กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับความตึงเครียดระดับจุดเดือด ทำให้ห้องประชุมใหญ่ชั้นสี่สิบห้าแทบไม่มีออกซิเจนเหลือให้หายใจ รินรดาแทบไม่ต้องเสียเวลาเคาะประตู เธอผลักบานกระจกฝ้าเข้ามาพร้อมม้วนพิมพ์เขียวในมือที่ถูกสะบัดคลี่ออกวางแผ่หลาบนโต๊ะประชุมหินอ่อนสีดำสนิท ราวกับประกาศสงครามย่อมๆ ตั้งแต่วินาทีแรก
“เส้นท่อแอร์ที่คุณพรรณวดีสั่งแก้เมื่อคืน มันทับซ้อนกับคานรับน้ำหนักโครงสร้างหลักค่ะ ถ้าดึงระดับลงมาอีกสิบเซนติเมตรตามใจคุณ ฝ้าเพดานที่ฉันอุตส่าห์ออกแบบให้มันโปร่งโล่งแบบมินิมอล ก็จะกลายเป็นรังนกกระจอกเทศทันที”
เสียงใสๆ แต่แฝงความกวนประสาทเอ่ยขึ้นทันทีโดยไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายกล่าวทักทาย รินรดายืนเท้าแขนลงกับขอบโต๊ะโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ดวงตากลมโตสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว
พรรณวดีเงยหน้าขึ้นจากแท็บเล็ตในมือ ช้าและนิ่งสนิท เธอสวมชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มที่ขับเน้นความเยียบเย็นและสง่างาม รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากไม่ได้บ่งบอกถึงความยินดีแม้แต่น้อย มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังมองเหยื่อเดินเข้ามุมอับ
“รังนกกระจอกเทศเหรอคะ? ช่างเปรียบเปรยได้สมกับเป็นคุณรินรดาดีนี่คะ... ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะคะ ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว”
พรรณวดีจงใจเน้นเสียงตรงคำว่า 'เมื่อคืน' พร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปล่อยให้ความหมายสองแง่สองง่ามลอยคว้างอยู่ในอากาศจนคนฟังต้องเม้มปากแน่นโดยอัตโนมัติ
“เรากำลังคุยเรื่องงานค่ะ คุณพรรณวดี กรุณาแยกแยะระหว่างเรื่องส่วนตัวกับโปรเจกต์ระดับพันล้านด้วยนะคะ” รินรดากัดฟันกรอด ขยับตัวตั้งตรงเพื่อหลีกเลี่ยงสนามแม่เหล็กอันตรายที่อีกฝ่ายจงใจแผ่เข้าใส่
“งานเหรอคะ? ถ้าเป็นเรื่องงาน ฉันคงต้องบอกว่ารสนิยมการออกแบบของคุณมัน ‘แคบ’ เกินกว่าจะรองรับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าระดับไฮเอนด์” พรรณวดีลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงที่ได้เปรียบกว่าทำให้เธอต้องก้มมองสถาปนิกสาวตัวเล็กกว่าเล็กน้อย “คุณห่วงแต่ความสวยงามบนกระดาษ จนลืมไปว่าฟังก์ชันการใช้งานจริงมันต้องตอบโจทย์ความหรูหราและความสะดวกสบายสูงสุด... หรือว่าสมองของคุณคิดได้แค่งานดีไซน์บล็อกสี่เหลี่ยมธรรมดาๆ คะ?”
