"ถ้าคุณยังก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ผมจะเอาแฟ้มโปรเจกต์ปีสองฟาดหน้าคุณจริง ๆ ด้วยนะทัพฟ้า!"
เสียงหวานที่แหบพร่าเล็กน้อยจากการนอนซมมาทั้งวันดังขึ้นอย่างคาดโทษ แม้สภาพของนายธนาธิปในยามนี้จะดูไร้พิษสงสิ้นดี ใบיหน้าหวานขึ้นสีแดงจัดด้วยพิษไข้ ริมฝีปากแห้งผากที่ปกติมักจะใช้เถียงเขาฉอด ๆ กลับเม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตากลมโตที่เคยฉายแวววับด้วยความพยศ ตอนนี้กลับมีน้ำคลอหน่วยจากการนอนซบหมอนมาหลายชั่วโมง
ร่างสูงของพ่อหนุ่มวิศวะเดือนคณะหยุดชะงัก รองเท้าสลิปเปอร์ลายเป็ดน้อยหยุดอยู่ตรงข้ามเตียงนอนพอดี ทัพฟ้าไม่ได้ถอยหลังตามคำขู่ กลับยกยิ้มมุมปากที่แฝงความเจ้าเลื้อยและสายตาที่อ่านยากส่งมาให้ มือหนาถือถ้วยโจ๊กอุ่น ๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่น ควันสีขาวลอยอ่อยอิงตัดกับบรรยากาศมาคุในห้องนอนโทนสีเทาขาว
"ดุเป็นแมวป่วยไปได้นะเรา" ทัพฟ้าทิ้งตัวลงนั่งยอง ๆ ข้างเตียง มือหนายื่นออกไปตั้งใจจะอังหน้าผากมน แต่กลับโดนมือเล็กปัดทิ้งอย่างไม่ใยดี "อย่ามาแตะตัวผมนะ ออกไปเลย! บอกให้ไปนอนห้องนั่งเล่นไง ทำไมดื้อจังวะ"
"ดื้ออะไรก่อน เจ้าของห้องเขากำลังป่วยจนสมองกลับอยู่ต่างหาก แล้วดูซิ... ดื้อขนาดนี้ใครเขาจะกล้าทิ้งให้นอนหงุดหงิดอยู่คนเดียว" ทัพฟ้าถอนหายใจเบา ๆ แววตากวนประสาทเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนที่ต่อให้คนปากแข็งอย่างข้าวปั้นก็ยากจะปฏิเสธ "กินข้าวต้มก่อนครับ จะได้กินยา ไข้จะได้ลด หน้าแดงหมดแล้วเนี่ย เห็นแล้วขัดใจชะมัด"
"ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดีเลย... ทั้งหมดมันก็เพราะคุณนั่นแหละ ใครใช้ให้ลากผมไปตากฝนช่วยซ่อมโมเดลคณะคุณเล่า!" ข้าวปั้นโวยวายเสียงสั่น พยายามจะพลิกตัวหนีแต่ความปวดร้าวระบมไปทั่วร่างทำให้ทำได้แค่ส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอเหมือนลูกแมวโดนขัดใจ
เหตุการณ์เมื่อวานยังติดตรึงในความทรงจำ ฝนฟ้าไม่รักดีที่กระหน่ำลงมาตอนพวกเขากำลังช่วยกันแบกโมเดลตึกระฟ้าของเด็กวิศวะ ทัพฟ้าเอาเสื้อแจ็กเก็ตของตัวเองคลุมหัวให้เขา ส่วนตัวเองเปียกโชกเป็นลูกตกน้ำ ผลลัพธ์คือเช้าวันนี้สถาปนิกตัวน้อยเลยนอนซมไข้ขึ้นสูง ส่วนไอ้ต้นเหตุกลับลอยชายเดินยิ้มร่าแถมยังทำตัวเป็นพยาบาลจำเป็นที่น่ารำคาญที่สุดในโลก
"ยอมรับก็ได้ว่าผิด... แต่ตอนนั้นถ้าไม่รีบวิ่ง ฝนคงสาดโมเดลพังหมด สองหมื่นบาทของผมนะคุณปั้น ถ้าพังผมคงต้องเอาตัวเข้าแลกใช้หนี้คุณแทนแล้วล่ะ"
"ใครเขาอยากได้ตัวคุณกันเล่า! เอาออกไปเลยนะ โจ๊กอะไรก็ไม่กิน เหม็น!" ข้าวปั้นเบือนหน้าหนี ซุกใบหน้าแดงก่ำลงกับหมอนใบโต ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทว่าหัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
ทัพฟ้ายิ้มขำกับความดื้อรั้นที่ไม่เคยลดลงเลยแม้แต่ตอนไข้ขึ้นสูง เขาววางถ้วยโจ๊กไว้บนโต๊ะข้างเตียง ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วหายออกไปจากห้องพักสักพักใหญ่ ข้าวปั้นเหลือบตามองผ่านความมัวเบลอของพิษไข้ด้วยความสงสัย แต่ก็ขี้เกียจจะเอ่ยปากถาม
ผ่านไปไม่ถึงหนาที ทัพฟ้าก็กลับมาพร้อมกับกะละมังใบเล็กและผ้าขนหนูผืนนุ่ม ร่างสูงจัดการนั่งลงที่เดิม บิดผ้าหมาด ๆ ด้วยความระมัดระวัง ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะที่กรอบหน้าเนียน
"เฮ้ย! จะทำอะไร..." ข้าวปั้นสะดุ้งสุดตัว ถอยหนีจนชิดหัวเตียง
"เช็ดตัวครับ... ตัวร้อนจี๋ขนาดนี้ เดี๋ยวชักขึ้นมาผมจะลำบากอุ้มไปโรงพยาบาลนะ อยู่เฉย ๆ น่าคนดี"
