หน้าจอมือถือในมือของข้าวปั้นยังคงสว่างวาบ ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับเย็นเฉียบลงถนัดตา ประโยคคำถามเมื่อครู่ของทัพฟ้ายังลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ เจือด้วยกระแสความกดดันบางอย่างที่ทำเอาคนตัวเล็กถึงกับกลืนน้ำลายไม่ลงคอ
"ใครส่งมาเหรอครับ... น้องข้าวปั้น?"
น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่นัยน์ตากลับคมกริบราวกับสัตว์นักล่าที่กำลังจดจ้องเหยื่อในกำมือ ทัพฟ้าไม่ได้ขยับตัวไปไหน ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อยืดสีดำตัวโคร่งกับกางเกงวอร์มยังคงยืนขวางทางประตูห้องนอนไว้อย่างมิดชิด ไหล่กว้างๆ นั่นดูเหมือนจะกั้นโลกทั้งใบเอาไว้ ไม่ยอมให้ข้าวปั้นหลุดรอดไปไหนได้ง่ายๆ
"มัน... มันเรื่องของผมไหมล่ะครับคุณปฏิพัทธ์" ข้าวปั้นเลือกที่จะเชิดหน้าขึ้น แม้ในใจจะแอบหวั่นไหวกับรังสีความหึงหวง (ที่เจ้าตัวพยายามปฏิเสธสุดชีวิตว่าไม่ใช่) ที่แผ่ออกมาจากร่างของรูมเมตตัวดี "มือถือก็มือถือผม ความเป็นส่วนตัวน่ะรู้จักไหมครับวิศวะปีสอง"
"อ๋อ ความส่วนตัว" ทัพฟ้าทวนคำเสียงสูง มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นนิดๆ แต่ดวงตากลับไม่ได้ยิ้มตามเลยแม้แต่น้อย "อยู่ห้องเดียวกันมาตั้งกี่เดือน มีความลับอะไรต่อกันตั้งแต่เมื่อไหร่ครับเนี่ย... หรือว่า 'ไอ้รุ่นพี่คณะบริหาร' คนนั้นมันยังไม่เลิกตื๊อคุณอีก?"
ประโยคหลังทัพฟ้ากดเสียงต่ำลงโดยไม่รู้ตัว ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่เขาเริ่มรู้สึกว่าพื้นที่ส่วนตัวของข้าวปั้น ควรมีแค่เขาคนเดียวที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปก้าวก่ายได้
"พี่กรณ์เขาไม่ได้ตื๊อครับ เขาแค่... ทักมาถามเรื่องงานสถาปัตย์งานบวกกับชวนไปกินกาแฟเฉยๆ" ข้าวปั้นเผลอเสียงดังใส่เพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก ยิ่งเห็นท่าทางหวงก้างแบบไม่เนียนของอีกฝ่าย ความน้อยใจจากเรื่องเมื่อวานที่โดนแกล้งจนเกือบจะร้องไห้ก็ผุดขึ้นมาทวงคืนความยุติธรรม
"อ๋อ ชวนไปกินกาแฟ... สนิทกันขนาดนั้นเลยเหรอครับ ถึงขั้นต้องส่งสติกเกอร์หัวใจดวงโตๆ มาให้เนี่ย" ทัพฟ้าก้าวเข้าไปประชิดตัวทีละนิด จนข้าวปั้นต้องถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ
"ถอยไปเลยนะ! คุณไม่มีสิทธิ์มาวุ่นวายเรื่องส่วนตัวของผม แล้วก็เลิกเข้ามาใกล้ผมสักที!" ข้าวปั้นยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของอีกฝ่ายไว้ แต่มันกลับให้ความรู้สึกเหมือนกำลังดันกำแพงอิฐปูนเปลือยที่แข็งแกร่งและร้อนระอุ
"ไม่มีสิทธิ์เหรอครับ..." ทัพฟ้าโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบจะชิดกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นมี้นต์จางๆ ปะทะเข้ากับพวงแก้มใสที่เริ่มขึ้นสีระเรื่อ "ทั้งห้องนี้ ทั้งเตียงนอนนี้... หรือแม้แต่ตัวคุณ ผมก็ดูแลมากับมือ จะบอกว่าไม่มีสิทธิ์ได้ยังไงล่ะครับ"
"คนฉวยโอกาส! ใครยอมให้คุณดูแลไม่ทราบ!"
