"ถ้ามึงยังเอามือมาสะกิดกูอีกทีเดียว กูจะเอาไม้บรรทัดทีสเกลฟาดหัวมึงจริงๆ ด้วยนะไอ้ทัพฟ้า!"
เสียงโวยวายของข้าวปั้นดังลั่นห้องพักขนาดพอเหมาะ ท่ามกลางความมืดสนิทที่มีเพียงแสงไฟกะพริบจากหน้าจอแล็ปท็อปและเสียงสายฝนที่กระหน่ำซัดสาดกระทบกระจกหน้าต่างด้านนอกอย่างบ้าคลั่ง สองชั่วโมงก่อนหน้านี้ หม้อแปลงไฟฟ้าหน้าหอพักเพิ่งจะระเบิดส่งผลให้ตึกทั้งตึกตกอยู่ในความมืดมิด ทิ้งให้สถาปนิกปีสองอย่างเขาต้องนั่งปั่นโมเดลกระดาษท่ามกลางแสงเทียนริצוบหรี่ ในขณะที่รูมเมตตัวดีอย่างทัพฟ้ากลับนอนเอกเขนกอยู่บนโซฟา ก่อนจะค่อยๆ คลานเข่าเข้ามาป่วนเขาไม่หยุด
"โหน, ข้าวปั้น ใจร้ายจังวะ คนอุตส่าห์หวังดีกลัวมึงเหงา" ร่างสูงของเดือนคณะวิศวะขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ เจือจางไปกับกลิ่นฝนลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส "ดูดิ บรรยากาศเป็นใจจะตาย หอพักมืดๆ ฝนตกปรอยๆ... เอ้ย ไม่ใช่, ตกหนักชิบหาย แบบนี้มันต้องมีเรื่องผีมาเล่าส้า..."
"ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลย มึงถอยไปห่างๆ ดิ มันร้อน!" ข้าวปั้นดันไหล่กว้างนั้นออกด้วยความหงุดหงิด ทั้งที่ความจริงแล้ว อุณหภูมิในห้องไม่ได้ร้อนเลยสักนิด ตรงกันข้าม ลมฝนที่พัดผ่านหน้าต่างเข้ามาทำให้ผิวเนื้อรู้สึกเย็นเยียบเสียด้วยซ้ำ แต่ความใกล้ชิดที่เกินความจำเป็นต่างหากที่กำลังแผดเผาให้หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะ
ทัพฟ้าไม่ยอมถอยตามคำสั่ง ร่างสูงกลับยขยับเข้าประชิดจนแผ่นหลังของข้าวปั้นแทบจะแนบติดกับขอบโต๊ะทำงาน ดวงตาคมกริบทอประกายระยับภายใต้แสงเทียนสีส้มอบอุ่น มือหนายื่นออกไปหยิบเศษกระดาษชิ้นเล็กๆ ที่ติดอยู่บนกลุ่มผมนุ่มของคนตรงหน้าอย่างถือวิสาสะ ท่าทางที่ใกล้ชิดเกินกว่าคำว่ารูมเมตนั้นทำเอาข้าวปั้นกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ
"ร้อนอะไรวะ แอร์ก็ดับ หน้ามึงต่างหากที่แดง... เขินกูเหรอครับคุณสถาปนิก"
"ใครเขิน! บ้าป่ะเนี่ย หลบไปเลยนะเว้ย" ข้าวปั้นเบือนหน้าหนีไปทางอื่น หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน เขาเกลียดตัวเองที่มักจะแพ้ทางสายตาแพรวิบวับคู่นั้นทุกที ทัพฟ้ารู้จุดอ่อนของเขาดีเสมอ และมักจะใช้มันรุกรานพื้นที่ส่วนตัวของเขาอย่างไร้ความเกรงใจ
"ปากแข็งชะมัด" ทัพฟ้าหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าในความเงียบ ก่อนที่เจ้าตัวจะยอมผละถอยออกไปนั่งพับเพียบบนพื้นพรมข้างโต๊ะแทน แต่สายตายังคงจ้องมองอีกฝ่ายไม่วางตา "โอเคๆ ไม่แกล้งละ... ว่าแต่ โมเดลโปรเจกต์นี้นี่ มึงตั้งใจทำชิบหายเลยนะ"
บรรยากาศในห้องค่อยๆ เปลี่ยนจากความวุ่นวายเมื่อครู่เป็นความเงียบสงบที่มีเพียงเสียงฝนด้านนอกขับกล่อม ข้าวปั้นถอนหายใจยาวเหยียด ยอมวางคัตเตอร์ในมือลงแล้วหันมามองเพื่อนร่วมห้องที่นั่งกอดเข่ามองเขาอยู่ ท่าทางกวนประสาทเมื่อครู่หายไป เหลือเพียงแววตาที่จริงจังจนน่าตกใจ
"ก็มันงานใหญ่นี่วะ ปีนี้อาจารย์โหดจะตาย ถ้าโปรเจกต์นี้ไม่ผ่าน กูอาจจะต้องแก้จนไม่ได้นอนไปตลอดเทอม" ข้าวปั้นตอบเสียงเบา พลางยกมือขึ้นทัดผมที่ปรกลงมาข้างแก้ม
