"ถ้ามึงยังไม่เลิกมองหน้าไอ้ฟ้าด้วยสายตาแบบนั้น เดี๋ยวปัดผลักตกสระให้ดูจริงๆ ด้วย"
เสียงกระซิบกระซาบของโอ๊ตดังขึ้นเบาๆ พอให้ได้ยินกันแค่สองคน ท่ามกลางบรรยากาศรอบสระน้ำของคอนโดที่เวลานี้เงียบสงบเป็นพิเศษ ผิวน้ำสีเขียวมรกตสะท้อนแสงไฟนีออนจากตึกสูงระฟ้าเป็นประกายระยิบระยับ ลมยามค่ำคืนพัดปะทะผิวเนื้อจนรู้สึกเย็นวาบ แต่ความหนาวเย็นข้างนอกนั้นดูจะเทียบไม่ได้เลยกับความอึดอัดที่กำลังก่อตัวขึ้นในอกของผม
ผม—ข้าวปั้น คนนี้เองครับ
เหตุการณ์เมื่อช่วงหัวค่ำยังวนเวียนอยู่ในหัวจนสลัดไม่ออก ก็ไอ้ตัวต้นเรื่องอย่างทัพฟ้าดันเล่นเกมแพ้แล้วโดนทำโทษให้มาตอบคำถามว่า 'ระหว่างรูมเมตกับแฟนเก่า เลือกใคร?'
ไอ้บ้านั่นตอบหน้าตาเฉยว่า 'เลือกรูมเมตดิครับ เพราะแฟนเก่าไม่มีทางทำไข่เจียวอร่อยเท่าข้าวปั้นแถมยังขี้บ่นน่ารักขนาดนี้'
คำตอบนั้นเรียกเสียงแซวจากแก๊งเพื่อนตัวดีได้สนั่นลั่นห้อง แต่สำหรับผม... มันไม่ใช่แค่มุกตลกไร้สาระทั่วไป หัวใจเจ้ากรรมดันทรยศเต้นผิดจังหวะจนต้องหาเรื่องปลีกตัวหนีออกมาสูดอากาศริมสระน้ำคนเดียว แต่สุดท้ายไอ้พ่อหนุ่มวิศวะปากร้ายคนนั้นก็ยังตามมานั่งประกบข้างอยู่ดี โดยมีไอ้โอ๊ตกับไอ้บูมทำหน้าที่เป็นกามเทพจำเป็น คอยหาข้ออ้างปลีกตัวเดินเลี่ยงไปซื้อน้ำอัดลมที่มินิมาร์ทชั้นล่าง ปล่อยให้เราสองคนอยู่ตามลำพังท่ามกลางความเงียบงัน
เงียบ... จนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง
"มองอะไรนักหนาครับ คุณสถาปนิก"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ทัพฟ้าขยับตัวเล็กน้อย ข้อศอกสอบยันไว้กับขอบเก้าอี้ริมสระ ดวงตาคมกริบภายใต้แสงไฟสลัวมองตรงมาที่ผม รอยยิ้มมุมปากที่มักจะใช้กวนประสาทคนอื่นอยู่เสมอกลับดูอ่อนโยนขึ้นอย่างประหลาดในคืนนี้
"เปล่า... ใครมอง นายอย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลยทัพฟ้า" ผมรีบเบือนหน้าหนีไปมองผิวน้ำระยิบระยับ แกล้งทำเป็นสนใจเงาสะท้อนของดวงดาวมากกว่าคนข้างกาย ทั้งที่สองแก้วร้อนผ่าวจนแทบจะระเบิดอยู่แล้ว
"ปากแข็งชะมัด" ทัพฟ้าหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นทุ้มพ่ามอยู่ข้างหูจนขนลุกซู่ "เวลาเขินเนี่ย หูแดงถึงใบหูเลยนะรู้ตัวไหมครับ"
"ใครเขิน! ร้อนต่างหาก อากาศกรุงเทพฯ มันร้อน จะตายอยู่แล้วเนี่ย" ผมโวยวายกลบเกลื่อน ยกมือขึ้นพัดลมใส่หน้าตัวเองรัวๆ แต่ยิ่งแก้ตัวก็เหมือนยิ่งมัดตัว
ทัพฟ้าไม่เถียงกลับ เขาเพียงแค่ขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ระยะห่างระหว่างเราลดลงจนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่คุ้นจมูก กลิ่นสะอาดๆ ที่ชวนให้รู้สึกปลอดภัยและใจเต้นแรงไปพร้อมๆ กัน เป็นความขัดแย้งที่ผมเกลียดชะมัด
"ข้าวปั้น..."
