เข็มสั้นบนนาฬิกาแขวนผนังเคลื่อนผ่านเลขสองไปนานแล้วครับ... และตอนนี้มันกำลังจะแตะเลขสาม ขณะที่เสียง "ติ๊กต่อก" ของมันดังสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงัดของห้องพัก
ให้ตายสิ... ผู้ชายคนนี้อันตรายต่อหัวใจชะมัดเลยครับ!
ทัพฟ้ากำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนพรมหน้าโซฟา ตาคมกริบมองจดจ่ออยู่กับหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกเตี้ยๆ เหมือนมันจะลุกขึ้นมาวิ่งหนีได้ยังไงอย่างนั้น หน้าจอแสดงผลแชตล่าสุดที่เขาทักไปหาข้าวปั้นเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน — *'ไปทำธุระอะไรดึกดื่นครับตัวเล็ก ให้พี่ไปรับไหม'* — ไร้ซึ่งการตอบกลับ ไร้ซึ่งการอ่าน หรือแม้แต่สัญญาณชีพใดๆ จากอีกฝ่าย
ติ๊ก... ติ๊ก... ติ๊ก...
เสียงนาฬิกาเจ้ากรรมช่างสรรหาวิธีทรมานประสาทสัมผัสของคนรอเสียจริง ปกติแล้วปฏิพัทธ์ไม่ใช่คนใจร้อนครับ เขาคือวิศวกรผู้ควบคุมงานก่อสร้างตึกสูงระฟ้าด้วยความสุขุม เยือกเย็น และคำนวณทุกอย่างด้วยความแม่นยำระดับมิลลิเมตร แต่พอเป็นเรื่องของนายธนาธิป... ไอ้ความแม่นยำที่ว่ามันดันพังไม่เป็นท่า ความอดทนของเขามันสั้นเสียยิ่งกว่ากางเกงกีฬาตัวโปรดของเจ้าตัวเสียอีก
"ไปทำบ้าอะไรนานขนาดนั้นวะ..."
เสียงทุ้มต่ำพึมพำกับความว่างเปล่า มือหนายกขึ้นเสยผมสีเข้มที่เริ่มยุ่งเหิงเพราะเจ้าตัวขยี้มันซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความหงุดหงิดปนเป็นห่วง ทัพฟ้ายันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายยาวๆ ก้าววนไปวนมาภายในห้องนั่งเล่นที่แคบลงถนัดตา ร่างสูงเดินจากระเบียงไปหยุดที่หน้าประตูห้อง เปิดแง้มออกมองออกไปตรงทางเดินมืดๆ สลัวที่มีเพียงหลอดไฟนีออนสีส้มกระพริบแปับๆ ตรงมุมตึก ลมยามดึกพัดปะทะผิวจนรู้สึกเย็นเยียบ แต่ความเย็นข้างนอกนั้นยังเทียบไม่ได้เลยกับความหน and uneasy ในอกที่กำลังก่อตัวขึ้นช้าๆ
นี่ก็ตีสองกว่าแล้วนะครับ เด็กสถาปัตย์ตัวขาวๆ หน้าหวานที่ชอบทำตัวเก่งแต่เปราะบางเหมือนแก้วเจียระไนคนนั้น ออกไปซื้อของใช้จำเป็นตั้งแต่เที่ยงคืน บอกแค่ว่าร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอยของหมดและตู้กดน้ำใต้ตึกเสีย แต่เล่นหายไปเกือบสามชั่วโมงเต็มแบบนี้ มันปกติเสียที่ไหนเล่า!
โทรศัพท์ในมือสั่นครืดขึ้นมาครั้งหนึ่ง ทัพฟ้าสะดุ้งเฮือก รีบกดปลดล็อกหน้าจอด้วยความเร็วแสงจนเกือบทำเครื่องหลุดมือ แต่พอเห็นว่าเป็นแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันส่งอาหารที่เขาไม่ได้สั่ง หัวคิ้วหนาก็ขมวดเข้าหากันจนแทบจะเป็นปม
"ให้ตายเถอะข้าวปั้น... นายกำลังทำให้ฉันเป็นบ้าตายอยู่รอมร่อรู้ตัวบ้างไหมเนี่ย"
ร่างสูงพ่นลมหายใจร้อนๆ ออกทางจมูก ตัดสินใจคว้าแจ็กเก็ตยีนส์สีเข้มที่พาดอยู่พนักพิงโซฟามาสวมลวกๆ มือใหญ่มือหนึ่งคว - กุญแจรถมอเตอร์ไซค์คันโปรด ขยับรองเท้าผ้าใบเหยียบส้นอย่างไม่ใส่ใจความเรียบร้อย แล้วก้าวพรวดพราดออกไปจากห้องทันที โดยไม่ลืมที่จะล็อกประตูให้เรียบร้อยตามสัญชาตญาณของคนรักความสะอาดและปลอดภัย
ทางเดินตึกเงียบสงบจนได้ยินเสียงรองเท้าผ้าใบกระทบกับพื้นปูนซีเมนต์ดัง ก้องกึง ทัพฟ้าสาวเท้ายาวๆ ลงบันไดหนีไฟแทนการรอลิฟต์ที่ช้าไม่ทันใจ สมองก็คิดวนไปสารพัดเรื่อง — หรือจะโดนอันธพาลแถวนี้ไถเงิน? หรือสะดุดล้มหัวฟาดพื้นตรงไหน? หรือ... หรือว่าแอบไปนั่งร้องไห้เพราะคิดถึงบ้านอีกแล้ว?
