กลิ่นอายของกาแฟดำคั่วเข้มผสมผสานกับความตึงเครียดที่แทบจะเชือดเฉือนผิวหนังได้ ลอยอบอวลอยู่ทั่วห้องทำงานสไตล์มินิมอลโทนสีเทาเข้ม รินรดายืนกอดอกพิงขอบโต๊ะกระจกใส สายตาคมกริบมองแฟ้มเอกสารในมือสลับกับใบหน้าเรียบนิ่งดุจน้ำแข็งของคนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่
พรรณวดีไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเธอทันที ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่เป็นอาวุธกดดัน นิ้วเรียวยาวภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นจนถึงข้อศอกกำลังเคาะเบาๆ บนโต๊ะ เป็นจังหวะที่ชวนให้ประสาทตึงเครียดเสียยิ่งกว่าเสียงนาฬิกาปลุก
แฟ้มแบบร่างโครงการรีโนเวตเพนต์เฮาส์หรูถูกเลื่อนกลับมาตรงหน้าเธออีกครั้ง เป็นรอบที่สิบ... ย้ำว่ารอบที่สิบพอดิบพอดี ตั้งแต่สัปดาห์ก่อนจนถึงบ่ายวันนี้
"โครงสร้างส่วนรับแขกตรงนี้... ฉันว่ามันยังไม่ตอบโจทย์" เสียงทุ้มต่ำเรียบสนิทเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบราวกับคมมีด "คุณรินรดาคิดว่าพื้นที่เปิดโล่งแบบนี้ มันให้ความรู้สึกเหมือนบ้าน หรือเหมือนห้องโถงโรงพยาบาลกันแน่คะ"
รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตไหวระริกด้วยประกายความพยศ เธอโน้มตัวลงไปข้างหน้าเล็กน้อย มือเรียววางทับลงบนแฟ้มแบบร่างนั้นแล้วกดมันไว้แน่น
"ถ้าคุณพรรณวดีจะกรุณาใช้สายตาที่ปราศจากอคติมองดูเส้นผ่านศูนย์กลางและการจัดวางแสงเงาที่คุณเพิ่งติว่าเหมือนโรงพยาบาลเมื่อสักครู่ คุณจะเห็นว่ามันคือความเรียบง่ายแบบนอร์ดิกที่คำนึงถึงการไหลเวียนของอากาศค่ะ... หรือถ้าตาของคุณมองเห็นแต่ความว่างเปล่า นั่นอาจจะเป็นเพราะพื้นที่ในใจของคุณมันว่างเปล่าจนเกินกว่าจะเข้าใจงานดีไซน์เชิงลึกก็เป็นได้นะคะ"
คำพูดที่พ่นออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือน ทำเอาพรรณวดีชะงัก เปลือกตาสอบยกขึ้น ปรากฏนัยน์ตาสีเข้มที่วาบวับด้วยความไม่พอใจระคนความท้าทาย
"ปากเก่งเสียจริงนะคะ สถาปนิกสาว" พรรณวดีลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ส่วนสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้ทั้งคู่ต้องยืนเผชิญหน้ากันในระยะประชิด กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมไม้จันทน์หอมกรุ่นลอยแตะจมูก "แต่ความปากเก่งของคุณมันไม่ได้ช่วยให้แบบแปลนงี่เง่าอันนี้ผ่านการอนุมัติได้หรอกค่ะ ฉันจ่ายเงินจ้างคุณมาทำงาน ไม่ได้จ้างมาต่อปากต่อคำ"
"และเงินที่คุณจ่ายมา มันก็ไม่ได้รวมถึงการต้องมานั่งทนฟังคนไม่มีรสนิยมด้านสถาปัตยกรรมมาเปลี่ยนแบบตามอารมณ์ชั่ววูบเหมือนเด็กเอาแต่ใจด้วยค่ะ!" รินรดาสสวนกลับทันควัน ไร้ซึ่งความเกรงกลัว ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายอย่างไร้การหลบหลีก "คุณแก้มาสบรอบแล้วนะคะคุณพรรณวดี ถ้าคุณเก่งนัก ทำไมไม่วาดแปลนเองเสียเลยล่ะคะ จะได้ไม่ต้องมานั่งจับผิดฉันในทุกๆ มิลลิเมตรแบบนี้!"
