"มึงจะบ้าเหรอวะโอ๊ต! ถ้าข้าวปั้นรู้ว่าพวกเราแอบอ่านแชต มีหวังโดนเอาไม้บรรทัด T-Square ฟาดหัวกบาลแยกแน่ๆ"
เสียงกระซิบกระซาบที่ดังลอดมาจากหลังเสาปูนของโรงอาหารคณะสถาปัตย์ เต็มไปด้วยความร้อนรน บูมใช้มือข้างหนึ่งกดหัวเพื่อนสนิทให้มุดต่ำลงไปหลบหลังพุ่มไม้ประดับ ขณะที่สายตาก็จ้องเขม็งไปยังโต๊ะม้าหินอ่อนตัวยาวริมสนามหญ้า ซึ่งมีร่างบางของข้าวปั้นกำลังนั่งหน้าเครียดอยู่กับการกางกระดาษไขร่างแบบโมเดลโปรเจกต์มิดترอม
"เอาน่าบูม มึงไม่สงสารสายตาหมาหงอยของไอ้ทัพมันหรือไงวะ ตั้งแต่มันโดนข้าวปั้นงอนใส่เรื่องเมื่อวานซืน ไอ้นี่มันซึมเป็นหมาหงอยอดกินข้าวเม็ดโปรดเลยนะเว้ย ข้าวปั้นเองก็เอาแต่ถอนหายใจจนต้นไม้ข้างตึกจะเฉาตายอยู่แล้ว สองคนนี้แม่งใจแข็งกันชิบหาย ปากก็บอกว่าแค่รูมเมต แต่สายตาตอนมองกันนี่มันทะลุไปถึงงานแต่งแล้วมั้ง" โอ๊ตเถียงกลับเสียงเบาหวิวแต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น มือหนาถือโทรศัพท์มือถือหน้าจอแชตกลุ่ม [แก๊งกามเทพจำเป็น (ที่ไม่ได้รับอนุญาต)] ที่กำลังรัวข้อความวางแผนกันอย่างดุเดือด
ในฐานะนักเขียน ผมมักจะเชื่อเสมอว่า ความรักในวัยมหาวิทยาลัยไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความหวابหวามระดับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ แต่มันขับเคลื่อนด้วยความอึดอัด ความกลัวที่จะสูญเสียสถานะปัจจุบัน และความลังเลใจที่น่าหยิกให้เนื้อเขียว
และตอนนี้ แผนการกู้ภัยหัวใจคู่รักปากแข็งก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
"มึงส่งยัง?" บูมกระซิบถามพลึงศอกกระทัดรัดใส่ซี่โครงโอ๊ต
"เออ กำลังพิมพ์เนี่ย... เอาวะ! เพื่อความสงบสุขของพวกกูเองในเทอมนี้"
นิ้วโป้งของโอ๊ตจัดการกดส่งข้อความเข้าสู่แชตส่วนตัวระหว่าง "ทัพฟ้า" และ "ข้าวปั้น" ผ่านเครื่องมือแชร์โลเคชันและข้อความนัดหมายปลอมที่ถูกเซ็ตอัพขึ้นอย่างแนบเนียน โดยสวมรอยเป็นข้อความจากทางภาควิชาให้ข้าวปั้นต้องเดินไปหยิบเอกสารด่วนที่ตึกวิศวะฝั่งตรงข้าม ในขณะเดียวกันก็ส่งพิกัดเดียวกันไปให้ทัพฟ้า พร้อมข้อความสั้นๆ แต่จี้จุดว่า *'เมียคุณกำลังจะโดนรุมจีบที่โรงเกียร์ รีบไปเคลียร์ด่วนก่อนจะเสียเมีย'***
ตัดภาพมาที่ฝั่งของข้าวปั้น นายธناธิปกำลังหัวเสียสุดขีดกับเส้นดรออิ้งที่ไม่ยอมตรงตามสเกล มือเรียวขยี้ผมตัวเองจนฟูฟ่องไม่เป็นทรง ปากก็บ่นงึมงำกับตัวเองอย่างหัวเสีย
"ให้ตายเถอะ... ทำไมเส้นมันเอียงวะเนี่ย หงุดหงิดชะมัด" ข้าวปั้นพึมพำพลางคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเวลา หน้าจอแจ้งเตือนข้อความจากรุ่นพี่ในภาควิชาเด้งขึ้นมาพอดี *'น้องข้าวปั้น รบกวนช่วยมารับเอกสารเบิกวัสดุโมเดลที่ห้องภาควิชาวิศวะด่วนเลยครับ พอดีอาจารย์ฝากมาให้ทางนี้ช่วยส่งต่อ'***
ร่างโปร่งขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย ปกติวิศวะกับสถาปัตย์ไม่ได้สนิทกันขนาดที่จะต้องฝากของข้ามตึกแบบนี้ แต่ด้วยความที่รีบใช้เอกสารเพื่อทำโปรเจกต์ ข้าวปั้นจึงจำใจต้องเก็บอุปกรณ์ลงกระเป๋า สะพายเป้ใบโปรดแล้วก้าวเดินออกจากคณะสถาปัตย์มุ่งหน้าสู่ตึกวิศวกรรมศาสตร์ด้วยฝีเท้าเร่งรีบ
ในเวลาเดียวกัน ทัพฟ้าที่กำลังนั่งหน้าเครียดอยู่กับการคำนวณสถิติโครงสร้างในห้องเชียร์ ก็สะดุ้งสุดตัวเมื่อเสียงแจ้งเตือนไลน์ดังขึ้น หน้าจอโทรศัพท์ปรากฏข้อความจากใครบางคนที่ทำให้หัวใจที่เหี่ยวเฉามาสองวันเต้นแรงขึ้นมาทันที
*'ถ้าไม่อยากให้ข้าวปั้นโดนพวกเด็กปีสามวิศวะสายตื๊อจีบตัดหน้า รีบวิ่งไปที่โรงเกียร์ตอนนี้เลยครับ คุณมีเวลาสามนาที'*