คำว่า *'คนดี'* หลุดออกมาจากปากคนที่ปกติมีแต่คำกวนประสาท ทำเอาข้าวปั้นชะงักค้าง สมองที่ตื้อตันด้วยพิษไข้เหมือนหยุดทำงานไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยยามที่ปลายนิ้วอุ่น ๆ ของทัพฟ้าแตะลงที่ข้างแก้มอย่างแผ่วเบา สัมผัสรุกล้ำแต่นุ่มนวลทำให้ลมหายใจของสถาปนิกหนุ่มสะดุด
ทัพฟ้าบรรจงเช็ดตามกรอบหน้า ลำคอระหง และไล่ต่ำลงมาที่ฝ่ามือเรียวที่ร้อนผ่าว ความเงียบในห้องนอนอบอวลไปด้วยความรู้สึกประหลาดบางอย่าง มันไม่ใช่ความอึดอัด แต่เป็นความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในอกจนน่ากลัว ข้าวปั้นได้แต่นอนนิ่งเป็นหุ่นยนต์ ปล่อยให้อีกฝ่ายดูแลปรนนิบัติราวกับเขาเป็นไข่ในหิน สายตาคมคายที่มองมาในยามนี้ไม่มีความขี้เล่นเจือปนอยู่เลย มีเพียงความห่วงใยที่เปิดเผยจนหมดเปลือก
"มองอะไรเล่า หน้าผมมีอะไรติดหรือไง" ข้าวปั้นเค้นเสียงถามกลบเกลื่อนความประหม่า หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงจนกลัวว่ามันจะกระโดดออกมานอกอก
"เปล่าครับ... แค่คิดว่าเวลาคุณป่วยแล้วยอมอยู่นิ่ง ๆ แบบนี้ น่ารักดีเหมือนกัน" ทัพฟ้าตอบเสียงนุ่ม รอยยิ้มบางเบาประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา "กินข้าวก่อนนะ เดี๋ยวผมป้อน สัญญาว่าจะไม่กวนประสาทแล้ว"
น้ำเสียงที่จริงจังและสายตาคู่นั้นทำเอาข้าวปั้นเถียงไม่ออก สุดท้ายก็ได้แต่พยักหน้างุด ๆ ยอมอ้าปากรับโจ๊กอุ่น ๆ ที่อีกฝ่ายบรรจงเป่าให้จนหมดถ้วยอย่างว่าง่าย ทัพฟ้ายื่นยาและน้ำอุ่นให้ตามสเต็ป ก่อนจะช่วยจัดหมอนและห่มผ้าให้อย่างเบามือ
"นอนพักซะนะ ผมจะนั่งเฝ้าตรงโซฟาตรงนี้ ไม่หนีไปไหนหหลอก" ทัพฟ้ากระซิบเสียงแผ่วข้างหู พร้อมกับเอื้อมมือมาขยี้ผมเส้นนุ่มเบา ๆ
ข้าวปั้นหลับตาลงด้วยความอ่อนเพลีย พิษไข้เริ่มบรรเทาลงบ้างแล้วเมื่อได้ทานยาและความอบอุ่นจากคนข้างกาย ทว่าในความเคลิบเคลิ้มใกล้จะหลับใหล เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนหัวเตียงก็ดังขึ้น ทำลายความเงียบสงบ
*Rrrr*
ข้าวปั้นขมวดคิ้วด้วยความรำคาญ พยายามจะเอื้อมมือไปหยิบแต่ทัพฟ้าไวกว่า ร่างสูงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอแวบหนึ่ง ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาจะเปลี่ยนสี รอยยิ้มอบอุ่นเมื่อครู่หายวับไปกับตา แววตาคมกริบฉายแววหึงหวงและไม่สบอารมณ์ขึ้นมาทันที
หน้าจอแสดงข้อความจากใครบางคนที่คุ้นเคย—*พี่หมอไนท์* รุ่นพี่คณะแพทย์ที่ตามจีบข้าวปั้นมานาน และวันนี้เพิ่งส่งข้อความมาว่า..."หายป่วยหรือยังครับน้องข้าวปั้น เย็นนี้พี่ซื้อซุปไก่ตุ๋นยาจีนไปฝากนะ รอแป๊บเดียวพี่กำลังขับรถไปที่หอ"
ทัพฟ้าหันมามองคนบนเตียงที่เริ่มลืมตาขึ้นมามองด้วยความงงงวย ร่างสูงแค่นหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนจะกดล็อกหน้าจอโทรศัพท์แล้ววางไว้ที่เดิม รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แบบฉบับทัพฟ้ากลับมาอีกครั้ง แต่มันเต็มไปด้วยความอันตรายที่ทำเอาข้าวปั้นหนาว ๆ ร้อน ๆ ยิ่งกว่าไข้ขึ้น
"ดูท่าทาง... ผมคงต้องใช้วิธี 'ง้อ' ที่หนักหน่วงกว่าเดิมซะแล้วสิครับ เพราะดูเหมือนจะมีศัตรูหัวใจแอบเนียนมาแย่งพยาบาลส่วนตัวของผมซะแล้วสิ"
*(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาร่วมอมยิ้มและลุ้นไปกับความปากแข็งของพ่อหนุ่มวิศวะคนนี้นะครับ)*
คุณรูมเมตครับ เลิกเต๊าะผมที•ตอนที่ 24
ไข้ใจรักษาไม่หาย
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณรูมเมตครับ เลิกเต๊าะผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!