คุณรูมเมตครับ เลิกเต๊าะผมที•ตอนที่ 18

อุบัติเหตุรักที่ระเบียงห้อง

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"งั้นเปลี่ยนจากคำถาม เป็นให้มึงมาเป็นแฟนกู... ตอนนี้เลยดีไหมครับ?" ประโยคสั้นๆ ประโยคเดียวที่ทิ้งค้างไว้จากค่ำคืนก่อน ยังคงวนเวียนก้องอยู่ในโสตประสาทของผมราวกับแผ่นเสียงตกร่อง ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา นายธนาธิปคนนี้ไม่ได้นอนเต็มตาเลยสักงาดวงเดียว เอาแต่พลิกไปพลิกมาบนเตียงแคบๆ พร้อมกับเอามือกุมขมับด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งหมั่นไส้ ทั้งประหม่า และที่สำคัญที่สุดคือ... หัวใจเจ้ากรรมมันดันเต้นผิดจังหวะจนควบคุมไม่ได้ ให้ตายสิครับ นี่มันห้องนอนผมนะเว้ย ทำไมไอ้คุณรูมเมตหน้ามึนอย่างทัพฟ้าถึงได้กล้าเอ่ยปากขอเป็นแฟนกันโต้งๆ ที่ระเบียงห้องตอนตีสองครึ่งแบบนั้นวะ! "นี่, ข้าวปั้น... มึงจะยืนเหม่อเป็นเสาหลักเมืองตรงนั้นอีกนานไหมครับ หรือจะให้กูเดินไปอุ้มเข้ามาข้างใน" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง ดึงผมให้หลุดออกจากภวังค์ความคิด ทัพฟ้าในชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงวาสก์สบายๆ ยืนกอดอกพิงกรอบประตูกระจกใส มองมาที่ผมด้วยรอยยร้อเลียนมุมปาก รอยยิ้มแบบนั้นแหละครับที่เห็นทีไรก็ชวนให้หมั่นไส้จนอยากจะหยิกแขนสักทีสองที "ใครเหม่อ, กูไม่ได้เหม่อสักหน่อย!" ผมหันไปโวยวายใส่ทันทีตามสัญชาตญาณ พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด แม้ว่าใบหน้าร้อนผ่าวและหัวใจที่เต้นรัวเป็นกลองชุดมันจะทรยศคำพูดผมสิ้นเชิง "แล้วนี่มึงจะมายืนจ้องอะไรนักหนา หลบไปเลยนะ กูจะเข้าไปข้างใน รกหูรกตา!" "อ้าว, ระเบียงนี้มันก็ระเบียงห้องเราป่ะวะ ทำไมกูจะยืนไม่ได้" ทัพฟ้ายัก ผมกลอกตาขึ้นฟ้าอย่างเอือมระอา ก่อนจะขยับตัวเดินหนีเพื่อจะกลับเข้าห้องนอน แต่เพราะความรีบร้อนประกอบกับพื้นซีเมนต์ที่เพิ่งโดนละอองฝนเมื่อคืนยังมีความชื้นอยู่ ทำให้จังหวะที่ผมก้าวเท้าถอยหลังนั้น... *พรืด!* "เฮ้ย!" อุบัติเหตุเกิดขึ้นเร็วมากจนสมองประมวลผลไม่ทัน ขาทั้งสองข้างของผมลื่นไถลออกจากกันราวกับเล่นสเก็ตน้ำแข็งบนลานเบนซ์ ร่างกายเสียการทรงตัวในเสี้ยววินาที และก่อนที่แผ่นหลังจะได้กระแทกกับพื้นคอนกรีตแข็งๆ ให้กระดูกกระ이แหลกคามือ ท่อนแขนแข็งแรงคู่หนึ่งก็คว้าเข้าที่เอวของผมอย่างรวดเร็ว พร้อมกับดึงรั้งเข้าไปประชิดอกแกร่งอย่างแรง แรงเหวี่ยงจากการดึงทำให้ร่างของเราทั้งคู่เซถลาไปชนกับราวระเบียงเหล็กอย่างจัง *ตุบ!