บรรยากาศในห้องราวกับมีประจุไฟฟ้าสถิตแล่นพล่าน ความโกรธขึงในแววตาของพรรณวดีไม่ได้น่ากลัวเท่ากับรอยยิ้มมุมปากที่ผุดขึ้นมาอย่างเยือกเย็น เธอไม่เพียงแต่ไม่โกรธ แต่กลับก้าวเข้าไปประชิดตัวรินรดาอีกหนึ่งก้าว จนแผ่นหลังบางเกือบจะชิดติดกับชั้นวางหนังสือด้านหลัง
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวผิดจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะระยะห่างที่ใกล้จนเกินไปจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของอีกฝ่าย
"รู้ไหมคะว่าทำไมฉันถึงต้องให้คุณแก้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า..." พรรณวดีโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหละใบหู น้ำเสียงแหบพร่าเจือความเย้ายวนที่ทำเอาสถาปนิกสาวถึงกับขนลุกซู่ "เพราะทุกครั้งที่คุณหัวเสียแล้วเถียงกลับมา... ตาของคุณมันสวยกว่าแบบแปลนพวกนี้เป็นร้อยเท่า"
รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบ เลือดสูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้าจนร้อนผ่าว เธออ้าปากจะพ่นคำด่าทอใส่หน้าคนเจ้าเล่ห์ที่เมื่อครู่ยังทำท่าเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ แต่ทว่า...
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับบานประตูกระจกฝ้าที่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่รออนุญาต ร่างสูงโปร่งของ "ภาคิน" หุ้นส่วนหนุ่มรูปหล่อของบริษัทดีไซน์ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกว้าง
"พรรณ... แบบแปลนเพนต์เฮาส์เสร็จหรือยัง ลูกค้าโทรมาเร่ง..."
ภาคินชะงักฝีเท้าลงทันทีเมื่อเห็นสภาพของคนทั้งคู่—พรรณวดีที่ยืนประชิดตัวรินรดาเสียจนแทบจะสวมกอด และรินรดาที่ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ (หรืออาจจะด้วยเหตุผลอื่น) กำลังยืนเม้มริมฝีปากแน่น
พรรณวดีถอยหลังกลับไปหนึ่งก้าว สีหน้าแววตาเปลี่ยนกลับมาเป็นความเย็นชาดั่งเดิมในเสี้ยววินาที ราวกับว่าเหตุการณ์ระอุเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น
"ยังไม่เสร็จค่ะคุณภาคิน" พรรณวดีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท หันไปมองเพื่อนร่วมงาน "คุณรินรดาเขากำลังอธิบายเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องรอต่อไปอีกสักนิด... ใช่ไหมคะ สถาปนิกคนสวย?"
รินรดากัดฟันกรอด ส่งค้อนวงใหญ่ให้คนหน้าตายที่ยืนกอดอกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า ก่อนจะคว้าแฟ้มแบบงานบนโต๊ะมากอดไว้แนบอก เชิดหน้าขึ้นแล้วตอบเสียงใส
"ค่ะ! พอดีฉันเพิ่งค้นพบว่า... ลูกค้าบางคนมีปัญหาเรื่องการทำความเข้าใจงานศิลปะ ฉันเลยต้องใช้เวลาอธิบาย 'นานเป็นพิเศษ' ค่ะคุณภาคิน"
พูดจบเธอก็หมุนตัวเดินจ้ำอ้าวผ่านหน้าภาคินออกไปจากห้องทันทิ้งให้พรรณวดียืนมองตามด้วยรอยยิ้มแปลกประหลาดที่มุมปาก ขณะที่ภาคินได้แต่กะพริบตาปริบๆ ด้วยความงุนงงกับบรรยากาศแปลกประหลาดที่ตลบอบอวลอยู่รอบตัวเพื่อนสาวของตน
รินรดาก้าวเท้าออกมาถึงลิฟต์โดยสาร มือเรียวพยายามกดปุ่มเรียกชั้นล่างด้วยความหงุดหงิดที่ระคนความสับสนในอก ใบหน้ายังคงร้อนผ่าวยามนึกถึงประโยคกระซิบอันตรายและแววตาคู่คมที่มองมาเมื่อครู่
*ให้ตายเถอะ... ผู้หญิงคนนั้นอันตรายต่อหัวใจเกินไปแล้ว!*
เธอกำหมัดแน่น สูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา แต่ทว่า... ในจังหวะที่ประตูลิฟต์กำลังจะเปิดออก เสียงฝีเท้านุ่มนวลแต่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับมือเรียวของใครบางคนเอื้อมมาแตะลงบนไหล่เบาๆ จนเธอต้องสะดุ้งสุดตัวและหันขวับกลับไปมอง
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นอีกครั้ง เมื่อพบว่าใบหน้าของพรรณวดีอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นๆ รินรดรดอยู่ข้างแก้ม พร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังขึ้นข้างหู
"อย่าเพิ่งรีบหนีกลับไปคิดถึงฉันจนนอนไม่หลับนะคะ... พรุ่งนี้เช้า เรายังมีเรื่อง 'ต้องแก้' กันอีกยาวค่ะ, คุณสถาปนิก"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมฟินไปกับความปากแข็งของยัยตัวแสบนะคะ!
ดีไซเนอร์จอมเฮี้ยบกับสถาปนิกสาวผู้ไร้ความปราณี•ตอนที่ 2
กฎเหล็กของคนปากร้าย
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์จอมเฮี้ยบกับสถาปนิกสาวผู้ไร้ความปราณี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!