สถาปนิกปากแจ๋วกับคุณชายระบบคุมความประพฤติ•ตอนที่ 3

สงครามกาแฟแก้วแรก

ผลงานโดย เมล่อนโซดา
"ฉันบอกแล้วไงคะว่าเสาเข็มโซนทิศใต้รับน้ำหนักตามแบบบรีฟเดิมไม่ได้ ถ้าคุณยังดึงดันจะใช้สเปกวัสดุกร่อยๆ แบบนี้เพื่อประหยัดงบสี่แสนบาท ฉันเกรงว่าตึกยี่สิบชั้นของคุณจะกลายเป็นอนุสาวรีย์ความงกก่อนสร้างเสร็จด้วยซ้ำค่ะ คุณปรินทร์!" เสียงตบแฟ้มเอกสารกระแทกลงบนโต๊ะประชุมกระจกนิรภัยดังสนั่น ก้องกังวานไปทั่วห้องประชุมใหญ่ชั้นสิบท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของทีมวิศวกรโครงสร้าง พิมพ์รตาในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มยืนค้ำโต๊ะด้วยสองมือ ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความดื้อรั้นและถือดี สมองอันปราดเปรื่องของสถาปนิกสาวกำลังคำนวณตัวเลขและแรงอัดอากาศในหัวอย่างบ้าคลั่ง ปรินทร์นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม แววตานิ่งสนิทดั่งผิวน้ำในบึงลึก ทว่านิ้วเรียวยาวที่กำลังหมุนปากกาหมึกซึมราคาแพงกลับหยุดชะงักลงชั่วครู่ ชายหนุ่มปรายตามองแบบแปลนที่ถูกขีดฆ่าด้วยปากกาแดงเถือกจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม ก่อนที่มุมปากหยักสวยจะยกยิ้มขึ้นนิดๆ อย่างน่าหมั่นไส้ *[ติ๊ง! ระบบประเมินพฤติกรรมมนุษย์: ตรวจพบระดับฮอร์โมนอะดรีนาลีนพุ่งสูงเกินมาตรฐาน 140% ของสถาปนิกสาวนามว่าพิมพ์รตา สาเหตุ: อาการหัวร้อนจากการถูกขัดใจและความหิวคาเฟอีนระดับวิกฤต แนะนำให้ระงับสติอารมณ์และหยุดกวนประสาทเธอก่อนที่เธอจะปาแก้วกาแฟใส่หน้าคุณจริงๆ]* เสียงระบบอัจฉริยะที่ดังขึ้นในโสตประสาทของซีอีโอหนุ่มทำให้เขาต้องกลั้วหัวเราะในลำคอเบาๆ ปรินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งในชุดสูทตัดเย็บเนี๊ยบกริบก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะฝั่งตรงข้ามช้าๆ สร้างแรงกดดันมหาศาลจนคนรอบข้างต้องกลั้นหายใจ "สี่แสนบาทที่คุณพิมพ์พูดถึง มันคือต้นทุนค่าบริหารจัดการที่ผมต้องเจียดไปพยุงโครงการโซนอื่นต่างหากล่ะครับ... อ๊ะ ขอโทษทีค่ะ ฉันติดนิสัยพูดค่ะขาไม่ทันระวังตัว" ปรินทร์จงใจดัดเสียงล้อเลียนประโยคติดปากของหญิงสาวหน้าตาเฉย ดวงตาคมกริบพินิจพิเคราะห์ใบเนียนใสที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโกรธ "อีกอย่าง... กาแฟแก้วแรกของวันที่คุณซดเข้าไปตอนเจ็ดโมงเช้า ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยให้คุณใจเย็นลงเลยสักนิดนะพิมพ์รตา" "คุณ!" พิมพ์รตากัดฟันกรอดจนกรามขึ้นสันนูน เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่างจากกลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมความสะอาดที่ลอยมาแตะจมูก กลิ่นกายประจำตัวของประธานหนุ่มจอมเผด็จการคนนี้มักจะทำให้เธอเสียสมาธิทุกที "อย่ามาเปลี่ยนเรื่องนะคะ! เรื่องโครงสร้างคือความปลอดภัยของชีวิตมนุษย์ ไม่ใช่เรื่องเล่นขายของที่คุณจะมาประหยัดงบเพื่อเอาหน้ากับบอร์ดบริหาร!" "ใครบอกว่าผมเอาหน้า?" ปรินทร์เลิกคิ้วสูง ก้าวเท้าเข้าไปใกล้เธออีกก้าวโดยไม่แคร์สายตาของเหล่าลูกน้องที่นั่งหน้าซีดเป็นไก่ตาแตก "ผมแค่อยากรู้ว่า... ระหว่างความปลอดภัยของตึกกับความดื้อรั้นของคุณ อย่างไหนมันจะพังก่อนกัน" บรรยากาศในห้องประชุมระอุยิ่งกว่าเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ พิมพ์รตาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อระงับความอยากกระโจนเข้าไปหยิกแขนเสื้อสูทราคาแพงนั่นให้ขาดเป็นวิ่นๆ เธอรู้ดีว่ายิ่งเถียงกับผู้ชายคนนี้ เธอก็ยิ่งเข้าทางเขา แต่วันนี้เธอเตรียม "ไพ่ตาย" มาสยบความมั่นหน้าของเขาไว้เรียบร้อยแล้ว "ถ้าคุณมั่นใจนักว่าแบบแปลนของคุณดีเลิศประเสริฐศรีและประหยัดงบได้จริง..." พิมพ์รตายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ปรินทร์ถึงกับหรี่ตามองด้วยความระแวง เธอยื่นมือไปหยิบแก้วกระดาษสีน้ำตาลเข้มที่วางอยู่ข้างกองแบบแปลนขึ้นมา "งั้นเรามาเดิมพันกันค่ะ" "เดิมพัน?" ปรินทร์ทวนคำ น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววสนุกสนาน "ใช่ค่ะ! กาแฟแก้วนี้... เป็นสูตรพิเศษที่ฉันชงเองกับมือเมื่อเช้า" พิมพ์รตาเขย่าแก้วในมือเบาๆ "สูตรพิเศษที่ว่าคือ การผสมเอสเพรสโซช็อตเข้มข้นเข้ากับความจริงใจที่ว่า *'คุณมันเป็นซีอีโอจอมเผด็จการที่ไม่มีหัวศิลปะเอาเสียเลย'* ถ้าคุณกล้าดื่มมันหมดแก้วภายในรวดเดียวโดยไม่ทำหน้าเหยเก และยอมรับว่าแบบแปลนเดิมของฉันดีกว่า... ฉันจะยอมก้มหัวขอโทษคุณกลางห้องประชุมนี้สามครั้งค่ะ!" สิ้นคำพูดนั้น ทีมวิศวกรและเลขาที่นั่งมุมห้องถึงกับสำลักน้ำลายตัวเองเสียงดังเอิ๊ก ทุกคนต่างรู้ดีว่ากาแฟฝีมือสถาปนิกสาวคนนี้ขึ้นชื่อเรื่องความขมระดับปีศาจ เนื่องจากเธอชอบนอนดึกและติดกาแฟดำเข้มข้นชนิดที่เรียกว่าใช้ยางมะตอยต้มยังจะละมุนกว่า ปรินทร์มองแก้วกาแฟในมือบางสลับกับใบหน้าเชิดรั้นของเจ้าตัว ดวงตาคมกริบลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเดa *[ติ๊ง! ระบบประเมินพฤติกรรมมนุษย์: ตรวจพบกับดักทางจิตวิทยา ความเสี่ยงในการสูญเสียภาพลักษณ์ซีอีโอผู้เยือกเย็น: 99.9% แต่ความน่ารักยามเธอยั่วโมโห: 100% แนะนำให้รับคำท้าและฉวยโอกาสนี้ร่นระยะห่างทางกายภาพ]* ปรินทร์แย้มยิ้มร้ายกาจ มือหนายื่นออกไปคว้าแก้วกาแฟในมือของพิมพ์รตามาถือไว้โดยที่ปลายนิ้วแกล้งแตะสัมผัสโดนฝ่ามืออุ่นนุ่มของเธออย่างจงใจ สถาปนิกสาวสะดุ้งสุดตัว ชักมือกลับราวกับโดนไฟลวก แต่ยังไม่ทันที่เธอจะต่อว่าอะไร ชายหนุ่มก็ยกแก้วขึ้นจรดริมฝีปากแล้วกระดกของเหลวสีดำปี๋เข้าปากรวดเดียวจนหมดแก้วโดยไม่แม้แต่จะกระพริบตา! ความขมระดับทะลวงไส้แผ่ซ่านไปทั่วโคนลิ้นจนปรินทร์ต้องขมวดคิ้วมุ่นโดยสัญชาตญาณ แต่วินาทีต่อมา เขากลับลดแก้วลง เผยรอยยิ้มมุมปากที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์เกินต้านทาน "รสชาติ... เหมือนชีวิตผมตอนนี้เลยครับ" ปรินทร์ก้าวเข้าไปประชิดตัวพิมพ์รตาจนแผ่นหลังบางชนเข้ากับผนังกระจกห้องประชุมอย่างจัง กลิ่นกาแฟเข้มข้นลอยคละคลุ้งระหว่างลมหายใจของทั้งคู่ จนพิมพ์รตาต้องกลั้นหายใจด้วยความตื่นตระหนก "ขมปี๋ ฝาดคอ และเต็มไปด้วยความดื้อรั้น... แต่ก็ติดใจจนอยากกินอีกแก้ว" "คุณ... คุณบ้าไปแล้วหรือไง!" พิมพ์รตาหน้าแดงก่ำ หัวใจเต้นรำทำเพลงผิดจังหวะจนแทบจะกระโดดทะลุอก เธอพยายามดันอกแกร่งให้ออกห่าง แต่ทว่าวงแขนแกร่งกลับยกขึ้นกักตัวเธอไว้กับกำแพงกระจกอย่างมั่น ในจังหวะที่หัวใจของสถาปนิกสาวกำลังเต้นระรัวจนควบคุมไม่อยู่ ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็ถูกผลเปิดออกอย่างไร้ซึ่งมารยาท ร่างสูงโปร่งของคณิน ลูกพี่ลูกน้องตัวแสบก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยและแฟ้มเอกสารในมือ "ขอโทษทีครับที่ขัดจังหวะสวีทกัน... แต่ดูเหมือนว่า 'ระบบ' ของนาย จะช่วยนายไม่ได้ตลอดรอดฝั่งหรอกนะ ปรินทร์!" คณินโยนแฟ้มเอกสารอีกชุดลงบนโต๊ะ เสียงกระดาษกระแทกดังสะท้อน "เพราะบอร์ดบริหารระดับสูงเพิ่งอนุมัติคำสั่งให้ระงับโปรเจกต์นี้ชั่วคราวแล้ว... และคนที่ถือสิทธิ์เซ็นอนุมัติคนใหม่ ก็ไม่ใช่แกอีกต่อไป!" พิมพ์รตาเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าปรินทร์ที่หุบยิ้มฉับพลัน ดวงตาคมกริบของซีอีโอหนุ่มวาวโรจน์ขึ้นด้วยประกายอันตราย ทว่าก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไร เสียงส้นสูงกระทบพื้นห้องโถงด้านนอกก็ดังใกล้เข้ามา พร้อมกับการปรากฏตัวของมีนารา เซเลบสาวไฮโซผู้สวมชุดแบรนด์เนมราคาแพงระยับ เธอยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะพร้อมกับถือแท็บเล็ตหน้าจอประกาศคำสั่งแต่งตั้ง "ยินดีต้อนรับสู่ตำแหน่งรักษาการประธานร่วมคนใหม่ค่ะ... คุณปรินทร์ และ... ยัยสถาปนิกปากดี" มีนาราหัวเราะคิกคักในลำคออย่างสะใจ "หวังว่าแบบแปลนเน่าๆ ของเธอ จะเอาไปใช้ปูพื้นกรงสุนัขได้ทันนะยะ!" พิมพ์รตาเม้มริมฝีปากแน่น สมองกำลังประมวลผลวิกฤตตรงหน้าอย่างรวดเร็ว แต่ทว่า ปรินทร์ที่ยืนอยู่ชิดติดตัวเธอกลับเอื้อมมือมาคว้าข้อมือเรียวบางไว้มั่น แรงบีบอุ่นซ่านส่งผ่านผิวเนื้อทำให้พิมพ์รตาต้องเงยหน้าขึ้นมอง ปรินทร์ไม่ได้มีสีหน้าตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... รอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของเขากลับทำให้คณินและมีนารารู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ นิ้วเรียวยาวของปรินทร์ควักสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงสีดำสนิทออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างใจเย็น ก่อนจะกดทัชสกรีนเพียงสองสามครั้ง แล้วเปิดสปีกเกอร์โฟนให้เสียงปลายสายดังชัดเจนไปทั่วทั้งห้องประชุม *(ตู๊ด... ตู๊ด...)* เสียงสัญญาณดังขึ้นเพียงครั้งเดียว ก่อนที่ปลายสายจะกดรับด้วยน้ำเสียงนอบน้อมยิ่งกว่าประธานาธิบดี "เรียน ท่านประธานใหญ่... ทีมกฎหมายและผู้ถือหุ้นใหญ่ 85% ของเราสแตนด์บายเรียบร้อยแล้วครับ จะให้ผมประกาศถอดถอนบอร์ดบริหารชุดนี้ทั้งหมดในอีกสามวินาทีเลยไหมครับ?" พิมพ์รตาอ้าปากค้าง หันขวับกลับมามองหน้าชายหนุ่มที่ยืนอยู่ใกล้จนลมหายใจรินรดกัน ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตะลึงระคนทึ่งสุดขีด ขณะที่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของปรินทร์โน้มลงมาใกล้ใบหูของเธอจนกระซิบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงพร่าสั่นที่ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "เกมยังไม่จบหรอกครับคนสวย..." ปรินทร์ปรายตามองคณินและมีนาราที่หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษทิชชูเปียกน้ำ ก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงทรงพลังที่สะท้านไปถึงขั้วหัวใจ "มาดูกันซิว่า... ใครกันแน่ที่จะต้องคุกเข่าร้องขอชีวิต" *(โปรดติดตามตอนต่อไป...)* ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและตกหลุมรักไปกับความกวนประสาทของทั้งคู่ในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากแจ๋วกับคุณชายระบบคุมความประพฤติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%