ดวงตาคมกริบของเดือนคณะวิศวะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย สัญชาตญาณความเป็นเจ้าของที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความสัมพันธ์แบบรูมเมตพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนถึงขีดสุด ทัพฟ้าวางปากกาลงบนโต๊ะเสียงดังลั่นจนเพื่อนร่วมโต๊ะสะดุ้งโหยง ก่อนที่ขายาวๆ จะสับเกียร์หมาวิ่งออกจากตึกวิศวะพุ่งตรงไปยัง "โรงเกียร์" จุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ขึ้นชื่อเรื่องความวุ่นวายทันที
บรรยากาศยามบ่ายแก่ๆ บริเวณโถงทางเดินตึกวิศวะค่อนข้างเงียบสงบเนื่องจากเลยเวลาเรียนภาคบ่ายมาแล้ว ข้าวปั้นเดินถือกระเป๋าผ้าเข้ามาด้วยความงุนงง มองซ้ายมองขวาหาเงาของรุ่นพี่ที่นัดไว้ แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า
"ไหนบอกว่าอยู่ตรงนี้วะ..." ข้าวปั้นพึมพำเบาๆ
"มองหาใครอยู่เหรอครับ คุณรูมเมต"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้ข้าวปั้นสะดุ้งเฮือกจนตัวโยน ร่างบางหันขวับกลับไปมอง ก็พบกับทัพหน้าที่ยืนหอบหายใจจนอกกระเพื่อม เม็ดเหงื่อผุดพรายอยู่ตามกรอบหน้าคมคาย แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความร้อนรนและประกายบางอย่างที่ข้าวปั้นอ่านไม่ออก
"ทัพฟ้า? นายมาทำอะไรที่นี่ แล้ววิ่งหน้าตั้งมาทำไมเนี่ย หน้าตาอย่างกับคนไปวิ่งควายมา" ข้าวปั้นโวยวายกลบเกลื่อนอาการหัวใจที่กระหน่ำเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อเห็นอีกฝ่ายเข้าใกล้
ทัพฟ้าไม่ตอบคำถาม เขาค่อยๆ ก้าวเข้าไปประชิดตัวร่างบางทีละก้าว บรรยากาศรอบตัวเริ่มบีบอัดจนข้าวปั้นต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับเสาปูนเย็นเฉียบ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของเขา เหมือนกำลังค้นหาความจริงบางอย่าง
"นายต่างหาก... ออกมาทำอะไรที่นี่ รู้ตัวไหมว่ามันอันตรายแค่ไหน" ทัพฟ้าเอ่ยเสียงพร่า มือหนายกขึ้นวางทาบลงบนเสาปูน กักตัวข้าวปั้นไว้ให้อยู่ในอ้อมกอดกลายๆ
"อันตรายอะไรของนายวะ! ฉันมาเอาเอกสารภาค... อ๊ะ!" ข้าวปั้นยังพูดไม่ทันจบประโยคดี ทัพฟ้าก็โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะเข้าข้างแก้มทำให้ข้าวปั้นสมองตื้อตันไปหมด
"ไม่มีเอกสารอะไรทั้งนั้นแหละ... มีแต่ฉันนี่แหละที่อยากเจอนายจนแทบคลั่ง" ทัพฟ้ากระซิบเสียงต่ำ ลึกล้ำ และจริงจังจนข้าวปั้นรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน "นายรู้ไหม... สองวันที่นายเงียบใส่แล้วทำตัวห่างเหิน มันทรมานกว่าการนั่งทำโปรเจกต์ส่งอาจารย์ร้อยเท่า"
"ไอ้... ไอ้บ้าทัพฟ้า ใครห่างเหิน นายต่างหากที่กวนประสาทก่อน..." ข้าวปั้นพยายามเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงจัด แต่ทระนงตัวไม่ไหวเพราะหัวใจมันทรยศเต้นแรงเสียจนกลัวว่าอีกคนจะได้ยิน
"ข้าวปั้น..." ทัพฟ้าเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงอย่างประหลาด มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากมนให้อย่างทะนุถนอม สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้ข้าวปั้นแข็งค้าง ขยับตัวไปไหนไม่ได้ราวกับถูกสะกด "เลิกทำเป็นปากแข็งใส่ฉันสักทีเถอะนะ... ฉันเหนื่อยที่จะต้องมานั่งเดาใจรูมเมตหน้าหวานคนนี้แล้ว"
ดวงตากลมโตช้อนขึ้นสบตากับคนตรงหน้า ความเงียบงันชั่วขณะปกคลุมพื้นที่ระหว่างพวกเขาทั้งคู่ ราวกับเสียงรอบข้างถูกปิดสวิตช์ลงเหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นตรงกัน สติสัมปชัญญะของข้าวปั้นกำลังจะหลุดลอยเมื่อปลายนิ้วอุ่นของทัพฟ้าเลื่อนลงมาแตะที่ปลายคางมน บังคับให้เขาเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสที่จริงจังกว่าทุกครั้ง
และในวินาทีที่ทัพฟ้ากำลังจะเอื้อnเอ่นประโยคสำคัญที่พวกเขารอคอย...