คำพูดเชือดเฉือนนั้นคมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธอเกลียดที่สุดคือการถูกดูถูกฝีมือ แต่สิ่งที่น่าหงุดหงิดยิ่งกว่าคือหัวใจเจ้ากรรมดันเต้นรำผิดจังหวะทุกครั้งที่ผู้หญิงคนนี้ขยับเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมอำพันจางๆ
“ถ้างานของฉันมันแย่ขนาดนั้น ทำไมเมื่อคืนคุณถึงโทรศัพท์มาหาฉันตั้งสามรอบเพื่อเถียงเรื่องตำแหน่งปลั๊กไฟในห้องนอนล่ะคะ?” รินรดาย้อนถามเสียงสูง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากเพื่อเอาคืนบ้าง “หรือว่า... คุณแค่อยากหาข้ออ้างคุยกับฉันกันแน่คะ, คุณดีไซเนอร์จอมเฮี้ยบ”
บรรยากาศในห้องประชุมพลันเงียบกริบลงทันที พรรณวดีชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ขึ้นวับหนึ่งก่อนจะหรี่แคบลง รังสีความกดดันรอบตัวถูกยกระดับขึ้นอีกขั้น เธอสาวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะฝั่งที่รินรดายืนอยู่ทีละก้าว ช้าๆ ทว่ามั่นคง จนสถาปนิกสาวต้องเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
“คุณนี่มัน... ปากดีไม่มียอดตกจริงๆ นะคะ รินรดา” พรรณวดีโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้แค่เอื้อม “อยากรู้ไหมคะว่าทำไมฉันถึงโทรหาคุณดึกดื่น... เพราะฉันอยากจะบอกว่า ไอเดียที่คุณเสนอมามันห่วยแตกจนฉันนอนไม่หลับยังไงล่ะคะ”
ใกล้เกินไป... ใกล้จนเห็นแพขนตางอนงามและเงาสะท้อนของตัวเองในดวงตาคู่นั้น รินรดาลืมหายใจไปชั่วขณะ สมองที่เคยฉับไวในการแก้ปัญหาโครงสร้างสถาปัตยกรรมตอนนี้กลับว่างเปล่า เธอยืนแข็งทื่อ ปลายจมูกได้กลิ่นหอมเย้ายวนที่จู่โจมประสาทสัมผัสจนหัวใจเต้นโครมครามราวกับกลองเพล
“คุณ... ถอยไปหน่อยสิคะ” รินรดาพยายามเค้นเสียงให้มั่นคงที่สุด แม้ว่ามือข้างที่ถือม้วนพิมพ์เขียวจะสั่นน้อยๆ อย่างควบคุมไม่ได้
“ไม่ค่ะ จนกว่าคุณจะยอมแก้แบบท่อแอร์ตามที่ฉันต้องการ” พรรณวดีกระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากของอีกฝ่าย ความเย่อหยิ่งทระนงเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความปรารถนาบางอย่างที่ส Aลุกโชนอยู่ในแววตา “และยอมรับซะว่า... คุณเองก็คิดถึงฉันเหมือนกัน”
เพล้ง!
เสียงประตูห้องประชุมถูกผลักเปิดออกอย่างแรงตามด้วยเสียงแฟ้มเอกสารหล่นกระทบพื้นดังสนั่น รินรดาสดุ้งโหยงผละถอยหลังสุดแรงราวกับถูกไฟช็อต ส่วนพรรณวดีผละตัวกลับมายืนตรงด้วยใบหน้าเรียบเฉยราดน้ำแข็งใส่ความเร่าร้อนเมื่อครู่ได้อย่างรวดเร็วราวกับเล่นกล
“ขอโทษครับคุณพรรณวดี พอดีผม... อุ๊ย ผมเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าครับเนี่ย”
เสียงทุ้มของ ‘ธนวินท์’ กรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มเจื่อนๆ ที่เปื้อนอยู่บนใบหน้า เขายืนค้างอยู่ตรงหน้าประตู มองสลับระหว่างใบหน้าแดงก่ำของสถาปนิกสาวกับใบหน้าเยือกเย็นไร้รอยตำหนิของดีไซเนอร์สาวรุ่นพี่
พรรณวดีปรายตามองผู้มาใหม่ด้วยแววตาหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะอย่างไม่ปิดบัง ก่อนจะหันกลับมามองรินรดาที่กำลังก้มหน้าหลบสายตาด้วยความกระอักกระอ่วน
“ไม่เป็นไรค่ะคุณธนวินท์” พรรณวดีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิทราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่ “เราแค่กำลัง ‘เคลียร์พื้นที่’ บนพิมพ์เขียวกันอย่างดุเดือด... เพื่อให้งานออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดก็เท่านั้นเองค่ะ”
รินรดากัดริมฝีปากแน่น กำพิมพ์เขียวในมือจนยับยู่ยี่ เธอเงยหน้าขึ้นสบตาพรรณวดีที่ส่งยิ้มท้าทายกลับมาให้ — และก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรต่อ ประตูลิฟต์ด้านนอกห้องประชุมก็เปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปรดของ ‘ใครบางคน’ ที่ก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ และเอמהทักทายด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เลือดในกายของพรรณวดีเย็นเฉียบลงทันที
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับความปากแข็งของยัยตัวแสบนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
ดีไซเนอร์จอมเฮี้ยบกับสถาปนิกสาวผู้ไร้ความปราณี•ตอนที่ 3
สงครามบนพิมพ์เขียว
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์จอมเฮี้ยบกับสถาปนิกสาวผู้ไร้ความปราณี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!