คุณรูมเมตครับ เลิกเต๊าะผมที•ตอนที่ 14

หึงแบบเนียนๆ ไม่มีอยู่จริง

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับกลิ่นกระดาษคัตเตอร์แผ่นใหม่ลอยอบอวลอยู่รอบตัว ทว่าบรรยากาศบนโต๊ะทำงานในสตูดิโอคณะสถาปัตย์กลับไม่ได้ผ่อนคลายอย่างที่ควรจะเป็น เมื่อหน้าจอโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูที่ยังคงสว่างวาบคาตาของทัพฟ้าเมื่อครู่ ส่งเสียงสั่นครืดเบา ๆ ติดต่อกันสามครั้ง ประโยคสารภาพรักยาวเหยียดที่ถูกพิมพ์ค้างไว้—*“คือแบบ... กูไม่ได้อยากเป็นแค่รูมเมตมึงแล้ววะ ปั้น”*—ยังคงสะท้อนอยู่ในหัวของข้าวปั้นราวกับเปิดแผ่นเสียงตกร่อง “มือลั่นเหรอครับ คุณปฏิพัทธ์” ข้าวปั้นแกล้งทำเป็นเสมองานโมเดลในมือ ทั้งที่หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกซี่โครง มือเรียวที่ถือปากกาเคมีอยู่สั่นระริกเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ ทัพฟ้าที่ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะอยู่ห่างไปไม่ถึงคืบ หลุดหัวเราะในลำคอเบา ๆ แววตาคมกริบที่มักจะใช้มองเขาด้วยความกวนประสาทเมื่อครู่ ตอนนี้กลับฉายประกายความจริงจังบางอย่างที่ทำเอาคนมองต้องรีบเบือนหน้าหนี “ถ้าบอกว่าไม่ได้ลั่น... มึงจะเชื่อป่ะล่ะ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหู จนลมหายใจอุ่น ๆ ของอีกฝ่ายปัดผ่านลาดไหล่ ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งแถบ “เพ้อเจ้ออะไรเล่า! ไปไกล ๆ เลยนะ โมเดลฉันจะพังเพราะแกเนี่ยแหละ” ข้าวปั้นแหวลั่นเพื่อกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่พุ่งขึ้นมาถึงใบหู มือบางผลอกไหล่กว้างของคนตัวสูงให้ออกไปห่าง ๆ แต่ทัพฟ้าก็คือทัพฟ้า... ยิ่งผลักก็ยิ่งขยับเข้ามาใกล้แถมยังส่งยิ้มเจ้าเล่ห์กลับมาให้อีก “เอ้า หิวป่ะเนี่ย นั่งหลังขดหลังแข็งมาสามชั่วโมงละนะคุณนาย” ทัพฟ้าเปลี่ยนเรื่องหน้าตาเฉย คว้ากระป๋องน้ำอัดลมในมือข้าวปั้นไปเปิดดื่มเองหน้าตาเฉย “เดี๋ยวลงไปซื้อแซนด์วิชข้างล่างให้ เอาไส้อะไรครับ” “อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่หน้าแก... โอ๊ต! บูม! มาลากไอ้คุณรูกระจอกนี่ออกไปทีดิ๊!” ข้าวปั้นส่งเสียงเรียกเพื่อนสนิทตัวดีที่นั่งหัวโด่ทำเป็นมองไม่เห็นอยู่โต๊ะมุมห้อง โอ๊ตกับบูมเงີบหน้าขึ้นมาจากกองกระดาษโรเนียวพร้อมกับรอยยิ้มกรุ่มกริ่มที่พร้อมใจกันส่งมาให้เป็นแพ็กคู่ โอ๊ตยักคิ้วหลิ่วตาใส่ก่อนจะลุกขึ้นมาดึงแขนทัพฟ้าเอาไว้ “ไป ๆ ครับคุณทัพฟ้า ปล่อยให้สถาปนิกเขาปั่นงานส่งอาจารย์เถอะ มึงมายืนหายใจรดต้นคอแบบนี้ งานเขาไม่เดินหรอก มีแต่จะพัง” โอ๊ตเอ่ยแซวพร้อมกับหัวคิกคัก ทัพฟ้าอมยิ้มบาง ๆ ก่อนจะยอมเดินถอยหลังออกไปอย่างจำยอม แต่สายตาคมยังคงทิ้งท้ายมองข้าวปั้นด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก “งั้นเถ้าแก่ลงไปซื้อของแป๊บ เดี๋ยวรีบขึ้นมาเฝ้า... เอ้ย มาส่งเสบียง” เมื่อร่างสูงของวิศวกรหนุ่มลับตาไปพร้อมกับแก๊งเพื่อนตัวชง ข้าวปั้นก็ทิ้งตัวลงนั่งพับเพียบกับเก้าอี้ ยกมือขึ้นกุมขมับทันที *ให้ตายเถอะ... มันจะรุกหนักเกินไปแล้วนะ!