ความคิดสุดท้ายทำให้หัวใจของคนตัวโตกระตุกวูบ
ภาพของข้าวปั้นในยามที่ดื้อรั้น ขี้โวยวาย ปากเก่งแต่แอบซ่อนความโดดเดี่ยวไว้เบื้องหลังรอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นมาในหัวไม่หยุดหย่อน ตั้งแต่ก้าวเข้ามาเป็นรูมเมตกันเมื่อหลายเดือนก่อน จากความรำคาญใจในตอนแรกที่ต้องมาทนเห็นคนอื่นใช้พื้นที่ส่วนตัวร่วมกัน มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นความคุ้นชิน... และลามเลยกลายเป็นความหวงแหนอย่างไม่น่าเชื่อ ทัพฟ้าจำได้ทุกรายละเอียดเกี่ยวกับอีกฝ่าย — กลิ่นแชมพูเด็กอ่อนๆ ที่ลอยมาจากห้องน้ำยามเช้า, รอยยิ้มตาหยีเวลาได้กินของอร่อย, หรือแม้แต่เสียงบ่นงصบแงบตอนที่เขาแกล้งดึงแก้มเนียนๆ นั่น
เขารู้ตัวดีครับ... ว่าตัวเองตกหลุมพรางที่อีกฝ่ายขุดไว้ด้วยความโก๊ะและน่ารักโดยไม่รู้ตัวไปเสียแล้วลึกซึ้งแค่ไหน แต่ปัญหาคือไอ้เด็กดื้อนั่นมันซื่อบื้อหรือแกล้งซื่อกันแน่นี่สิ ถึงได้ทำตัวน่าตีให้เข่าทรุดอยู่เรื่อย
ทัพฟ้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมาถึงหน้าปากซอย ถนนสายหลักยามวิกาลโล่งเตียน มีเพียงรถแท็กซี่วิ่งผ่านไปนานๆ คัน ร้านสะดวกซื้อเป้าหมายเปิดไฟสว่างจ้าอยู่ตรงหัวมุม ไฟสีขาวนวลสาดส่องกระทบพื้นถนนเปียกชื้นจากน้ำค้างยามดึก
เขากวาดสายตามองไปรอบร้านผ่านกระจกใสบานใหญ่ หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความร้อนรนค่อยๆ สงบลงเมื่อเห็นแผ่นหลังคุ้นเคยในชุดฮู้ดสีเทาตัวโคร่งกำลังยืนก้มหน้าก้มตาเลือกขนมปังอยู่หน้าชั้นวางของ
ขาวยาวๆ ชะลอฝีลดลง ลมหายใจที่หอบเหนื่อยจากการก้าวเร็วดึงสติให้เขากลับมามองภาพตรงหน้าได้อย่างชัดเจนขึ้น ทัพฟ้าไม่ได้เดินเข้าไปหาในทันที แต่เลือกที่จะยืนกอดอกพิงเสาไฟฟ้าริมทาง มองผ่านกระจกใสเข้าไปข้างในด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโล่งใจ โกรธนิดๆ ที่ทำให้อย่กเป็นห่วง และ... ความอ่อนโยนพรั่งพรูที่เอ่อล้นออกมาจนปิดไม่มิด
ในตอนนั้นเอง ข้าวปั้นที่เพิ่งหยิบนมกล่องออกจากตู้แช่ก็หันมาสบตากับเขาผ่านกระจกใสพอดี
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเลิกลั่กทำตัวไม่ถูกเมื่อเห็นสีหน้าถมึงทึงของคนที่ยืนกอดอกรออยู่ข้างนอก รอยยิ้มเจื่อนๆ ส่งผ่านมาให้ผ่านกระจก พร้อมกับริมฝีปากบางที่ขยับพูดไม่มีเสียงว่า... *'ซวยแล้ว'*
ทัพฟ้ามุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มร้ายกาจ ทว่าในแววตากลับพราวระยับไปด้วยความเอ็นดูระคนหมั่นเขี้ยว เขายืนนิ่ง ขยับตัวเดินเข้าไปใกล้ประตูกระจกที่กำลังเลื่อนเปิดออก พร้อมกับคิดในใจว่า...
คืนนี้เด็กดื้อคนนี้คงต้องโดนทำโทษชุดใหญ่เสียแล้วล่ะครับ โทษฐานที่ทำให้คนเป็นรูมเมตหัวใจแทบวายเล่นแบบนี้!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์ของพวกเขานะครับ
คุณรูมเมตครับ เลิกเต๊าะผมที•ตอนที่ 19
ความห่วงใยที่ปิดไม่มิด
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณรูมเมตครับ เลิกเต๊าะผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!