คุณรูมเมตครับ เลิกเต๊าะผมที•ตอนที่ 23

เคลียร์ใจให้ชัดเจน

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"พูดอีกทีซิครับ... เมื่อกี้หูผมฝาดไปหรือเปล่าว่าคุณบอกว่ายังไงนะ" เสียงทุ้มต่ำที่เจือรอยยิ้มพรายดังขึ้นทำลายความเงียบงันภายในห้องนั่งเล่นขนาดกะทัดรัด แสงไฟสีส้มอมเหลืองจากโคมไฟตั้งพื้นสาดส่องกระทบโครงหน้าคมคายของคนตัวสูงที่ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัว ทัพฟ้ามองตรงมาด้วยแววตาพราวระยับ ชนิดที่ต่อให้คนความรู้สึกช้าเบอร์ไหนก็ย่อมรู้ทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังสนุกขนาดไหนกับการได้เห็นคนตรงหน้าสติหลุด ข้าวปั้นกัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างลืมตัว ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววตื่นตระหนกปนหงุดหงิดระคนกัน ยิ่งเห็นรอยยิ้มมุมปากของพ่อหนุ่มวิศวะคนนี้ด้วยแล้ว ความร้อนก็พุ่งพล่านขึ้นมาตีตื้นที่พวงแก้มขาวเนียนจนต้องรีบยกมือขึ้นมาพัดวีระบายความร้อน "ใครเขาพูดอะไรเล่า! คุณนั่นแหละหูเพี้ยนไปเองทัพฟ้า!" คนตัวเล็กกว่าโวยวายเสียงหลง พยายามเบือนหน้าหนีสายตาคู่นั้นที่แทบจะทะลวงเข้าไปถึงกลางใจ ข้าวปั้นขยับถอยหลังไปก้าวหนึ่งจนสะโพชนุ่มชนเข้ากับพนักโซฟาตัวนุ่ม แต่แทนที่เจ้าตัวจะทิ้งตัวลงนั่งเพื่อสร้างระยะห่าง ข้าวปั้นกลับเลือกที่จะยืนแข็งทื่อเป็นหุ่นยนต์อยู่ตรงนั้น มือเรียวเล็กบิดเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เหตุผลนะหรือ... ก็เพราะบทสนทนาก่อนหน้านี้มันเพิ่งจะทำเอาหัวใจในอกซ้ายของเขาเต้นรัวจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอกอยู่แล้วน่ะสิ ใครจะไปคิดว่าคนกวนประสาทอย่างทัพฟ้า จะยอมเปิดปากเล่าเรื่องรุ่นพี่คนนั้น—คนที่เคยทำให้เขาหงุดหงิดใจจนนอนไม่หลับมาหลายคืน—ออกมาได้หมดเปลือกแบบไม่มีกั๊ก *แฟลชแบ็กย้อนกลับไปเมื่อสิบนาทีที่แล้ว* "ถ้าหึงก็บอกกันดีๆ สิครับ ไม่เห็นต้องทำหน้าเป็นตูดหมึกใส่ผมทั้งวันแบบนั้นเลย" นั่นคือประโยคเปิดประเด็นที่ทำเอาข้าวปั้นเกือบสำลักน้ำลายตัวเองตอนที่กำลังยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม ทัพฟ้าทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามบนโซฟาด้วยท่าทางสบายๆ ต่างจากเขาที่นั่งหลังตรงแหน่วเหมือนเตรียมตัวสอบสัมภาษณ์งาน "ใครหึง! อย่ามามโนนะทัพฟ้า!" ข้าวปั้นแหวใส่ทันควัน เสียงสูงปรี๊ดตามสไตล์คนร้อนตัว "ฉันแค่... แค่รำคาญเสียงหัวเราะพวกคุณตอนยืนคุยกันที่หน้าคณะต่างหาก เสียงดังหนวกหูชาวบ้าน" "อ๋อ... เสียงหัวเราะเหรอครับ" ทัพฟ้าทอดเสียงยาวอย่างรู้ทัน ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจใบหน้าเนียนที่ตอนนี้แดงก่ำลามไปจนถึงใบหู "ไม่ใช่เพราะว่าพี่แพรวเขาเอามือมาแตะแขนเสื้อผมตอนส่งชีทสรุปเหรอครับ ถึงได้ทำหน้าเหมือนอยากจะกินหัวคนตั้งแต่บ่ายจนค่ำเนี่ย" จี้จุดได้ตรงเป๊ะจนข้าวปั้นอ้าปากพะงาบๆ เถียงไม่ออก ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนขวับ "รู้ดีนักนะ! ถ้าสนิทกันมากทำไมไม่ไปกินข้าวด้วยกันซะเลยล่ะ มานั่งกวนประสาทฉันอยู่ทำไมเล่า" ทัพฟ้าถอนหายใจเบาๆ แววตากวนประสาทเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนอย่างกะทันหัน ชนิดที่ทำเอาหัวใจคนมองกระตุกวูบ ร่างสูงขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนได้กลิ่นหอมสะอาดอ่อนๆ จากตัวอีกฝ่ายลอยมาแตะจมูก "พี่แพรวเขาเป็นแค่รุ่นพี่ที่คณะครับ... เป็นพี่รหัสของเพื่อนสนิทผมอีกทีนึง วันนี้เขาแค่วานให้ช่วยดูโปรเจกต์จบให้หน่อย เพราะเห็นว่าผมเคยได้เกรด A วิชาโครงสร้างมาครอง" ทัพฟ้าอธิบายรวบเดียวจบ น้ำเสียงราบเรียบจริงจัง ไม่มีแววของการเล่นสนุกเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย "ไม่มีอะไรเกินเลยไปมากกว่านั้นแน่นอนครับ ข้าวปั้นก็รู้ว่าผมสายตาไม่ค่อยดี... มองใครนอกจากคนแถวนี้ไม่ค่อยชัดหรอก" ประโยคหลังมาพร้อมกับการก้มหน้าลงมามองสบตาในระยะประชิด ทำเอาข้าวปั้นต้องกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ สมองขาวโพลนคิดคำพูดโต้เถียงไม่ออกไปชั่วขณะ รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกต้อนให้จนมุมด้วยสายตาคู่นั้น คู่นี้ คู่อบอุ่นที่จงใจส่งตรงมาให้เขาคนเดียว "แล้ว... แล้วทำไมต้องมาอธิบายให้ฉันฟังด้วยเล่า ฉันไม่ได้อยากรู้สักหน่อย" ข้าวปั้นเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่พยายามฝืนกลั้นไว้สุดชีวิต "อ้าว... ก็ไม่อยากให้รูมเมตสุดที่รักต้องเก็บไปนอนคิดมากจนตื่นสายไงครับ" ทัพฟ้าหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยชวนให้ใจสั่น "รู้ไหมครับว่าเวลาที่คุณหึง... เอ้ย เวลาที่คุณทำหน้าบึ้งใส่ผมน่ะ มันน่ารักจนผมแทบไม่มีสมาธิทำอะไรเลยนะ" *กลับมาสู่ปัจจุบัน* ข้าวปั้นสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงกลับเข้าร่าง มือเรียวเอื้อมไปหยิบคุ키บนโต๊ะขึ้นมาถือไว้โดยไร้จุดหมาย แค่พยายามหาอะไรสักอย่างทำเพื่อไม่ให้เผลอไปสบตากับคนที่กำลังเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ "ถอยไปเลยนะทัพฟ้า ดึกแล้ว ง่วง จะไปนอน!" "เดี๋ยวสิครับ คนเราจะนอนทั้งที่ยังมีเรื่องคาใจไม่ได้นะครับ" ทัพฟ้าขยับมาขวางทางเดินไว้ ร่างสูงโปร่งก้าวเข้ามาประชิดจนข้าวปั้นต้องเอนตัวหนีไปด้านหลังโดยอัตโนมัติ แผ่นหลังบางแนบชิดติดกับผนังห้องเย็นเฉียบ แต่ความเย็นนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความอบอุ่นแผ่วเบาที่แผ่ซ่านมาจากร่างของคนที่ยืนค้ำหัวอยู่ "ไม่มีเรื่องอะไรคาใจทั้งนั้นแหละ หลบไปเลยนะไอ้คนฉวยโอกาส" "ปากแข็งจังเลยนะครับคนนี้..." ทัพใ้ายื่นมือไปปัดปอยผมที่ตกลงมาปรokหน้าผากมนออกให้อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นร้อนจากปลายนิ้วที่ปัดผ่านผิวแก้วทำให้ข้าวปั้นสะท้านเฮือก ขนลุกเกรียวไปทั้งตัว "ไหนลองพูดใหม่อีกทีซิครับ ว่าเมื่อกี้แอบคิดอะไรอยู่ตอนที่ผมบอกว่า... มองใครไม่ค่อยชัดนอกจากคุณน่ะ" "ฉันไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น! เลิกตื๊อได้แล้วทัพฟ้า