เทปกาวสองหน้าเนื้อหนาถูกแปะลงบนกระดาษปอนด์สีขาวสะอาดตาอย่างแม่นยำ ทุกสัดส่วนของตัวอักษรขนาดฟอนต์สิบหتัวหนาถูกจัดวางกึ่งกลางหน้ากระดาษราวกับผ่านการคำนวณโครงสร้างโครงสร้างสถาปัตยกรรมมาเป็นอย่างดี ข้าวปั้นยืนกอดอกมองผลงานชิ้นโบว์แดงของตัวเองด้วยแววตาภาคภูมิใจ บนแผ่นกระดาษแผ่นนั้นคือ "กฎเหล็ก 10 ข้อแห่งการอาศัยร่วมกันในห้อง 404" ที่เขาใช้เวลาตลอดค่อนคืนในการร่าง ตรวจทาน และขัดเกลาถ้อยคำให้รัดกุมที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้รูมเมตตัวแสบฉวยโอกาสล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวของเขาได้อีกแม้แต่นصفเซนติเมตรเดียว
"เสร็จสักที... ทีนี้แหละ นายทัพฟ้าผู้มากด้วยเล่ห์เหลี่ยมจะได้รู้ซึ้งถึงคำว่าระเบียบวินัยเสียบ้างนะครับ"
ข้าวปั้นพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปหมายจะแปะแผ่นกระดาษประกาศิตนี้ลงบนผนังห้องตรงข้ามประตูทางเข้า แต่ทว่า...
"อ้าว ข้าวปั้น ทำอะไรอยู่ครับ นั่นกระดาษอะไร หน้าตาดูเคร่งเครียดเชียว"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสอุ่นๆ ที่ทาบทับลงบนไหล่ลาด ทำให้คนที่กำลังตั้งสมาธิสะดุ้งสุดตัว ข้าวปั้นหันขวับกลับไปหมายจะต่อว่าคนฉวยโอกาส แต่จมูกเจ้ากรรมดันเฉียดผ่านปลายจมูกโด่งของอีกฝ่ายไปเพียงนิดเดียว กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นสบู่เจือจางลอยเข้าแตะจมูกจนหัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบ
"ถอยไปเลยนะทัพฟ้า! บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามาเดินย่องเบาข้างหลังแบบนี้" ข้าวปั้นถอยกรูดจนหลังชนผนัง มือเรียวยกขึ้นดันแผงอกกว้างของอีกคนไว้เป็นการรักษาระยะห่าง ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเคืองปนเขินที่ห้ามไม่ค่อยจะอยู่
ทัพฟ้าในชุดเสื้อกล้ามสีดำและกางเกงวอร์มสบายๆ ยักคิ้วกวนประสาทส่งมาให้ รอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายความเจ้าเล่ห์นั่นทำให้เขาดูโดดเด่นเสียจนคนมองต้องเบือนหน้าหนี ดวงตาคมกริบกวาดมองแผ่นกระดาษในมือของอีกฝ่ายอย่างสนใจ
"ไหนดูซิครับ... 'กฎเหล็ก 10 ข้อแห่งห้อง 404' โอ้โห มีการตีเส้นตารางเรียบร้อยซะด้วย นึกว่าส่งโปรเจกต์อาจารย์สถาปัตย์นะเนี่ย" ทัพฟ้าหัวเราะในลำคอเบาๆ น้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟังแต่ชวนให้หมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน
"ไม่ต้องมาทำเป็นแซวเลย อ่านซะ! แล้วจำใส่สมองอันชาญฉลาดของวิศวะกรปีสองไว้ด้วยว่า นายต้องทำตามทุกข้อ ไม่มีข้อแม้!" ข้าวปั้นเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามทำตัวให้ดูน่าเกรงขามที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะยื่นแผ่นกระดาษเข้าไปใกล้ใบหน้าหล่อเหลานั้น
ทัพฟ้าไม่ได้ปฏิเสธ เขารับแผ่นกระดาษนั้นมาถือไว้ด้วยมือข้างเดียว ไล่สายตาอ่านทีละบรรทัดอย่างพินิจพิเคราะห์ ท่าทีจริงจังขึ้นมาเล็กน้อยจนข้าวปั้นแอบลุ้นอยู่ในใจว่าอีกฝ่ายจะยอมรับข้อตกลงแต่โดยดีหรือไม่
"ข้อหนึ่ง... ห้ามส่งเสียงดังหลังเที่ยงคืน ข้อสอง... ห้ามวางเสื้อผ้าใช้แล้วเรี่ยราดนอกตะกร้า ข้อสาม... พื้นที่ในตู้เย็นต้องถูกแบ่งครึ่งอย่างเท่าเทียม ห้ามล้ำเส้น... อืม กฎดูสมเหตุสมผลดีนะครับ" ทัพฟ้าอ่านออกเสียงพลึงพำเบาๆ
"เห็นไหมล่ะ ถ้ารู้ว่าดีก็ปฏิบัติตามซะ เลิกทำตัวเป็น... อ๊ะ!"
