใจไงครับ... คุณธันวา" พอร์ชเอื้อมมือออกไปช้าๆ ปลายนิ้วเรียวแตะเบาลงบนปกเสื้อสูทที่ยับยั้งเล็กน้อยของคนตรงหน้าอย่างถือวิสาสะ ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่กำลังสั่นไหวของอีกฝ่าย "ถ้าเหนื่อยนัก ทำไมถึงไม่ยอมถอดหน้ากากแล้วร้องไห้ออกมาซะล่ะครับ?" ธันวานิ่งค้างราวกับถูกสาป มือหนาเอื้อมออกไปคว้าข้อมือเรียวที่แตะอยู่บนอกของตัวเองไว้แน่น แรงบีบไม่ได้เจ็บปวด แต่สั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันในระยะประชิดที่ใกล้จนเกินความจำเป็น "อย่ามาทำเป็นรู้ดี..." ธันวาขยับริมฝีปากกระซิบชิดริมหีบฝีปากของพอร์ช น้ำเสียงพร่าสั่นและเต็มไปด้วยความดื้อรั้นเป็นครั้งสุดท้าย "เธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวฉันเลยสักนิด พอร์ช" "งั้นก็บอกผมสิครับ..." พอร์ชยิ้มบาง รอยยิ้มที่ไม่ได้เย้ยหยัน แต่ลึกล้ำและดึงดูดใจจนธันวารู้สึกเหมือนสติกำลังจะหลุดลอย "...บอกให้ผมรู้สิ ว่าอะไรที่ทำให้คุณต้องกลายมาเป็นคนซึนเดเระปากแข็งที่น่าสงสารแบบนี้" ธันวาสบตาพอร์ชนิ่ง ลมหายใจของทั้งคู่ประสานกันเป็นจังหวะเดียวกัน ท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืนที่กำลังเป็นใจ ความลับที่ถูกปิดตายไว้ภายใต้กำแพงน้ำแข็งกำลังจะพังทลายลงด้วยปลายนิ้วสัมผัสเพียงนิดเดียว... แต่ก่อนที่ธันวาจะทันได้เอ่ยคำสารภาพใดๆ ออกมาจากริมฝีปากที่สั่นระริกนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงพร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อเขาก็ดังแทรกขึ้นจากปลายทางเดินมืดสนิท... ขอบคุณที่ติดตามและอยู่เคียงข้างกันเสมอมานะครับ!
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%