นายเนี่ยนะ... อื้อ!" คำพูดที่เหลือถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อคนตรงหน้าฉวยโอกาสจังหวะที่เขาอ้าปากเถียงโน้มใบหน้าลงมาประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากนุ่มแผ่วเบา เป็นสัมผัสที่ไม่ได้รุกล้ำและไม่ได้หนักหน่วง แต่มันอบอุ่นและเนิ่นนานพอที่จะทำให้โลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ ข้าวปั้นเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างกายแข็งทื่อ สมองประมวลผลไม่ทันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน กลิ่นหอมจางๆ ของสบู่เด็กผสมกับความอบอุ่นเฉพาะตัวของทัพฟ้าโอบล้อมรอบตัวเขาไว้หมดสิ้น หัวใจเต้นแรงโครกครากจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน ผ่านไปอึดใจใหญ่ๆ ที่เหมือนนานเป็นปี ทัพฟ้าถึงยอมผละใบหน้าออกมาช้าๆ ดวงตากมคู่คมฉายแววระยับด้วยความพึงพอใจ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง "แบบนี้เขาเรียกว่ามัดจำไว้ก่อนครับ... ส่วนต้นทุนกับดอกเบี้ย ไว้เราค่อยมาเคลียร์กันต่อพรุ่งนี้เช้า" ทัพฟ้ากระซิบเสียงพร่าข้างใบหูที่ตอนนี้แดงแจ๋จนลามไปถึงต้นคอ "ฝันดีนะครับคุณรูมเมตตัวแสบ" พูดจบ เจ้าตัวก็หมุนตัวเดินฮัมเพลงเข้าห้องนอนของตัวเองไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้ข้าวปั้นยืนเอามือจับริมฝีปากตัวเองที่ยังร้อนผ่าว เต้นเร่าๆ อยู่คนเดียวกลางห้องนั่งเล่น ใบหน้าหวานขึ้นสีจัด หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบจะทะลุอก ข้าวปั้นทรุดตัวลงนั่งยองๆ กับพื้น กุมขมับตัวเองด้วยความสับสนปนเขินอายขั้นสุด ไอ้บ้านี่... มันร้ายกาจขึ้นทุกวันจริงๆ ให้ตายเถอะ! ขณะที่ข้าวปั้นกำลังพยายามควบคุมจังหวะการหายใจของตัวเองที่ยังคงปั่นป่วน หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากแอปพลิเคชันสีเขียว *[ทัพฟ้า]: อ่านแล้วห้ามทำเนียนนอนหลับนะครับ... เพราะพรุ่งนี้เช้า ผมจะไปทวงดอกเบี้ยเพิ่มอีกรอบนะคุณธناธิป* ข้าวปั้นมองข้อความนั้น ตาโตขึ้นกว่าเดิมสองเท่า นิ้วเรียวสั่นเทาเล็กน้อยขณะกำลังจะพิมพ์ข้อความตอบกลับไปด่าสักชุดใหญ่ แต่ยังไม่ทันจะได้กดส่ง ปลายนิ้วเจ้ากรรมดันไปกดโดนปุ่มส่งสติกเกอร์รูปหัวใจดวงโตพ่วงด้วยข้อความตอบกลับอัตโนมัติที่เคยตั้งไว้ว่า... *[ข้าวปั้น]: งั้นก็นอนรอรับดอกเบี้ยได้เลยครับ... พรุ่งนี้ห้ามเบี้ยวล่ะ* *(เหวอ! ชิบหายแล้ว! กดส่งผิด!)* ข้าวปั้นกรีดร้องในใจ สติหลุดกระเจิง รีบใช้นิ้วจิ้มหน้าจอเพื่อกดยกเลิกข้อความอย่างลิบลน แต่ปรากฏว่า... อินเทอร์เน็ตเจ้ากรรมดันเร็วเกินไป ข้อความขึ้นสถานะ **"อ่านแล้ว"** ทันทีในเสี้ยววินาทีต่อมา! ติ๊ง! เสียงข้อความตอบกลับจากห้องนอนฝั่งตรงข้ามดังขึ้นแทบจะทันที พร้อมกับเสียงเปิดประตูห้องนอนแง้มออกเบาๆ และเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ลอดออกมาจากความมืดของทางเดิน... *(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาร่วมอมยิ้มและลุ้นไปกับความปากแข็งของพ่อหนุ่มวิศวะคนนี้นะครับ)*
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณรูมเมตครับ เลิกเต๊าะผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%