*Rrrr... Rrrr...*
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกาวน์ของทัพฟ้าดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูลงอย่างไม่ไว้หน้า ทัพฟ้าขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิดแต่ยังไม่ยอมละสายตาจากข้าวปั้น เขาควักมือถือขึ้นมาด้วยมือข้างเดียวเพื่อกดตัดสาย แต่สายตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นข้อความแจ้งเตือนที่เด้งขึ้นมาบนหน้าล็อกสกรีนจากแชตกลุ่มของโอ๊ตและบูมพอดิบพอดี
*'ไอ้ฟ้า! มึงสารภาพรักยังวะ หรือให้พวกกูเดินไปช่วยถือป้ายไฟไฟลุกตรงนั้น'***
ข้าวปั้นที่ชะเง้อคอมองตามสัญชาตญาณ อ่านข้อความบนหน้าจอนั้นทันพอดิบพอดี ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ใบหน้าที่แดงอยู่แล้วยิ่งแดงลามไปจนถึงใบหู ร่างบางผลักอกแกร่งของทัพฟ้าออกเต็มแรงทันที
"นี่พวกนาย... วางแผนกันเหรอ!" ข้าวปั้นแหวลั่น หน้าตาตื่นตระหนกด้วยความเขินอายปนความโกรธ
ทัพฟ้าเองก็ชะงักไปชั่ววินาที ก่อนที่มุมปากหยักจะยกยิ้มเจ้าเลệuขึ้นมาตามสไตล์ ทว่าแววตากลับจริงจังและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นกว่าทุกครั้ง มือหนาคว้าข้อมือบางของข้าวปั้นไว้ไม่ให้หนีไปไหน
"ในเมื่อรู้แผนแล้ว... ก็ช่วยตอบคำถามที่ฉันค้างไว้เมื่อกี้ให้มันเคลียร์ๆ ไปซะทีสิครับ" ทัพฟ้ากระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มสั่นพร่าด้วยความตื่นเต้น "ตกลง... จะยอมเลิกเป็นแค้ารูมเมต แล้วมาเป็นแฟนกับไอ้คนกวนประสาทคนนี้ ได้หรือยังครับ ข้าวปั้น?"
หัวใจของข้าวปั้นกระหน่ำรัวราวกับกลองเพล สมองขาวโพลนจนคิดคำปฏิเสธไม่ออก ท่ามกลางความเงียบที่แขวนความรู้สึกของคนทั้งคู่ไว้บนเส้นด้าย ปลายนิ้วของทัพฟ้าที่กุมมือเขาไว้กระชับแน่นขึ้น พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนไลน์จากโทรศัพท์ของข้าวปั้นเองที่ดังขึ้นแทรกขึ้นมา... เป็นข้อความสั้นๆ จากทัพฟ้าที่ส่งเข้ามาในแชตส่วนตัวของพวกเขาเมื่อกี้ แต่ทัพฟ้าดันกดส่งผิดห้องแล้วยกเลิกไม่ทัน!
*('ถ้าปฏิเสธ... ฉันจะจูบจนกว่านายจะหมดแรงเถียงเลยคอยดู')*
**************************************************
เป็นกำลังใจให้ "สายลมแผ่วเบา" ด้วยการกดหัวใจและคอมเมนต์พูดคุยกันได้เสมอนะครับ
คุณรูมเมตครับ เลิกเต๊าะผมที•ตอนที่ 29
แผนการฉุกเฉินของแก๊งเพื่อน
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณรูมเมตครับ เลิกเต๊าะผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!