เสียงกอกแกกของแป้นพิมพ์กลไกสไตล์แมคคานิคัลสวิตช์สีน้ำตาลดังระรัวท่ามกลางความเงียบสงัดของสำนักงานใหญ่ในยามวิกาล แสงไฟสีส้มวลีจากโคมไฟตั้งโต๊ะสไตล์มินิมอลส่องกระทบลงบนกระดาษไขร่างแบบแปลนโครงสร้างที่ถูกขีดฆ่าแก้แล้วแกเล่าจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม ลีลาใช้ปลายนิ้วเรียวที่เปื้อนคราบดินสอ 2B เกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยลงมาปรกหน้าผากออกอย่างลวกๆ ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววอ่อนล้าแต่ยังคงไว้ซึ่งประกายแห่งความดื้อรั้น เธอไม่ได้นอนมาเกือบสามสิบชั่วโมงแล้ว และคาเฟอีนจากกาแฟกระป๋องในตู้กดอัตโนมัติก็ดูเหมือนจะหมดฤทธิ์ไปตั้งแต่เที่ยงคืน
ตรงข้ามโต๊ะทำงานตัวยาวที่ถูกถมทับด้วยกองเอกสารงบประมาณและตัวอย่างวัสดุ ธนัตถ์ยังคงนั่งหลังตรงแน่วราวกับมีไม้บรรทัดเหล็กค้ำยันกระดูกสันหลังเอาไว้ เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปーンตามแรงอารมณ์ที่พยายามสะกดกลั้น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากำลังจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงผลโมเดลสามมิติของโถงต้อนรับโปรเจกต์ "เดอะ เมטโทรโพลิส" ซึ่งเป็นสนามประลองสถาปัตยกรรมที่ปรเมศจงใจโยนหินถามทางให้พวกเขาทั้งคู่ต้องมาติดกับดักร่วมกัน
"เส้นท่อร้อยสายไฟของเธอมันไปทับกับแนวคานรับน้ำหนักหลักในแปลนโครงสร้างโซน C นะคุณลีลา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความปรานีราวกับหุ่นยนต์ประเมินความผิดพลาด "ถ้าเราดื้อรั้นจะเจาะฝ้าตามแบบดีไซน์เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวที่คุณร่างมา ความปลอดภัยของโครงสร้างทั้งชั้นจะลดลง 14.5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมันขัดต่อมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลที่ฉันยึดถือ"
ลีลาถอนหายใจเฮือกใหญ่ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้สำนักงานจนเกิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด เธอปรายตามองชายหนุ่มผู้ยึดมั่นในกฎเกณฑ์ราวกับมีไม้บรรทัดฝังอยู่ในสมอง ก่อนจะหัวเราะในลำคออย่างนึกขัน
"คุณธนัตถ์คะ โลกนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยตัวเลขร้อยละสิบสี่จุดห้าเปอร์เซ็นต์ตลอดเวลาหรอกนะคะ ถ้ามัวแต่กลัวความเสี่ยงจนไม่กล้าฉีกกรอบ ตึกนี้ก็คงเป็นได้แค่กล่องคอนกรีตน่าเบื่อที่ไม่มีวิญญาณ... เหมือนกับ..." ลีลาชะงักคำพูดไว้ริมฝีปาก เมื่อเห็นประกายบางอย่างในดวงตาคมกริบของอีกฝ่ายที่ไหววูบไปชั่วขณะ
ธนัตถ์ชะงักมือที่กำลังเลื่อนเมาส์ เขานิ่งเงียบไปนานจนห้องทั้งห้องตกอยู่ในความตึงเครียดอีกครั้ง ก่อนที่ปลายนิ้วเรียวแกร่งจะถอดแว่นสายตาออกแล้วใช้มืออีกข้างนวดสันจมูกเบาๆ ท่าทางนั้นทำให้ความเกรี้ยวกราดในมาดสถาปนิกผู้เคร่งขรึมลดทอนลงไปครึ่งหนึ่ง เผยให้เห็นร่องรอยความอ่อนล้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้เกราะป้องกันอันแข็งกระด้าง
"คุณไม่เข้าใจหรอก..." ธนัตถ์เอ่ยขึ้นเสียงเบา คราวนี้ไม่มีความเย่อหยิ่งเจือปน มีเพียงความอ้างว้างที่หลุดลอดออกมาจากช่องว่างของบทสนทนา "ความผิดพลาดเพียงจุดเดียวในแปลนโครงสร้าง ไม่ได้หมายถึงแค่ดีไซน์พังทลาย แต่มันหมายถึงชีวิตคน... และมันหมายถึงความล่มสลายของคนที่คุณรัก ที่พยายามสร้างทุกอย่างขึ้นมาจากความว่างเปล่า แต่สุดท้ายก็ต้องสูญเสียมันไปเพราะความสะשלแคลนของตัวเอง"
ดวงตาของลีลาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ไหวพริบและความฉลาดเฉลียวทำให้เธอมองทะลุผ่านกำแพงที่ชายหนุ่มสร้างขึ้นมาตลอดหลายสัปดาห์ ปมในอดีตเรื่องครอบครัวและการควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ ปรากฏชัดเจนขึ้นในความคิดของเธอราวกับจิ๊กซอว์ที่ถูกต่อจนครบถ้วน ความรู้สึกโกรธเคืองที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเข้าใจอันลึกซึ้งที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในใจ
บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความกดดันจากการทำงานแข่งกับเวลาถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่เต็มไปด้วยร่องรอยอารมณ์ ธนัตถ์ไม่ได้มองเธอในฐานะคู่ปรับทางความคิดอีกต่อไป เช่นเดียวกับลีลาที่มองเห็นตัวตนเปราะบางที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังสูทสีเทาเนี๊ยบกริบนั้น
ในจังหวะที่ความเงียบกำลังทำหน้าที่เชื่อมโยงช่องว่างระหว่างคนทั้งสอง กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วเข้มก็ลอยมาแตะจมูก ธนัตถ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินเลี่ยงไปที่เครื่องชงกาแฟแคปซูลมุมห้อง ก่อนจะยื่นแก้วกระดาษสีขาวที่บรรจุของเหลวสีดำส่งมาให้หญิงสาวตรงหน้าโดยไม่พูดอะไร
ลีลารับแก้วนั้นมาด้วยความประหลาดใจ ไอความร้อนจางๆ ลอยกรุ่นขึ้นมาปะทะปลายนิ้ว เธอเงยหน้าขึ้นมองสถาปนิกหนุ่มที่ยืนอยู่ใกล้เกินกว่าระยะห่างปรกติ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกระดาษและหมึกพิมพ์ทำให้หัวใจของมัณฑนากรสาวเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง
"ดื่มซะ... ไม่งั้นคุณคงหลับคาโต๊ะก่อนที่เราจะแก้แปลนโซน C เสร็จ" ธนัตถ์เอ่ยเสียงทุ้ม หลบสายตาเธอกลับไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างรวดเร็วราวกับต้องการซ่อนรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก
ลีลากลั้วหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ รสชาติขมอมหวานอุ่นซ่านไปทั่วช่องปากปลุกประสาทสัมผัสให้ตื่นตัวอีกครั้ง เธอกำลังจะเอ่ยปากแซวเขาเรื่องความใส่ใจที่ถูกห่อหุ้มด้วยวาจาขวานผ่าซาก ทว่าจู่ๆ หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักของสำนักงานก็เกิดความผิดปกติขึ้นมา
จอดับวูบไปชั่วขณะ ก่อนที่ไฟฉุกเฉินสีแดงจะกระพริบวาบพร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยระดับระบบโครงสร้างดังขึ้นลั่นตึก!
ธนัตถ์ขมวดคิ้วมุ่น สัญชาตญาณสถาปนิกผู้ควบคุมงานพุ่งพล่าน เขาคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อติดต่อฝ่ายความปลอดภัย แต่หน้าจอกลับแสดงข้อความแจ้งเตือนแปลกประหลาดที่ถูกส่งตรงมาจากระบบส่วนกลางของตึก—ข้อความที่ไม่มีใครควรเข้าถึงได้ในยามวิกาลเช่นนี้
*[ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉิน: ตรวจพบการบุกรุกโครงสร้างชั้นใต้ดิน B3 และรหัสผ่านถูกปลดล็อกโดยบุคคลภายนอก]*
ทั้งสองสบตากันด้วยความตกใจ ความเงียบอันสงบเมื่อครู่ถูกฉีกกระชากหายไปในพริบตา เมื่อเงาร่างของใครบางคนกำลังปรากฏขึ้นบนกล้องวงจรปิดวงจรที่สาม... และคนคนนั้นไม่ใช่ใครอื่น นอกจากปรเมศ ที่กำลังยืนอยู่หน้าประตูห้องทำงานของพวกเขาพร้อมรอยยิ้มปริศนา!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความสัมพันธ์อันเชือดเฉือนนี้ด้วยกันนะคะ
สถาปนิกหนุ่มสายเนี้ยบกับมัณฑนากรสาวปากกล้า•ตอนที่ 4
กาแฟแก้วนั้นที่เปลี่ยนบรรยากาศ
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มสายเนี้ยบกับมัณฑนากรสาวปากกล้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!