"ถ้ามึงยังเอามือจิ้มกุ้งเผาตัวนั้นแล้วทำหน้าเหมือนคนกำลังจะไปบวชชีแบบนั้นอีกทีเดียว กูจะสาดน้ำจิ้มซีฟู้ดใส่หน้ามึงจริงๆ ด้วยนะไอ้ทัพฟ้า!"
เสียงโวยวายของข้าวปั้นดังลั่นห้องนั่งเล่นที่ตอนนี้ถูกเนรมิตให้กลายเป็นลานปาร์ตี้หมูกระทะขนาดย่อม กลิ่นหอมฟุ้งของเนยที่ละลายบนกระทะทองเหลืองตีคู่มากับควันสีขาวที่ลอยคลุ้ง แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตากว่าเตาหมูกระทะ กลับเป็นใบיหน้าหวานที่ตอนนี้บึ้งตึงจนแก้มป่องเป็นปลาปักเป้า
เหตุการณ์ "มือลั่น" ส่งสติ๊กเกอร์บอกความในใจในแชตกลุ่มรวมเมื่อสัปดาห์ก่อนยังคงหลอกหลอนทัพฟ้าไม่เลิก แม้ว่าเจ้าตัวจะแก้ตัวด้วยการโบ้ยให้ระบบรวนของสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ แต่วี่แววความสงสัยในตาคมกริบของข้าวปั้นก็ยังไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย
"โธ่, คุณปั้นครับ... ผมก็แค่กําลังใช้ความคิด" ทัพฟ้ายิ้มเจื่อน ส่งสายตาออดอ้อนระดับสิบที่ใช้ทีไรก็ทำเอาคนมองใจยวบทุกที "คนเรามันจะกินหมูกระทะอย่างเดียวโดยไม่คิดเรื่องอนาคตไม่ได้หรอกจริงไหมครับ ยิ่งช่วงนี้เศรษฐกิจ... โอ๊ย!"
คำพูดของเดือนคณะวิศวะถูกตัดตอนด้วยตะเกียบไม้ที่เคาะลงบนกะโหลกอย่างแม่นยำ ฝีมือของโอ๊ตเพื่อนสนิทตัวแสบที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
"อนาคตบ้าบออะไรของมึงไอ้ฟ้า หมูกระทะตรงหน้าจะไหม้หมดแล้วเนี่ย!" โอ๊ตหัวเราะร่วน พรางคีบสามชั้นควันฉุยเข้าปาก "แล้วนี่ไหนบอกว่าปาร์ตี้คลายเครียดเรื่องโปรเจกต์ไง ทำไมหน้าตาพวกมึงสองคนมันตึงยิ่งกว่าโปรเจกต์ส่งอาจารย์อีกวะ"
"ใครเครียด ไม่มี๊!" ข้าวปั้นเสียงสูงกลบเกลื่อน รีบคว้ากระป๋องน้ำอัดลมขึ้นมาดูดจนแก้มตอบ พยายามหลบสายตากรุ้มกริมที่ทัพฟ้าส่งมาให้ "กูแค่หิวข้าว... ใช่ กูหิว!"
บูมที่นั่งเงียบมานานเงยหน้าขึ้นจากจอแท็บเล็ต รอยยิ้มเจ้าเลื้อยปรากฏขึ้นที่มุมปากก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาวงหมูกระทะเกือบแตก
"หิวข้าวหรือหิวอย่างอื่นวะข้าวปั้น... เห็นมองหน้าไอ้ฟ้าตั้งแต่สามทุ่มละ"
"ไอ้บูม!" ข้าวปั้นสำลักน้ำอัดลมพรวดใหญ่ หน้าหวานขึ้นสีแดงจัดด้วยความเขินปนโมโห ทัพฟ้าไวกว่ารีบคว้าทิชชูมาซับมุมปากให้ทันที การกระทำที่ดูเป็นธรรมชาติแต่แฝงความใส่ใจเกินเบอร์นี้ทำเอาโอ๊ตกับบูมต้องหันมามองหน้ากันแล้วส่งเสียง 'ฮิ้ว' ยาวๆ ออกมาพร้อมกัน
"พอเลยนะพวกมึงสองคนอ่ะ เลิกแซوสักที!" ข้าวปั้นปัดมือทัพฟ้าออกแล้วขยับตัวหนีไปชิดมุมโซฟา ทว่าพื้นที่จำกัดทำให้แผ่นหลังชนเข้ากับอกแกร่งของอีกฝ่ายเข้าอย่างจังจนต้องสูดหายใจเข้าลึก
"เขินแล้วดุจังวะครับ" เสียงทุ้มกระซิบชิดใบหูเบาๆ จนคนฟังขนลุกซู่ ทัพฟ้าโน้มตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นควันหมูกระทะจางๆ กลายเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่ทำเอาหัวใจของคนตัวเล็กเต้นผิดจังหวะ "ถ้าเขินมากๆ เปลี่ยนเป็นบอกรักผมแทนก็ได้นะ ผมรับฟังตลอด 24 ชั่วโมงครับ"
"ไอ้... ไอ้บ้าฟ้า!"
"เอาล่ะๆ เลิกจีบกันในเวลาทำกินสักทีพวกมึง!" โอ๊ตตบโต๊ะดังปุ๊ ปลุกบรรยากาศให้กลับมาครึกครื้นอีกครั้ง "ในเมื่อพวกเรากินกันจนหนังท้องตึงหนังตาเริ่มหย่อนแล้ว เพื่อไม่ให้บรรยากาศมันน่าเบื่อ... เรามาหาอะไรสนุกๆ ทำกันดีกว่า"
บูมหยิบสำรับไพ่สีดำสนิทขึ้นมาวางกลางวง ดวงตาเป็นประกายด้วยความเจ้าเล่ห์ "เกมคิงส์รัน (King's Rum) ฉบับคนโสดและคน(แอบ)มีเจ้าของ... ใครจับได้ใบ K มีสิทธิ์สั่งได้หนึ่งอย่าง ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด!"
ข้าวปั้นมองสำรับไพ่ด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ เขารู้จักนิสัยเพื่อนตัวเองดีว่ามันต้องสรรหาคำถามกวนประสาทมาแกล้งเขาแน่นอน แต่ปฏิเสธตอนนี้ก็คงโดนหาว่าปอดแหก จึงจำใจต้องพยักหน้ารับคำท้า
รอบแรกผ่านไปอย่างไร้ระเบียบ ไพ่ถูกแจกวนไปเรื่อยๆ พร้อมเสียงหัวเราะและบทลงโทษเบาะๆ เช่น การกินน้ำเก๊กฮวยผสมพริกไทย หรือการโทรไปบอกรักแม่แบบซึ้งๆ จนกระทั่ง...
"ตาฉันล่ะนะ" ทัพฟ้าหยิบไพ่ใบสุดท้ายขึ้นมาพลิดู มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ทำให้ข้าวปั้นรู้สึกเหมือนมีลางร้ายวิ่งผ่านสันหลังวาบ
โอ๊ตชะโงกหน้าไปดูแล้วร้องลั่น "เฮ้ย! ไพ่ K ว่ะ! ไอ้ฟ้าได้ใบ K เว้ยพวกมึง!"
บรรยากาศในวงเงียบลงทันที ทุกสายตาหันไปจ้องมองที่ทัพฟ้าเป็นตาเดียว บูมยิ้มกริ่มเตรียมตัวรอดูความสนุก ส่วนข้าวปั้นพยายามทำเป็นสนใจช้อนซ่อมในมือแทน
"อืม... ได้ใบ K ซะด้วยสิครับ" ทัพฟ้าจงใจลากเสียงยาว ทอดสายตาคมกริบมองตรงมาที่คนข้างกายที่พยายามนั่งตัวลีบ "ในเมื่อผมมีสิทธิ์สั่งอะไรก็ได้... ผมขอสั่งให้..."