ข้าวปั้นเบือนหน้าหนีความใกล้ชิดที่อันตรายต่อหัวใจดวงน้อยเสียเหลือเกิน ดวงตาเรียวรีหลบวูบลงไปมองที่ถุงกระดาษแบรนด์ดังในมืออีกข้างของทัพฟ้าที่เพิ่งสังเกตเห็น ความเงียบงันเข้ามาปกคลุมชั่วขณะเมื่อกลิ่นหอมหวานของชาและไข่มุกเคี้ยวหนึบลอยเตะจมูก
ทัพฟ้าถอนหายใจออกมาเบาๆ ยอมผถอยหลังออกไปหนึ่งก้าว เปิดโอกาสให้คนตัวเล็กได้หายใจหายคอสะดวกขึ้น รifษาสีหน้ากวนประสาทเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยที่ดูจริงจังขึ้นมาเสียดื้อๆ
"งอนเก่งเป็นแมวเปอร์เซียไปได้..." ทัพฟ้าพึมพำเบาๆ ก่อนจะยกถุงในมือขึ้นมาตรงหน้า "อ่ะ... ไถ่โทษเรื่องเมื่อวานที่แกล้งแรงไปหน่อย ยอมรับก็ได้ว่าสำนึกผิดไม่ทัน"
ข้าวปั้นเหลือบตามองถุงชาไข่มุกเมนูโปรดร้านดังที่ต้องต่อคิวยาวเหยียดฝั่งหน้ามหาวิทยาลัย สลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้แฝงแววออดอ้อนเล็กๆ อย่างที่นานๆ ทีจะได้เห็น
"คิดว่าเอาของกินมาล่อแล้วผมจะหายโกรธง่ายๆ เหรอครับ?" ข้าวปั้นเชิดหน้าขึ้น ทำเป็นฟอร์มจัดใส่ ทั้งที่กระเพาะเจ้ากรรมดันส่งเสียงร้องประท้วงออกมาเบาๆ ท่ามกลางความเงียบ
*จ๊อก...*
บรรยากาศสะสต็อปไปสามวินาทีถ้วน ข้าวปั้นอยากจะมุดแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดจนลามไปถึงใบหู มือบางรีบยกขึ้นมาจับแก้มตัวเองเพื่อกลบเกลื่อนความอาย
ทัพฟ้าหลุดหัวเราะพรวดออกมาทันที รอยยิ้มกว้างที่สว่างไสวทำเอาห้องนั่งเล่นแคบๆ ดูสดใสขึ้นมาทันตาเห็น "เสียงท้องร้องเมื่อกี้บอกว่าหายโกรธแล้วนะฃครับน้องข้าวปั้น"
"ไอบ้าทัพฟ้า! ใครบอกว่าหาย! เอามานี่เลยนะ!" ข้าวปั้นคว้าหมับเข้าที่ถุงชาไข่มุกด้วยความหมั่นไส้ ตั้งใจจะแย่งมาดื่มให้หนสะใจเพื่อเป็นการล้างแค้น แต่ทัพฟ้ากลับแกล้งยกมือขึ้นสูงเหนือหัว ทำให้คนตัวเล็กที่ส่วนสูงน้อยกว่าต้องเขย่งปลายเท้าสุดตัวจนเซถลาเข้าไปซุกอกแกร่งอย่างช่วยไม่ได้
แขนแกร่งไวกว่าความคิด วาดวงแขนโอบเอวบางของคนตรงหน้าเอาไว้โดยอัตโนมัติเพื่อไม่ให้ล้มลงไป ข้าวปั้นชะงักค้าง ใบแนบชิดติดกับแผงอกของอีกฝ่ายจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วไม่เป็นจังหวะ... ไม่ใช่แค่เสียงหัวใจของทัพฟ้า แต่เป็นเสียงหัวใจของเขาเองด้วย
"ปล่อยผมนะ..." ข้าวปั้นกระซิบเสียงแผ่วเบา ความแข็งกร้าวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความสั่นไหวที่แปลกประหลาด
"ถ้าปล่อยแล้วจะยอมคุยดีๆ ไหมล่ะครับ" ทัพฟ้าก้มลงกระซิบชิดใบหู เสียงทุ้มนุ่มทุ้มนั้นชวนให้สั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ "เลิกสนใจไอ้รุ่นพี่นั่นได้แล้ว... สนใจแค่ผมคนเดียวก็พอ"
ประโยคบอกเล่าเจือความเอาแต่ใจนั้นทำเอาข้าวปั้นหน้าร้อนผ่าวซ้ำสอง มือบางที่ดันแผงอกอยู่เปลี่ยนเป็นกำเสื้อของอีกฝ่ายแน่นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในใจ รินรดความชุ่มฉ่ำลงบนความเหงาที่เคยเกาะกุม
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและหัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เสียงเตือนข้อความแชตจากมือถือของทัพหน้าที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ
*ติ๊ง!*
หน้าจอมือถือสว่างวาบขึ้นมาเผยให้เห็นข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันไลน์ ทัพฟ้าเหลือบสายตาไปมองเพียงแวบเดียว แต่กลับทำให้ร่างสูงชะงักกึก รอยยิ้มออดอ้อนเมื่อครู่หายวับไปกับตา ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันขึ้นมาทันที
ข้าวปั้นสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงชะโงกหน้ามองตามสายตาของอีกฝ่าย และหัวใจเจ้ากรรมก็กระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อเห็นชื่อและข้อความบนหน้าจอชัดเจนเต็มสองตา
*[แม่]: ทัพฟ้า... ลูกแน่ใจเหรอว่าจะไปเรียนต่อปริญญาโทที่อังกฤษปีหน้า? เรื่องหมั้นกับหนูริน ทางผู้ใหญ่เขาคุยกันเรียบร้อยแล้วนะลูก*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความอบอุ่นให้หัวใจดวงน้อยๆ ดวงนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
คุณรูมเมตครับ เลิกเต๊าะผมที•ตอนที่ 4
ชาไข่มุกแก้วนั้นแทนคำขอโทษ?
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณรูมเมตครับ เลิกเต๊าะผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!