* ผ่านไปเกือบยี่สิบนาที บรรยากาศในสตูดิโอกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ข้าวปั้นก้มหน้าก้มตาตัดโฟมทำโมเดลต่อจนเสร็จไปครึ่งค่อนหลังคา เสียงฝีเท้าฝ่าความเงียบเข้ามาใกล้ ทำให้เขานึกว่าเป็นทัพฟ้าที่กลับมาพร้อมแซนด์วิช “นานจังวะไอ้ฟ้า ซื้อร้านไหนเนี่ย เดินไปซื้อถึงสำเพ... อ้าว” คำพูดที่เตรียมจะบ่นกลืนหายลงไปในลำคอทันที เมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่าคน ที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ทัพฟ้า แต่เป็นรุ่นพี่ปี 3 จากคณะบริหารธุรกิจ... "พี่กรณ์" เดือนคณะตัวท็อปที่มีข่าวพัวพันกับความเจ้าชู้เงียบ ๆ และมักจะแวะเวียนมาแถวคณะสถาปัตย์อยู่บ่อยครั้ง “น้องข้าวปั้นใช่ไหมครับ พอดีพี่เดินผ่านมาเห็นนั่งเครียดอยู่คนเดียว เลยแวะเอาชานมไข่มุกมาฝาก” พี่กรณ์ส่งยิ้มพิมพ์ใจพร้อมกับวางแก้วชานมลงบนโต๊ะทำงาน ใกล้กับโมเดลที่ยังกาวไม่แห้งดี ข้าวปั้นขมวดคิ้วมุ่นด้วยความประหลาดใจ รีบวางคัตเตอร์ในมือลงแล้วลุกขึ้นยืนโค้งศีรษะให้เล็กน้อยตามมารยาท “อ๋อ... ขอบคุณครับพี่กรณ์ แต่เกรงใจจังครับ ผมเกรงว่ามันจะเกะกะพื้นที่ทำงานผมด้วยน่ะครับ” “ไม่เกะกะหรอกครับ คนกันเอง” พี่กรณ์ไม่พูดเปล่า แต่กลับขยับเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของข้าวปั้นในระยะที่ใกล้เกินความจำเป็น มือหนาเอื้อมมาทำทีจะแตะไหล่บางของน้องรหัสต่างคณะเบา ๆ “ช่วงนี้โปรเจกต์หนักเหรอครับ หน้าตาดูเหนื่อย ๆ นะ ปรึกษาพี่ได้นะ พี่ว่างตลอด” ข้าวปั้นผถะตัวถอยหลังอัตโนมัติ ความรู้สึกอึดอัดฉายชัดขึ้นบนใบหน้าหวาน เขาเกลียดการรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวที่สุด ยิ่งเป็นคนแปลกหน้าหรือคนที่ไม่สนิท ยิ่งรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ “เอ่อ ขอบคุณอีกครั้งนะครับพี่ แต่พอดีผมทำงานอยู่... แล้วก็... แฟนผมกำลังจะเอาของกินขึ้นมาส่งด้วยครับ น่าจะใกล้ถึงแล้วล่ะครับ” ข้าวปั้นจำใจต้องงัดข้ออ้างเรื่อง "แฟน" ขึ้นมาใช้ เพื่อตัดรำคาญและรักษาระยะห่าง แต่ทว่า... “แฟน? น้องปั้นมีแฟนแล้วเหรอครับ พี่ไม่เคยได้ยินข่าวเลยนะ หรือว่าพูดแก้เขินเฉย ๆ” พี่กรณ์หัวเราะในลำคออย่างไม่ค่อยเชื่อถือ แถมยังก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวข้าวปั้นอีกก้าวหนึ่ง จนแผ่นหลังของคนตัวเล็กชนเข้ากับชั้นวางอุปกรณ์พอดี “ถ้ามีแฟน ทำไมปล่อยให้มานั่งทำงานคนเดียวดึก ๆ ดื่น ๆ ล่ะครับ ให้พี่ดูแลแทนไหม...” “ถอยออกไปจากตัวน้องเขาเถอะครับ... รุ่นพี่” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เย็นเยียบดังแทรกขึ้นมาจากความมืดตรงทางเข้าประตูสตูดิโอ ทำเอาบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศาในพริบตา ข้าวปั้นสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองตามต้นเสียง ก็พบกับทัพหน้าที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่ ดวงตาคมกริบที่เคยพราวระยับด้วยความขี้เล่นเมื่อครู่ ตอนนี้กลับมืดสนิทราวกับก้นบึ้งของมหาสมุทร สันกรามคมขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน มือข้างหนึ่งกำถุงแซนด์วิชในมือแน่นจนพลาสติกยับยู่ยี่ ทัพฟ้าก้าวเท้าเดินเข้ามาทีละก้าว... แต่ละก้าวที่กระทบพื้นคอนกรีตดังสะท้อนก้องในความเงียบ ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังของพายุที่กำลังจะโหมกระหน่ำ “อ้าว... น้องทัพฟ้าววิศวะนี่เอง” พี่กรณ์หันไปมองหน้าอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มเจื่อนลงเล็กน้อย เมื่อสัมได้ถึงรังสีความไม่เป็นมิตรที่แผ่ออกมาจากตัวรุ่นน้องต่างคณะ “พอดีพี่แค่แวะมาทักทายน้องเฉย ๆ ไม่มีอะไรหรอก” “ครับ ทักทายเฉย ๆ แต่ยืนชิดซะจนหน้าจะสิงร่างเขาอยู่แล้วนะครับ” ทัพฟ้าเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างพี่กรณ์กับข้าวปั้นได้อย่างแนบเนียน ร่างสูงโปร่งกางแขนออกเล็กน้อยเพื่อดันตัวข้าวปั้นให้ถอยไปอยู่ด้านหลังของตนเองโดยอัตโนมัติ เป็นการแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจนโดยไม่ต้องเอ่ยปาก “แล้วก็... ข้าวปั้นเขาไม่ได้อยู่คนเดียวครับ ผมเป็นรูมเมต... และ เป็น *'แฟน'* ที่เขาเพิ่งพูดถึงเมื่อกี้เองครับ” ข้าวปั้นเบิกตากว้าง หันขวับไปมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนบังตัวเองอยู่ทันที หัวใจกระตุกวูบวาบด้วยความตกใจกับคำว่า "แฟน" ที่อีกฝ่ายหยิบมาอ้างหน้าตาเฉย พี่กรณ์หน้าเสียไปเล็กน้อยเมื่อเจอสายตาดุดันและคำพูดที่ไม่มีช่องว่างให้ต่อรอง “เอ่อ... งั้นเหรอครับ พี่ขอตัวก่อนดีกว่า พอดีมีธุระ” ว่าจบรุ่นพี่ปี 3 ก็รีบสาวเท้าเดินออกจากห้องไปทันทีด้วยความรวดเร็ว สิ้นเสียงฝีเท้าของแขกที่ไม่ได้รับเชิญ บรรยากาศในสตูดิโอก็กลับมาเงียบกริบอีกครั้ง ทัพฟ้ายืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่ยอมหันกลับมามองคนด้านหลังทันที ไหล่กว้างไหวเล็กน้อยด้วยความกรุ่นโกรธที่ยังระงับไว้ไม่หมด ข้าวปั้นกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือบางยื่นไปแตะเบา ๆ ที่ชายเสื้อยืดสีดำของอีกฝ่าย “นี่... แก... ไปพูดแบบนั้นกับคนอื่นทำไมเล่า ใครเป็นแฟนแกฟะ” ทัพฟ้าค่อย ๆ หันกลับมามองเขา ดวงตาคมกริบที่เคยดุดันเมื่อครู่ตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็นความน้อยใจและจริงจังปนเปกันไปหมด มือหนาวางถุงแซนด์วิชลงบนโต๊ะเสียงดังปัง! จนข้าวปั้นสะดุ้ง “แล้วถ้าไม่ได้เป็น... ทำไมต้องให้ไอ้หน้าไหนก็ไม่รู้มาเข้าใกล้ขนาดนั้นด้วยวะปั้น?” ทัพฟ้าก้าวเข้ามาประชิดตัวเขาอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีช่องว่างให้อากาศลอดผ่าน ใบหน้าคมคายโน้มลงมาจนหน้าผากเกือบชิดกัน “กูบอกแล้วไง... ว่ากูหวง” ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของข้าวปั้น ราวกับจะค้นหาคำตอบทั้งหมดที่ซ่อนอยู่ข้างใน ขณะที่สมองของข้าวปั้นขาวโพลนไปหมดเมื่อได้ยินประโยคถัดมาที่กระซิบแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ “อ่านข้อความในแชตเมื่อกี้แล้วใช่ไหม... ถ้าอ่านแล้ว ช่วยให้คำตอบกูหน่อยดิ ว่าตกลง... เราจะเป็นมากกว่ารูมเมตกันได้ยังไง?” — *และก่อนที่ข้าวปั้นจะทันได้อ้าปากปฏิเสธหรือตอบรับ เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือของทัพฟ้าก็ดัง "ติ๊ง!" ขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับข้อความใหม่จากใครบางคนที่ส่งภาพถ่ายคู่ของข้าวปั้นกับพี่กรณ์เมื่อครู่ พร้อมแคปชันสั้น ๆ ว่า... "ระวังแฟนโดนคาบไปกินนะเว้ยไอ้ฟ้า"*
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณรูมเมตครับ เลิกเต๊าะผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%