ทัพฟ้าเว้นจังหวะ ทำเอาข้าวปั้นต้องเงยหน้าขึ้นมองด้วยความลุ้นระทึก หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าคนอื่นจะได้ยิน
"สั่งให้คนที่นั่งทางขวามือของผม... คนที่หน้าหวานๆ กำลังทำตาโตใส่ผมอยู่ตอนนี้..." ทัพฟ้าจงใจขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ข้างแก้ม "ช่วยตอบคำถามผมตามตรง... ว่าความจริงแล้ว สติกเกอร์ที่ส่งมาวันนั้น... หมายความว่ายังไงกันแน่ครับ?"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทันที โอ๊ตและบูมต่างเลิกคิ้วสูงด้วยความตื่นเต้น ไม่คิดว่าเพื่อนรักตัวดีจะกล้าเปิดเกมรุกกลางวงเหล้าแบบนี้
ข้าวปั้นอ้าปากค้าง สมองขาวโพลนไปหมด คำแก้ตัวเรื่องมือลั่นที่เคยเตรียมไว้กระจัดกระจายหายไปในอากาศ ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาจนลามไปถึงใบหู มือบางกำชายเสื้อตัวเองแน่นจนยับยู่ยี่
เขารู้ดีว่าถ้าตอบไม่ดีมีหวังโดนแซวไปจนเรียนจบแน่ๆ แต่ถ้าเงียบ... สายตาของทัพฟ้าที่มองมาในตอนนี้ มันกดดันเสียยิ่งกว่าการโดนอาจารย์เรียกสัมภาษณ์โปรเจกต์เดี่ยวเสียอีก
"ก... ก็บอกแล้วไงว่ามือลั่น!" ข้าวปั้นเสียงสั่น เถียงกลับด้วยความเขินอาย "ใครจะไปตั้งใจส่งอะไรแบบนั้นวะ! มึงอย่ามามโนนะไอ้ฟ้า!"
ทัพฟ้าไม่โต้เถียง เขากลับหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาดุดันแต่แฝงด้วยความอ่อนโยนคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคนตรงหน้า ราวกับต้องการค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้คำแก้แก้ตัวเหล่านั้น
"มือลั่นเหรอครับ..." ทัพฟ้าเอ่ยเสียงนุ่ม ทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำจนคนฟังแทบหยุดหายใจ "แต่ทำไม... หัวใจของผมถึงไม่ได้คิดว่ามันเป็นการลั่นเลยสักนิดล่ะครับ ข้าวปั้น"
ปัง! เสียงหัวใจของข้าวปั้นเหมือนดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท ท่ามกลางเสียงเชียร์และเสียงแซวของเพื่อนสนิทที่เริ่มส่งเสียงดังขึ้นอีกครั้ง บรรยากาศรอบตัวแคบลงจนเหลือเพียงแค่คนสองคน
และก่อนที่ข้าวปั้นจะทันได้หาคำพูดมาเถียงกลับ ทัพฟ้าก็ยื่นมือถือของตัวเองขึ้นมา หน้าจอสว่างวาบพร้อมข้อความแชตที่พิมพ์ค้างไว้... ข้อความที่ทำให้โลกทั้งใบของข้าวปั้นหยุดหมุนไปชั่วขณะ
*“งั้นเปลี่ยนจากคำถาม เป็นให้มึงมาเป็นแฟนกู... ตอนนี้เลยดีไหมครับ?”*
(โปรดติดตามตอนต่อไปครับ)
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "สายลมแผ่วเบา" เสมอมานะครับ
คุณรูมเมตครับ เลิกเต๊าะผมที•ตอนที่ 17
ปาร์ตี้หมูกระทะเยียวยาทุกสิ่ง
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณรูมเมตครับ เลิกเต๊าะผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!