ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน•ตอนที่ 9

ค่ำคืนที่ฝนตกหนัก

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
"ถอยออกไปหน่อยครับ คุณธันวา พื้นที่ในรถมันไม่ได้กว้างขนาดให้เรามาหายใจรดต้นคอใส่กันแบบนี้" เสียงทุ้มห้วนที่เจือความหงุดหงิดเล็กน้อยดังขึ้นทำลายความเงียบภายในห้องโดยสารที่มืดสนิท เม็ดฝนด้านนอกยังคงโหมกระหน่ำซัดสาดใส่ตัวถังรถยนต์ราคาแพงราวกับจะประกาศสงกร่งกับโลกใบนี้ ทว่าความอึดอัดที่แท้จริงไม่ได้มาจากพายุภายนอก หากแต่มาจากระยะห่างระหว่างคนสองคนที่ถูกบีบให้แคบลงเรื่อยๆ จนแทบไม่เหลือช่องว่าง พอร์ชขยับตัวหนีชิดติดกับแผงประตูด้านข้าง ดวงตาคมกริบมองค้อนคนตัวโตที่นั่งอยู่เบาะข้างๆ ด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ปนระแวง เหตุการณ์เมื่อครู่ที่เกือบจะหลุดปากสารภาพความในใจถูกตัดตอนลงอย่างไร้เยื่อใยด้วยเสียงเรียกอันน่ารำคาญของบอดี้การ์ดด้านนอก ก่อนที่ธันวาจะลากเขาส่งขึ้นมาหลบฝนบนรถคันนี้ได้ทันท่วงที แต่ปัญหาคือ ตอนนี้พวกเขากลับติดแหงกอยู่ข้างในท่ามกลางลานจอดรถที่ไฟดับสนิท เนื่องจากหม้อแปลงระเบิดจากแรงพายุ "ฉันไม่ได้อยากหายใจรดต้นคอเธอหรอกนะพอร์ช ถ้าเลือกได้ ฉันคงลงไปยืนตากฝนข้างล่างนานแล้ว ดีกว่าต้องมานั่งทนฟังเสียงบ่นน่ารำคาญของคุณ" ธันวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยەชาและท่าทีเย่อหยิ่งตามสไตล์มาเฟียปากแข็ง ดวงตาคมกวาดมองไปทางอื่นอย่างจงใจเพื่อหลบเลี่ยงการสบตา แต่สันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นกับกล้ามเนื้อลำคอที่ไหววูบตามจังหวะการกลืนน้ำลาย กลับฟ้องชัดเจนว่าเจ้าตัวกำลังพยายามสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างที่พลุ่งพล่านอยู่ภายใน "ถ้าคิดว่าผมบ่นน่ารำคาญนัก ทำไมไม่เปิดประตูแล้วออกไปยืนตากฝนดูล่ะครับ เชิญเลยนะ ผมไม่ห้ามหรอก" พอร์ชลอยหน้าลอยตาพูดประชด พร้อมกับกอดอกแน่นเพื่อสร้างกำแพงป้องกันตัวเองจากบรรยากาศชวนใจสั่นนี้ บรรยากาศในห้องโดยสารอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมผสานกับความชื้นจากละอองฝน ความเงียบงันกลับมาโรยตัวอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันกลับเต็มไปด้วยกระแสความตึงเครียดที่แปลกประหลาด เสียงสายฝนที่กระทบหลังคาเหล็กดังทึบๆ กลายเป็นฉากหลังที่ขับเน้นให้เสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ชัดเจนยิ่งขึ้น ธันวาหันขวับกลับมามองคนปากเก่ง ท่าทีที่เคยเย่อหยิ่งเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยประกายตาคมกลาบที่วับวามในความมืด เขายื่นมือหนาออกไปคว้าข้อแขนของพอร์ชไว้ด้วยความเร็วที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว แรงดึงที่ไม่มากไม่น้อยทำให้ร่างโปร่งเซเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของเขาอย่างจัง "เฮ้ย! คุณจะทำอะไร" พอร์ชอุทานเสียงหลง มือเรียวยกขึ้นยันแผงอกแกร่งไว้ตามสัญชาตญาณ แต่ทว่าอุ้งมือใหญ่ของธันวากลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเขาตรึงไว้เหนือศีรษะได้อย่างง่ายดาย "ปากเก่งนักนะ... ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เธอคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์มาออกคำสั่งกับฉัน" ธันวาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นมินต์จางๆ ปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้หัวใจของพอร์ชกระตุกวูบอย่างแรง "ปล่อยผมนะ... คุณธันวา อย่ามาฉวยโอกาสในเวลานี้เด็ดขาด" พอร์ชพยายามเบือนหน้าหนีความใกล้ชิดอันตรายนี้ ทว่าปลายคางกลับถูกปลายนิ้วแข็งแรงเชยขึ้นบังคับให้หันกลับมาสบตา ดวงตาคู่คมของมาเฟียหนุ่มเวลานี้ไม่มีแววหยอกล้อหลงเหลืออยู่เลย มันเต็มไปด้วยความดุดัน ความปรารถนา และบางสิ่งที่ลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเดา "ฉวยโอกาสเหรอ? ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยพอร์ช... หรือว่าเธอต่างหากที่กำลังกลัว กลัวว่าหัวใจตัวเองจะทนไม่ไหวกับสิ่งที่ฉันกำลังจะทำ" เสียงทุ้มต่ำพร่าพรายกระซิบชิดริมหีบฝีปาก ความเย่อหยิ่งที่เคยมีมลายหายไป เหลือเพียงความคลั่งไคล้ที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ท่าทีซึนเดเระมานานนับแรมเดือน พอร์ชเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะกระโจนออกมานอกอก ความโกรธและความท้าทายในตอนแรกถูกหลอมละลายด้วยอุณหภูมิร่างกายที่แนบชิดกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง แววตาของธันวาในความมืดสลัวนั้นช่างมีแรงดึงดูดมหาศาล ราวกับหลุมดำที่พร้อมจะดูดกลืนสติสัมปชัญญะของเขาให้จมดิ่งลงไป "ผมไม่ได้กลัว... แค่รำคาญคนปากแข็งอย่างคุณก็เท่านั้น" พอร์ชยังคงฝืนเค้นเสียงตอบโต้ แม้ว่าน้ำเสียงจะสั่นระริกจนความลับแตกโพละ ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่ทุ้มต่ำและเซ็กซี่จนน่าโมโห "ปากแข็งงั้นเหรอ? งั้นลองดูสิว่า ระหว่างปากของฉันกับปากของเธอ อะไรจะแข็งกว่ากัน" ไม่ทันที่พอร์ชจะได้อ้าปากเถียงต่อ ริมฝีปากหยักลึกก็ทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดทุกคำอย่างไร้ความปรานี สัมผัสแรกทั้งดุดันและเอาแต่ใจ แต่ในขณะเดียวกันก็แฝงไว้ด้วยความโหยหาที่ถูกกักเก็บมาเนิ่นนาน พอร์ชเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปหมด แรงขัดขืนที่มีทั้งหมดมลายหายไปในพริบตาเมื่อเรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาสร้างความปั่นป่วนภายในโพรงปาก ความรู้สึกวาบหวิวแล่นพล่านไปทั่วสันหลังราวกับมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งผ่าน มือหนาที่เคยตรึงข้อมือของเขาไว้ คลายออกแล้วเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวบางให้แนบชิดติดกับตัวมากขึ้น ส่วนมืออีกข้างช้อนท้ายทอยบังคับให้องศาการรับจูบแนบ2เนียนลึกซึ้งยิ่งขึ้น พอร์ชพยายามจะทุบไหล่ประท้วง แต่สุดท้ายมือคู่นั้นก็เปลี่ยนเป็นขยุ้มเสื้อเชิ้ตของอีกฝ่ายแน่นเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยวท่ามกลางพายุอารมณ์ที่โหมกระหน่ำยิ่งกว่าสายฝนด้านนอก จังหวะเวลาหยุดนิ่งลงในความมืด มีเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน ความรู้สึกต่อต้านที่มีมาตลอดพังทลายลงในชั่วพริบตา เหลือเพียงเคมีที่ระเบิดออกมาอย่างไม่มีใครยอมใคร ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและดึงดูดให้คนทั้งคู่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวนั้นเอง ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะกระจกรถด้านคนขับดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างวาบที่สาดส่องทะลุกระจกเข้ามาในห้องโดยสารจนแสบตา ธันวาผละริมฝีปากออกอย่างหัวเสีย ดวงตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดถึงขีดสุดเมื่อถูกขัดจังหวะในเวลาสำคัญ เขาสบถเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหันไปมองนอกหน้าต่างด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่ทว่า ภาพที่สะท้อนผ่านกระจกเงาด้านนอก กลับทำให้สีหน้าของธันวาเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดในทันที ร่างสูงแข็งทื่อไปชั่วขณะเมื่อเห็นเงาร่างคุ้นเคยยืนตากฝนอยู่เคียงข้างรถ พร้อมกับข้อความปริศนาที่ถูกแปะติดไว้บนกระจกด้านนอกด้วยเทปกาว **"เกมสนุกกำลังจะเริ่มแล้วนะ... คุณชายธันวา"** ตัวหนังสือสีแดงสดที่เขียนด้วยลายมือคุ้นตา ทำให้พอร์ชที่เพิ่งได้สติรีบหันไปมองตามด้วยความตกใจ และก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยปากพูดอะไร ไฟฟ้าในลานจอดรถก็สว่างพรึบขึ้นพร้อมกันทุกดวงเผยให้เห็นรอยยิศเย็นเยียบของบุคคลที่สามที่ยืนรออยู่... มินตรา! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอด หวังว่าจะฟินและลุ้นไปกับตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนคุมเกมหัวใจคุณชายจอมซึน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%