คุณรูมเมตครับ เลิกเต๊าะผมที•ตอนที่ 10

เผลอใจไปนิดเดียวเอง

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับกลิ่นกระดาษไขกลิ่นใหม่ ลอยคลุ้งอยู่ทั่วโต๊ะเขียนแบบตัวยาวในห้องนอนที่ตอนนี้รกไปด้วยโมเดลตึกระฟ้าและเศษกระดาษชานอ้อย ข้าวปั้นนั่งขยี้ตาจนหนังตาแทบจะปิดอยู่รอมร่อ นาฬิกาบนผนังห้องบอกเวลาตีสองครึ่ง ดวงไฟสีส้มจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องลงมาสะท้อนกับกรอบแว่นสายตาที่เขาเพิ่งถอดออกแล้ววางทิ้งไว้บนกองหนังสือประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม ประโยคสั้นๆ จากปากของทัพฟ้าเมื่อตอนหัวค่ำยังคงวนเวียนอยู่ในหัว เหมือนไฟล์เสียงที่ถูกกดปุ่มเล่นซ้ำอย่างไรอย่างนั้น *“ช่างมันเหอะ... ไว้กูค่อยบอกมึงใหม่ตอนที่ไม่มีอะไรขัดจังหวะก็แล้วกันนะ”* ให้ตายเถอะ... ไม่มีอะไรขัดจังหวะบ้าบออะไรของมันวะ ข้าวปั้นคิดในใจอย่างหัวเสีย พลางใช้มือสองข้างขยี้ผมตัวเองจนฟูฟ่องไม่เป็นทรง เขาไม่ได้โง่จนถึงขนาดดูไม่อว่าไอ้คุณรูมเมตตัวดีมันกำลังจะพูดอะไร แต่ประเด็นคือเขากลัวต่างหาก กลัวว่าถ้ามันพูดออกมาจริงๆ สถานะ 'รูมเมต' ที่กำลังระอุเป็นเตาปฏิกรณ์นี่ มันจะพังทลายลงจนต่อไม่ติด ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ ดังขึ้นสองครั้ง ก่อนที่บานประตูลายไม้จะถูกผลเปิดออกอย่างถือวิสาสะ ทัพฟ้าเดินเข้ามาในห้องด้วยชุดนอนลายทางสีฟ้าอ่อน กางเกงขายาวสบายๆ เรือนร่างสูงโปร่งที่ปกติมักจะกวนประสาทเขาด้วยการเดินมาท้าวสะเอวหรือแกล้งดึงหู วันนี้กลับดูนิ่งสงบผิดปกติ ในมือของพ่อคุณถือแก้วเซรามิกสีขาวทรงอ้วนกลม ที่มีไอน้ำพวยพุ่งขึ้นมาจางๆ "ยังไม่นอนอีกเหรอครับสถาปนิก... หรือว่าอยากจะนอนคาโต๊ะเขียนแบบไปเลย" น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่มักจะใช้แซวกันทุกวัน วันนี้กลับเจือไปด้วยความอ่อนโยนจนน่าประหลาด ทัพฟ้าเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างเก้าอี้ทำงานของเขา โดยที่ข้าวปั้นทำได้แค่นั่งตัวแข็งทื่อ มองตามเงาของอีกฝ่ายที่ทาบทับลงมาบนโต๊ะ "กูยังเคลียร์แบบพาร์ทฟาซาดไม่เสร็จ... อาจารย์แก้มาสามรอบแล้วเนี่ย อยากจะร้องไห้เป็นภาษาอิตาลี" ข้าวปั้นบ่นอุบอิบ พยายามเบือนหน้าหนีสายตาคมกริบที่มองตรงมาอย่างมีความหมาย "แล้วมึงล่ะ ตื่นมาทำไมดึกดื่น... ฝันร้ายหรือไง" "เปล่าครับ... แค่ตื่นมาแล้วไม่เจอคนบ่นงึมงำอยู่ข้างนอก" ทัพฟ้าตอบเสียงเรียบ ก่อนจะวางแก้วในมือลงบนโต๊ะข้างกองกระดาษ "นมอุ่นๆ... ผมชงให้ ดื่มซะหน่อยจะได้นอนหลับ สมองจะได้ไม่ช็อตไปซะก่อน" ข้าวปั้นเหลือบมองแก้วนมในมืออีกฝ่าย สลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้ไม่มีรอยยิ้มกวนๆ แบบทุกที มีเพียงแววตาคู่คมที่ฉายความห่วงใยออกมาอย่างปิดไม่มิด ความรู้สึกประหลาดวิ่งพล่านเข้ามาในอก หัวใจเจ้ากรรมเริ่มเต้นผิดจังหวะจนน่ากลัว มันไม่ใช่ความโกรธ ไม่ใช่ความรำคาญ แต่เป็นความอบอุ่นยวบยาบที่แล่นริ้วเข้ามาจนเขาต้องรีบหลบสายตา "วางไว้ตรงนั้นแหละ... เดี๋ยวค่อยดื่ม ขอบคุณ" ข้าวปั้นพยายามทำเสียงให้ปกติที่สุด แต่หูทั้งสองข้างกลับร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ "ไม่ต้องมาทำเป็นเก๊กเลยครับคุณนายธนาธิป... หูแดงหมดแล้วนั่น" ทัพฟ้าหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นดังอยู่ใกล้เสียจนข้าวปั้นรู้สึกได้ถึงไออุ่นจากตัวของอีกฝ่าย ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดอีกนิด มือหนายื่นเข้ามาหยิบแว่นตาที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาถือไว้ แล้วโน้มตัวลงมาใช้ปลายนิ้วเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของเขาออกให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาข้าวปั้นชะงักกึก ลลมหายใจสะดุดกึกลงไปทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ข้าวปั้นเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตรง ใกล้... ใกล้เสียจนได้กลิ่นสบู่หอมอ่อนๆ ที่ติดตัวอีกฝ่าย ใกล้จนเห็นแพขนตาดกหนาและเงสะท้อนในดวงคู่นั้นที่กำลังจ้องมองเขาด้วยความหมายลึกซึ้งเกินกว่าคำว่า 'เพื่อนร่วมห้อง' "ทัพ..." ข้าวปั้นเผลอครางเรียกชื่ออีกฝ่ายออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าโดยไม่รู้ตัว "ข้าวปั้น..." ทัพฟ้าเอ่ยชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและแผ่วเบายิ่งกว่า ประโยคสนทนารอบตัวเหมือนถูกตัดขาด เหลือเพียงเสียงหัวใจของเขาสองคนที่เต้นแข่งกันในความเงียบยามวิกาล "ที่ผมบอกว่า... ไว้ค่อยบอกตอนที่ไม่มีใครขัดจังหวะน่ะ..." นิ้วมือที่เกลี่ยปอยผมเลื่อนลงมาแตะเบาๆ ที่ข้างแก้มเนียน ปลายนิ้วอุ่นจัดตัดกับผิวเย็นเฉียบของห้องแอร์ ทัพฟ้าชะงักไปนิด คล้ายกับกำลังชั่งใจอะไรบางอย่าง แต่สายตาที่มองมากลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและจริงจังจนข้าวปั้นไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวหนี "กู..." ข้าวปั้นกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองที่เคยประมวลผลเรื่องแบบตึกได้ดีเยี่ยม ตอนนี้กลับขาวโพลนราวกับถูกรีเซ็ต ก่อนที่บรรยากาศระหว่างเราจะเตลิดเปิดเปิงไปไกลกว่านี้ และก่อนที่หัวใจของข้าวปั้นจะยอมจำนนต่อความอ่อนโยนนี้แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือที่คว่ำอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้น *'ติ๊ง!'* ทำลายความเงียบงันลงอย่างไม่รู้กาลเทศะ ข้าวปั้นสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกไฟช็อต รีบผุกลุกขึ้นจากเก้าอี้จนมันถอยหลังไถليไปชนตู้หนังสือเสียงดังลั่น เขาหันไปคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา หวังจะใช้มันเป็นทางรอดจากสถานการณ์ชวนใจสั่นนี้ หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบ ปรากฏข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชทสีเขียว เป็นข้อความจากโอ๊ตเพื่อนสนิทตัวแสบที่ส่งรูปภาพบางอย่างมา พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาสถาปนิกหนุ่มหน้าชาดิก *[Oat_Official]: มึง... รูปนี้ที่ระเบียงห้องมึงกับไอ้ทัพฟ้าเมื่อตอนเย็นวะ ใครถ่ายวะ ชัดเจนระดับ 4K เลยนะมึง แถมมีคนเอาไปลงเพจคณะแล้วด้วย!* ข้าวปั้นเบิกตากว้าง เลื่อนนิ้วกดเปิดรูปภาพในแชททันที ภาพถ่ายมุมสูงจากตึกฝั่งตรงข้ามเผยให้เห็นช็อตที่ทัพฟ้ากำลังโน้มตัวลงมาใกล้เขาที่ระเบียงห้องราวกับกำลังจะ... ยังไม่ทันที่ข้าวปั้นจะได้สติจากภาพในจอ มือหนาของใครอีกคนก็เอื้อมมาดึงโทรศัพท์มือถือออกจากมือเขาไปหน้าตาเฉย ทัพฟ้าก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ อ่านข้อความและดูรูปภาพนั้นด้วยใบเรียบเฉย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับข้าวปั้นที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงหน้า มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ทำให้ข้าวปั้นรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างบอกไม่ถูก "อืม... รูปสวยดีนี่ครับ" ทัพฟ้าพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นัยน์ตากลับพราวระยับ "สงสัยผมคงต้องรีบจัดการให้มันชัดเจนกว่าในรูปซะแล้วล่ะมั้ง... คุณรูมเมต" ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกดีๆ นี้นะครับ - สายลมแผ่วเบา -
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณรูมเมตครับ เลิกเต๊าะผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%