น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป ไม่มีแววหยอกล้อ ไม่มีคราบความกวนประสาทเหมือนทุกที มันคือน้ำเสียงที่จริงจังจนผมต้องค่อยๆ หันกลับไปมอง
ดวงตาคู่นั้น... เต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อัดอั้นมานาน ความรู้สึกที่ผมเองก็พยายามหลบ
"ห...อะไรเล่า จะพูดอะไรก็พูด
อย่ามาทำเสียงแบบนี้ดิ" ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามราวกับจะกระโดดออกมานอกอก
"ตลอดเวลาที่เราอยู่ห้องเดียวกัน... ตั้งแต่วันแรกที่นายโวยวายใส่เรื่องฉันวางรองเท้าไม่เป็นที่ จนถึงวันที่นายงอนเพราะฉันกินขนมในตู้หมด" ทัพฟ้าเว้นจังหวะ สายตาคมกวาดมองใบหน้าผมทีละนิด ราวกับต้องการบันทึกทุกรายละเอียดเก็บไว้
"นายรู้ไหม... ว่าโลกของฉันมันเปลี่ยนไปขนาดไหน"
ผมชะงัก ลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะ สมองตื้อตันจนประมวลผลไม่ทัน คำพูดพวกนั้น... มันคืออะไรกันแน่ เต๊าะเล่นๆ ตามนิสัย หรือว่า...
"ทัพฟ้า..." ผมพึมพำชื่อเขาเบาหวิว ราวกับเสียงกระซิบ
"ฉันไม่ได้พูดเล่นนะข้าวปั้น" ทัพฟ้าขยับเข้ามาประชิดอีกนิด มือใหญ่เอื้อมมาจับปอยผมที่ปลิวมาปรกลงหน้าผากออกให้อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นร้อนจากปลายนิ้วของเขาทำให้ผมแข็งทื่อ ขยับเขยื้อンไปไหนไม่ได้
"นายเกลียดความวุ่นวาย นายชอบความสะอาด นายมีโลกส่วนตัวที่โคตรจะเข้ายาก... แต่รู้ไหม ว่าฉันอยากเป็นข้อยกเว้นพวกนั้นทั้งหมด อยากเป็นคนเดียวที่ทำให้นายวุ่นวายใจได้... แบบที่ฉันกำลังเป็นอยู่ตอนนี้"
ความเงียบโรยตัวลงมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ได้อึดอัด มันเต็มไปด้วยแรงโน้มถ่วงบางอย่างที่ดึงดูดเราเข้าหากัน ความรู้สึกอัดอั้นที่เก็บงำไว้ในใจของทั้งคู่ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา บัดนี้มันสุกงอมเต็มที่ พร้อมจะแตก
ผมอ้าปากจะเถียง จะหาคำพูดกวนๆ มากลบเกลื่อนความเขินอายเหมือนทุกที แต่พอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น... คำพูดทั้งหมดก็กลืนหายไปในลำคอ
ไม่มีความลังเล ไม่มีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ มีเพียงความจริงใจที่สะท้อนออกมาจนผมต้านทานไม่ไหว
มือของทัพฟ้ายังคงอยู่ที่ข้างแก้ม ไล้ปลายนิ้วเบาๆ บนผิวเนื้อที่ร้อนผ่าว ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไปแล้ว อันตรายต่อหัวใจที่กำลังจะหลุดลอยออกไป
"ถ้า... ถ้าฉันบอกว่า..." ผมสูดหายใจเข้าลึก
พยายามรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีในชีวิต ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นก่อนจะเอ่ยความรู้สึกที่ซ่อนไว้ออกไปทีละคำ
"ถ้าฉันบอกว่า... นายเป็นข้อยกเว้นตั้งนานแล้วล่ะ..."
ทัพฟ้าเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มกว้างที่สว่างไสวที่สุดตั้งแต่รู้จักกันปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลานั้น ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้ม
ใกล้จน... สติของผมหลุดลอยไปไกล
*Rrrring!*
เสียงริงโทนโทรศัพท์มือถือดังขึ้นทำลายบรรยากาศโรแมนติกพังทลายลงในเสี้ยววินาที ทัพฟ้าชะงักเล็กน้อยอย่างขัดใจ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ
"ไอ้เวรโอ๊ตแน่เลย โทรมาขัดจังหวะฉิบหาย" ทัพฟ้าสบถเบาๆ อย่างหัวเสีย คว I-Phone ออกมาจากกระเป๋ากางเกงด้วยสีหน้าหงุดหงิด
ผมแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก (ปนเสียดายเล็กน้อยแบบไม่กล้าบอกใคร) รีบผละถอยหลังออกมาตั้งหลัก หันไปมองทางเดินริมสระเพื่อเตรียมรับมือกับเพื่อนตัวแสบ
แต่ทว่า... คนที่เดินเลี้ยวโค้งตึกเข้ามา กลับไม่ใช่โอ๊ตหรือบูมอย่างที่คิด
ร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าแสงไฟสลัว ใบหน้านั้นคมคายและคุ้นเคยดี... เกินไป
รอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปากส่งตรงมาที่ผม พร้อมกับคำพูดที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตา
"ไง... ข้าวปั้น ไม่เจอกันนานเลยนะ จำแฟนเก่าคนนี้ได้หรือเปล่า?"
ทัพฟ้าขมวดคิ้วมุ่นทันที หันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาดุดัน พร้อมกับขยับตัวก้าวมาบังหน้าผมไว้โดยอัตโนมัติ
—โปรดติดตามตอนต่อไป—
ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาร่วมอมยิ้มและลุ้นไปกับความปากแข็งของพ่อหนุ่มวิศวะคนนี้นะครับ
สายลมแผ่วเบา
คุณรูมเมตครับ เลิกเต๊าะผมที•ตอนที่ 27
ค่ำคืนใต้แสงดาว
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณรูมเมตครับ เลิกเต๊าะผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!