"แล้วทำไมต้องเครียดขนาดนั้นวะ มีกูอยู่ทั้งคน..." ทัพฟ้าพูดเสียงแผ่วเบา แต่กลับชัดเจนท่ามกลางเสียงสายฝน "ตั้งแต่เปิดเทอมมา กูเห็นมึงแบกรับอะไรไว้คนเดียวตลอดเลยนะ ข้าวปั้น... บางที มึงลองหันมาพึ่งพาคนอื่นพึ่งพาคนที่อยู่ข้างๆ มึงดูบ้างก็ได้นะเว้ย"
คำพูดนั้นสะกิดใจข้าวปั้นอย่างประหลาด ความเงียบโรยตัวลงมาระหว่างพวกเขาทั้งคู่ ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกเก็บซ้ำไว้ใต้ก้นบึ้งของหัวใจค่อยๆ ตีตื้นขึ้นมา ข้าวปั้นมองลึกเข้าไปในดวงตาของทัพฟ้า และในวินาทีนั้นเอง เขาก็สัมผัสได้ถึงความจริงใจที่ซ่อนอยู่หลังรอยยิ้มกวนๆ นั้นมาโดยตลอด
"ทำไม... อยู่ๆ ถึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมาล่ะ" ข้าวปั้นถามเสียงสั่นเล็กน้อย
"เปล่าหรอก แค่คิดว่า..." ทัพฟ้าเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง ขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดโดยที่ข้าวปั้นไม่ได้ขยับหนี "กูอาจจะเคยพูดเล่น เต๊าะมึงไปเรื่อยเปื่อย... แต่มีอยู่อย่างนึงที่กูไม่เคยพูดเล่นเลยว่ะ ข้าวปั้น"
ลมวูบใหญ่พัดผ่านหน้าต่างเข้ามา ทำให้เปลวเทียนไหววูบจนเงาของพวกเขาทาบทับกันสนิทแนบแน่นบนผนังห้อง ทัพฟ้าโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณพวงแก้มใส ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ ข้าวปั้นหลบตาลงโดยอัตโนมัติ หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวรากับจะหลุดออกมาจากอก
"ม... มึงจะพูดอะไรวะ ไอ้ฟ้า ไฟจะมาอยู่แล้วนะ" ข้าวปั้นพยายามหาทางออกด้วยเสียงสั่นๆ แต่ทว่ามือหนากลับเอื้อมมาจับข้อมือของเขาไว้เบาๆ ไม่ให้ขยับหนีไปไหน
"ให้กูพูดให้จบก่อน... ข้าวปั้น" ทัพฟ้ากระซิบเสียงพร่า น้ำเสียงนั้นนุ่มนวลและจริงจังเสียจนคนฟังแทบหยุดหายใจ "กูไม่ได้อยากเป็นแค่รูมเมตของมึงแล้วว่ะ... กู..."
เพล้ง!
เสียงกิ่งไม้หักโค่นดังสนั่นจากด้านนอกหน้าต่าง พร้อมๆ กับเสียงสัญญาณเตือนภัยอัคคีภัยของหอพักที่ดังลั่นขึ้นอย่างกะทันหัน ท่ามกลางเสียงไซเรนและแสงไฟฉุกเฉินสีแดงที่สาดส่องเข้ามาในห้อง ทัพฟ้าชะงักไปเล็กน้อย ข้าวปั้นสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจและรีบผุกลุกขึ้นยืน
"เฮ้ย! เสียงอะไรวะ!" ข้าวปั้นโวยวายกลบเกลื่อนความประหม่าที่ยังเต้นตุบๆ อยู่ในอก
ทัพฟ้ายืนขึ้นตามช้าๆ ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่ข้าวปั้นด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนที่รอยยิ้มมุมปากจะปรากฏขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงกระซิบที่แทรกผ่านเสียงสัญญาณเตือนภัยเข้ามาในโสตประสาท
"ช่างมันเหอะ... ไว้กูค่อยบอกมึงใหม่ตอนที่ไม่มีอะไรขัดจังหวะก็แล้วกันนะ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความอบอุ่นในคืนฝนพรำนี้นะครับ
คุณรูมเมตครับ เลิกเต๊าะผมที•ตอนที่ 9
คืนที่ฝนตกและความลับในใจ
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณรูมเมตครับ เลิกเต๊าะผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!