ยังไม่ทันที่ข้าวปั้นจะพูดจบประโยค ทัพฟ้าก็จัดการม้วนแผ่นกระดาษกฎเหล็ก 10 ข้อในมือให้กลายเป็นแท่งกลมๆ ต่อหน้าต่อตา ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบถังขยะพลาสติกขนาดเล็กที่ตั้งอยู่มุมห้องขึ้นมาเปิดฝา และหย่อนกระดาษแผ่นนั้นลงไปอย่างไร้เยื่อใย
เสียงกระดาษกระทบก้นถังขยะดังขึ้นเบาๆ แต่กลับดังสะท้อนก้องอยู่ในความรู้สึกของคนร่างเล็ก
ข้าวปั้นอ้าปากค้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง สมองประมวลผลไม่ทันกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า ชายหนุ่มก้าวเท้าฉับๆ ไปที่ถังขยะ หยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาคลี่ดูด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย รอยยับยู่ยี่บนกระดาษเปรียบเสมือนเครื่องประจานความพยายามตลอดทั้งคืนของเขา
"นาย... นายกล้าดียังไงเอาผลงานฉันทิ้งถังขยะ!" ข้าวปั้นแว้ดใส่เสียงดังลั่น หน้าตาบึ้งตึงด้วยความโกรธจัด นิ้วเรียวชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง "นั่นฉันตั้งใจทำนะทัพฟ้า! นายไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้!"
ทัพฟ้ายังคงยืนกอดอกพิงขอบประตูด้วยท่าทีสบายๆ สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความเอ็นดูเจือความขี้เล่น รอยยิ้มมุมปากที่จุดขึ้นไม่ได้ทำให้คนโกรธรู้สึกดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งทำให้รู้สึกเหมือนกำลังโดนแมวป่าตัวใหญ่หยอกเย้าเล่นเสียมากกว่า
"ผมไม่ได้ทิ้งเพราะไม่เห็นค่านะครับข้าวปั้น..." ทัพฟ้าทิ้งน้ำเสียงนุ่มนวลลงเล็กน้อย ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวคนตัวเล็กทีละก้าวอย่างจงใจ จนข้าวปั้นต้องถอยหลังหนีจนสะโพกชนเข้ากับโต๊ะทำงาน "แต่ผมแค่คิดว่า... กฎพวกนั้นมันมีไว้แหกต่างหากล่ะครับ"
"แหกบ้าอะไรเล่า! นั่นมันกฎความสงบสุขของเรานะ!"
"ความสงบสุขเหรอครับ?" ทัพฟ้าโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รินรดอยู่บนพวงแก้มใส ข้าวปั้นรู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้ด้วยสายตาคู่นั้น ขยับไปไหนไม่ได้ "ผมว่าอยู่กับผมแบบไม่มีกฎน่ะ... น่าสนุกกว่าตั้งเยอะนะ คุณว่าจริงไหมครับคนเก่ง"
"นายมัน... คนฉวยโอกาส!" ข้าวปั้นหน้าแดงแจ๋ ดันอกอีกฝ่ายสุดแรงแต่ทัพฟ้ากลับไม่มีทีท่าว่าจะสะเทือนเลยสักนิด แถมยังถือวิสาสะยื่นมือมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากให้อย่างเบามือ
สัมผัสนั้นแผ่วเบาแต่กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนในอกของข้าวปั้นอย่างรุนแรง จนต้องก้มหน้าหลบสายตาเพื่อซ่อนความหวั่นไหวที่พวยพุ่งขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังระอุและหัวใจของคนทั้งคู่เต้นผิดจังหวะอยู่นั้นเอง เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงตะโกนโหว่เหวกโวยวายที่คุ้นเคย
"ไอ้ข้าวปั้น! เปิดประตูให้พวกกูเดี๋ยวนี้เลยนะเว้ย! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" เสียงของโอ๊ตดังทะลุบานประตูเข้ามา ตามด้วยเสียงทุบประตูปังๆ จนข้าวปั้นสะดุ้งสุดตัวผละออกจากอ้อมแขนของทัพฟ้าทันที
ทัพฟ้าถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างเสียดาย นัยน์ตาคมกาลมองเพื่อนตัวดีที่มาขัดจังหวะเวลาสำคัญด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย ก่อนจะหันมาสบตากับข้าวปั้นที่กำลังยืนหอบหายใจถี่ด้วยความตื่นตระหนก
ข้าวปั้นรีบสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อตั้งสติ เดินไปปลดกลอนและเปิดประตูห้องออกกว้าง เผยให้เห็นร่างของโอ๊ตและบูมที่ยืนหอบแฮกอยู่หน้าห้อง สีหน้าของเพื่อนรักทั้งสองคนดูตื่นตระหนกเสียยิ่งกว่าไฟไหม้ตึก
"มีอะไรกันวะพวกแก ทำไมทำหน้าเหมือนเห็นผี..." ข้าวปั้นเอ่ยถามด้วยความสงสัย
โอ๊ตกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ คว้าแขนข้าวปั้นไว้แน่นราวกับกลัวว่าเพื่อนจะหายไปไหน ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของข้าวปั้นเย็นเฉียบลงในพริบตา
"มึง... มึงลงไปดูที่บอร์ดประชาสัมพันธ์คณะข้างล่างด่วนเลยวะ... ตอนนี้รูปมึงกับไอ้ทัพฟ้าตอนอยู่ร้านสะดวกซื้อเมื่อคืน ถูกแปะหราอยู่บนบอร์ดกลางคณะแถมมีคนแชร์ว่อนกรุ๊ปใหญ่แล้ว!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความอบอุ่นให้ห้อง 404 ด้วยกันเสมอนะครับ
คุณรูมเมตครับ เลิกเต๊าะผมที•ตอนที่ 2
กฎเหล็ก 10 ข้อของห้อง 404
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณรูมเมตครับ เลิกเต๊าะผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!