"ถ้าชอบพี่เขานัก ก็เชิญไปนั่งตักเขาเลยไหมล่ะครับคุณสถาปนิก"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมานั้นไม่ได้ดังพอกدจะทำให้คนทั้งร้านได้ยิน แต่มันกลับชัดเจนก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของข้าวปั้นราวกับเสียงอสุนีบาตฟาดลงกลางหัวใจ ร่างเพรียวบางในชุดเสื้อเชิ้ตโอเวอร์سไชต์สีครีมชะתักกึก แก้วเซรามิกบรรจุกาแฟลาเต้ร้อนในมือสั่นระริกเล็กน้อยจนผิวน้ำกาแฟกระฉอกรดขอบแก้ว
ข้าวปั้นสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่ตีรวนขึ้นมาในอก ดวงตากลมโตตวัดกลับไปมองหน้าคนตัวสูงที่นั่งไขว่ห้างกอดอกพิงพนักโซฟาด้วยใบหน้าบึ้งตึง ทัพฟ้าในยามนี้ไม่ได้มีคราบของเดือนวิศวะผู้เพียบพร้อมและอารมณ์ดีเหมือนทุกที ขากรรไกรคมสันขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ดวงตาสีเข้มคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ถูกจุดขึ้นอย่างเงียบๆ และที่สำคัญที่สุด... มันฉายแววตัดพ้อที่เจ้าตัวพยายามกลบเกลื่อนไว้อย่างมิดชิดแต่เล็ดลอดออกมาให้เห็น
ให้ตายเถอะ... นี่เขากำลังหึงใช่ไหม?
เหตุการณ์เมื่อสิบนาทีที่แล้วยังคงฉายชัดในหัว ตอนที่รุ่นพี่ปีสามจากคณะมนุษยศาสตร์คนนั้นเดินเข้ามาทักทายพร้อมกับรอยยิ้มพิมพ์ใจ ยื่นนามบัตรและชวนไปร่วมโปรเจกต์นิทรรศการศิลปะ ข้าวปั้นในฐานะรุ่นน้องมารยาทดีก็ทำได้แค่ยิ้มรับและพูดคุยตามมารยาท แต่ดูเหมือนพ่อคุณทัพฟ้าผู้รักความเป็นเจ้าของยิ่งกว่าสิ่งใดจะตีความรอยยิ้มนั้นไปไกลถึงดาวอังคารเสียแล้ว
"พูดบ้าอะไรของนายเนี่ยทัพฟ้า" ข้าวปั้นวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะไม้ด้วยแรงที่มากกว่าปกตินิดหน่อย ส่งเสียงกระซิบลอดไรฟันกลับไปด้วยความหงุดหงิดที่เริ่มก่อตัว "พี่เขาก็แค่มารuเรื่oงงาน เดี๋ยวนะ... นี่นายหึงฉันเหรอ?"
"หึง?" ทัพฟ้าทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอทุ้มต่ำดังขึ้นเบาๆ แต่ไร้ซึ่งความสนุกสนาน รอยยิ้มมุมปากที่มักจะส่งมาเต๊าะกันเสมอในยามปกติหายวับไปกับตา "ใครหึงครับ ไม่มี๊... ผมก็แค่แสดงความห่วงใยในฐานะรูมเมตผู้แสนดี กลัวว่าคนแถวนี้จะเผลอใจไปกินข้าวกับคนอื่นจนลืมว่ามีรูมเมตต้องดูแลเท่านั้นเอง"
*ประชด... ชัดเจนเลยว่ากำลังประชด*
ข้าวปั้นแอบเบ้ปากหมั่นไส้กับความปากแข็งระดับสתับเพชรของอีกฝ่าย แต่แปลก... แทนที่จะรู้สึกโมโหเหมือนทุกครั้ง หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นผิดจังหวะขึ้นมาเสียดื้อๆ ความอบอุ่นแปลกประหลาดแผ่ซ่านเข้ามาในอกเมื่อตระหนักได้ว่า ท่าทีตึงใส่และวาจาเชือดเฉือนเมื่อครู่ แท้จริงแล้วมันเกิดจากความหวงก้างล้วนๆ
"อ๋อเหรอครับ รูมเมตผู้แสนดี" ข้าวปั้นจงใจลากเสียงยาว แกล้งโน้มตัวเข้าไปใกล้ รอยยิ้มหวานหยดย้อยที่ถูกส่งไปให้ตั้งใจจะยั่วโมโหให้อีกฝ่ายสติหลุด "งั้นคืนนี้รูมเมตผู้แสนดีคนนี้ ช่วยกรุณาล้างจานกองโตในอ่างด้วยนะครับ พอดีสถาปนิกคนนี้... ต้องไปเคลียร์งานกับ *พี่คนนั้น* ต่อทางแชตยาวๆ เลย"
ว่าจบก็ทำท่าจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอ ทว่าไวเท่าความคิด มือหนาของทัพฟ้าก็พุ่งเข้ามาคว้าข้อมือของเขาไว้ทันที แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่มันมั่นคงและเต็มไปด้วยความดื้อรั้นจนข้าวปั้นต้องชะงัก
ดวงตาสีเข้มคมกริบมองตรงเข้ามาในดวงตาของเขา ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบจะไม่มีช่องว่าง ปลายจมูกโด่งรั้นแทบจะชนกันอยู่รำไร ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ใกล้ผิวแก้มทำให้ข้าวปั้นต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"ลองทำดูสิครับ..." ทัพฟ้ากระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิม ทว่ายังคงความดื้อรั้นไว้เต็มเปี่ยม "ถ้าคุณกล้าคุยกับมันเกินสามคำ ผมจะแสดงให้ดูว่า... รูมเมตแบบผม เขามีวิธีลงโทษคนดื้อยังไงบ้าง"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง เสียงเพลงแจ๊สเบาๆ ที่เปิดคลอในร้านกาแฟดูเหมือนจะไกลออกไปทุกที ข้าวปั้นรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากเหว ความใกล้ชิดนี้อันตรายเกินไป อันตรายต่อหัวใจที่เต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