* แม้แรงกระแทกจะพอมีอยู่บ้าง แต่ความนุ่มนวลจากอ้อมแขนที่โอบกอดไว้กลับทำให้ผมไม่เจ็บอย่างที่คิด และเมื่อผมลืมตาขึ้น ภาพตรงหน้าก็ทำเอาลมหายใจสะดุดกึกไปดื้อๆ ใบหน้าคมคายของทัพฟ้าอยู่ห่างจากผมไม่ถึงคืบ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นประกายระยิบระยับที่อ่านไม่ออก ลมหายใจอุ่นๆ ของเราเป่ารดใส่กันและกันจนสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวที่แผ่ซ่านจากพวงแก้มลามไปถึงใบหู ให้ตายเถอะ... ใกล้เกินไปแล้ว ผมมองเห็นแพขนงตาดกหนา สันจมูกโด่งเป็นสันคม และริมฝีปากหยักได้รูปที่อยู่ห่างออกไปเพียงแค่เอื้อมมือ สติสัมปชัญญะของผมหลุดลอยไปไกลโพ้น ท่ามกลางเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามจนดังแข่งกับเสียงรถราบนท้องถนนด้านล่างตึก ทัพฟ้าเองก็ดูเหมือนจะนิ่งงดงามไปชั่วขณะ สายตาของเขาเลื่อนลงมองริมฝีปากของผมช้าๆ ก่อนจะเงยขึ้นประสานสายตากับผมอีกครั้ง ประกายความหมายบางอย่างในแววตานั้นทำให้รู้เลยว่า เขากำลังคิดอะไรอยู่ และผมเอง... ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสมองมันว่างเปล่าจนพร้อมจะไหลตามบรรยากาศพาไป ระยะห่างลดลงเรื่อยๆ อย่างไร้แรงต้านทาน... ใบหน้าของทัพฟ้าโน้มต่ำลงมาทีละนิด ส่วนเปลือกตาของผมก็เริ่มค่อยๆ ปิดลงอัตโนมัติเพื่อรอรับสัมผัสอุ่นที่กำลังจะเกิดขึ้น อีกนิดเดียว... อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น... *Rrrrrrr! Rrrrrrr!* เสียงโทรศัพท์มือถือแผดเสียงดังลั่นแหวกบรรยากาศสีชมพูในเสี้ยววินาทีวิกฤต ราวกับมีคนตั้งใจแกล้งขัดจังหวะโลกแตก! ทัพฟ้าสะดุ้งเล็กน้อย ส่วนผมสะดุ้งเฮือกใหญ่ยิ่งกว่าโดนผีหลอก สติที่หลุดลอยกระเจิงกลับเข้าร่างทันที ผมออกแรงผลักอกอีกฝ่ายเต็มแรงจนทัพฟ้าเซถลาถอยหลังไปสองก้าว ส่วนผมก็รีบดีดตัวลุกขึ้นยืนตรง จัดเสื้อผ้าหน้าผมที่ยุ่งเหยิงให้เข้าที่เข้าทางด้วยความลนลาน "อะ... เสียงโทรศัพท์! โทรศัพท์ใครวะ ดังอยู่ได้ รำคาญชะมัด!" ผมโวยวายกลบเกลื่อนความหน้าแตกและอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ พยายามไม่สบตากับคนตรงหน้าที่ตอนนี้กำลังยืนเอามือกุมขมับด้วยสีหน้าเสียดายสุดขีด ทัพฟ้าถอนหายใจเฮือกใหญ่ คว, มือหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าางเกงขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด หน้าจอแสดงชื่อสายเรียกเข้าที่ทำเอาเขาอยากจะปาเครื่องทิ้งลงไปข้างล่างตึกซะเดี๋ยวนั้น "ไอ้... บูม" ทัพฟ้ากัดฟันกรอด เอ่ยชื่อเพื่อนตัวดีด้วยน้ำเสียงลอดไรฟัน ก่อนจะกดรับสายแล้วกรอกเสียงใส่ทันทีด้วยความฉุนเฉียว "มีอะไรวะไอ้บูม ถ้ามึงโทรมาเรื่องไม่เป็นเรื่องนะ กูจะไปถีบหน้ามึงถึงห้อง!" *(อ้าว ไอ้ฟ้า ใจเย็นเพื่อน! กูโทรมาเตือนความจำเฉยๆ ว่าวันนี้มีคลาสอาจารย์สมชายตอนเก้าโมงครึ่งนะเว้ย แล้วนี่มึงอยู่ไหนทำไมเสียงดูหงุดหงิดจังวะ เหมือนกูโทรไปขัดจังหวะอะไรมึงป่ะเนี่ย?)* เสียงปลายสายตอบกลับมาอย่างไม่รู้ชะตากรรม แถมยังมีความเสือกเจือปนมาในน้ำเสียงชัดเจน ทัพฟ้าเหลือบสายตากลับมามองผมที่ยืนกอดอกทำเป็นมองนกมองไม้กลบเกลื่อนความเขินอาย มุมปากของพ่อคุณกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที แม้จะเพิ่งพลาดโอกาสสำคัญไปหมาดๆ แต่รังสีความกวนประสาทก็ไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเลย "เออ... ขอบใจที่เตือน" ทัพฟ้าตอบเสียงเรียบ แต่สายตายังคงจ้องมองผมไม่วางตา "มึงโทรมาได้จังหวะนรกมากไอ้บูม... ไว้เดี๋ยวศุกร์นี้กูค่อยไปคิดบัญชีกับมึงทีหลัง" พูดจบ ทัพฟ้าก็กดตัดสายทิ้งทันทีโดยไม่รอให้อีกฝ่ายได้แก้ตัวอะไรทั้งสิ้น เขายัดโทรศัพท์ใส่กระเป๋าแล้วก้าวเท้าเดินตรงเข้ามาหาผมที่ยืนพิงกำแพงห้องอยู่ "มองอะไรเล่า! จะไปอาบน้ำแต่งตัวไม่ใช่รึไง เดี๋ยวก็ไปเรียนสายหรอก" ผมรีบดักคอเสียงแข็งเพื่อป้องกันไม่ให้เขาพูดประโยคชวนใจสั่นเมื่อครรภ์ขึ้นมาอีก ทัพฟ้าหยุดยืนตรงหน้าผม ห่างกันแค่ก้าวเดียว ดวงตาสคมคายทอดมองผมด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะปิดบังไว้มิด รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก ก่อนที่เขาจะโน้มตัวลงมา กระซิบข้างหูด้วยเสียงทุ้มพร่าที่ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งตัว "รอดตัวไปนะมึง... สำหรับเรื่องเมื่อกี้" ทัพฟ้ากระซิบแผ่วเบา "แต่จำไว้เลยนะข้าวปั้น ว่าติดไว้ก่อน... รอบหน้าไม่มีทางพลาดแบบนี้แน่ครับ" พูดจบ พ่อคุณก็ส่งยิ้มมุมปากแบบที่ผมเกลียดนักเกลียดหนาก่อนจะเดินผิวปากเข้าห้องน้ำไปหน้าตาเฉย ปล่อยให้ผมยืนใจเต้นตึ้กตั้กหน้าแดงแจ๋อยู่คนเดียวลำพังที่ระเบียงห้อง ให้ตายสิ... ผู้ชายคนนี้อันตรายต่อหัวใจชะมัดเลยครับ! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความอบอุ่นหัวใจให้กันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณรูมเมตครับ เลิกเต๊าะผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%