"ปล่อยเลยนะทัพฟ้า คนมองหมดแล้ว" ข้าวปั้นพยายามเบือนหน้าหนีความร้อนผ่าวที่ลามเลียไปทั่วใบคอและพวงแก้ม มืออีกข้างพยายามแกะนิ้วแกร่งให้ออกจากการเกาะกุม แต่ทัพฟ้ากลับกระชับข้อมือให้แน่นขึ้นกว่าเดิม
"ให้มองไปสิครับ ผมกำลังแสดงความเป็นเจ้าของ มีสิทธิ์อะไรจะอายล่ะ" คนพูดลอยหน้าลอยตากลับมาทวงบัลลังก์ความกวนประสาทได้รวดเร็วราวกับพลิฝ่ามือ แต่แววตาคู่คมนั้นยังคงจริงจังและสั่นไหวเล็กน้อยยามที่มองสำรวจใบหน้าของคนตัวเล็ก
ในจังหวะที่ข้าวปั้นกำลังจะอ้าปากเถียงกลับด้วยคำพูดแสบๆ คันๆ ตามสไตล์ หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความไลน์
**[Notification: พี่กรณ์ มนุษยศาสตร์ - "น้องข้าวปั้นครับ เรื่องโปรเจกต์นิทรรศการ เดี๋ยวพี่ส่งรายละเอียดเพิ่มเติมให้นะครับ"]**
บรรยากาศที่เพิ่งจะผ่อนคลายลงเล็กน้อย กลับมาคุกรุ่นและอึมครึมลงทันทีในเสี้ยววินาที ทัพฟ้าหันขวับไปมองหน้าจอโทรศัพท์เครื่องนั้น ขากรรไกรที่เพิ่งคลายออกกลับมาขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูนอีกครั้ง รังสีความหึงหวงแผ่ซ่านออกมาจากตัวจนคนรอบข้างเริ่มหันมามอง
ข้าวปั้นลอบกลืนน้ำลายก้อนใหญ่ รู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปากอธิบายอะไร ทัพฟ้าก็เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ของเขาขึ้นมาหน้าตาเฉย ปลายนิ้วเรียวยาวกดหน้าจอเพียงไม่กี่ครั้งด้วยความรวดเร็ว
"เฮ้ย! นายจะทำอะไรน่ะทัพฟ้า เอาคืนมานะ!" ข้าวปั้นร้องโวยวายด้วยความตกใจ พยายามแย่งโทรศัพท์คืนแต่คนตัวสูงกว่ากลับยกมันขึ้นสูงเหนือศีรษะ อาศัยความได้เปรียบเรื่องความสูงในการกันท่าอย่างชำนาญ
"ไม่ต้องห่วงครับ ผมจัดการตอบให้เรียบร้อยแล้ว ในฐานะรูมเมตผู้ช่วยส่วนตัวที่แสนดีไงครับ" ทัพฟ้าแสร้งทำหน้ายิ้มแย้มแบบกวนประสาทสุดฤทธิ์ ก่อนจะกดล็อกหน้าจอแล้วโยนโทรศัพท์เครื่องนั้นกลับลงมาบนโต๊ะดัง *ตุบ*
ข้าวปั้นรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูด้วยความร้อนใจ หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเห็นข้อความล่าสุดที่ถูกส่งออกไปจากเครื่องของตัวเองไปยังแชทของรุ่นพี่มนุษยศาสตร์
**[คุณ - "ขอโทษนะครับ พอดีรูมเมตผมง้องแง้งมาก ต้องรีบไปง้อแล้วครับ ไว้คุยกันเรื่องงานทีหลังนะครับ"]**
ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดลามไปจนถึงใบหู ข้าวปั้นหันขวับไปมองหน้าคนก่อเรื่องที่ตอนนี้กำลังยืนขึ้นเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยท่าทางลอยชายราวกับไม่ได้ทำเรื่องน่าอายอะไรลงไป
"ทัพฟ้า! นายส่งอะไรไปเนี่ย! ใครบอกว่าฉันง้องแง้งหะ!" ข้าวปั้นแหวลั่น ลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับคนตัวสูงที่สูงกว่าเขาเกือบหนึ่งช่วงหัว ไหล่บางสั่นเทาด้วยความโกรธปนเขินอายที่ตีรวนกันจนแยกไม่ออก
ทัพฟ้าโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้ กระซิบข้างใบหูของคนตัวเล็กด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความเจ้าเล่ห์เต็มพิกัด จนขนลุกซู่ไปทั้งตัว
**"ก็เห็นอยู่ชัดๆ ว่ากำลังหึงจนหน้าดำหน้าแดง... กลับห้องไปครับ ไปเคลียร์กับ 'รูมเมตง้องแง้ง' คนนี้ให้รู้เรื่องกันก่อนดีกว่า ว่าใครกันแน่ที่ต้องง้อใคร"**
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาร่วมอมยิ้มและลุ้นไปกับความปากแข็งของพ่อหนุ่มวิศวะคนนี้นะครับ
คุณรูมเมตครับ เลิกเต๊าะผมที•ตอนที่ 22
ข้าวปั้นโหมดหึงเงียบ
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณรูมเมตครับ เลิกเต๊าะผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!