สถาปนิกหนุ่มสายเนี้ยบกับมัณฑนากรสาวปากกล้า•ตอนที่ 3

ไอเดียที่ถูกขยำทิ้ง

ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
เสียงกระดาษ A3 หนาหนักนับสิบแผ่นถูกกวาดร่วงลงสู่ถังขยะใต้โต๊ะทำงานด้วยมือข้างเดียวของสถาปนิกหนุ่ม เสียงนั้นดัง *ก้องกังวาน* เสียดแทงประสาทสัมผัสในห้องประชุมกระจกใสที่ถูกล็อกอัตโนมัติด้วยระบบความปลอดภัยของอาคาร โซน B กำลังส่งเสียงเตือนเบาๆ เป็นสัญญาณไฟสีแดงกะพริบถี่ๆ สะท้อนลงบนกรอบแว่นสายตาไร้กรอบของธนัตถ์ "คุณเรียksสิ่งนี้ว่างานออกแบบโครงสร้างภายใน หรือเศษกระดาษที่เด็กอนุบาลระบายสีเล่นแก้เซ็งกันแน่ครับ... อ้อ ขอโทษที ดิฉันลืมไปว่าคุณไม่ได้ใช้คำว่า 'ครับ' ในพจนานุกรมของคุณ" ลีลาแค่นยิ้มมุมปาก ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยประกายไฟแห่งความกรุ่นโกรธ เธอไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อยกับการกระทำที่หยามเกียรติวิชาชีพของเขา ตรงกันข้าม มัณฑนากรสาวกลับกอดอกแน่น ยืดหลังตรงเชิดหน้าท้าทาย ส้นสูงยี่ห้อดังจิกเข้ากับพื้นพรมอย่างมั่นคง ธนัตถ์ถอนหายใจยาวนานราวกับกำลังเหนื่อยหน่ายเต็มประดา เขากดปลายนิ้วลงบนโต๊ะกระจกนิรضل ร่างสูงโปร่งในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มขยับตัวเข้าหาเธอเล็กน้อย กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกระดาษและกาแฟดำเข้มข้นลอยมาแตะจมูก "โซน B ของอาคารนี้มีค่ารับน้ำหนักจำกัดอยู่ที่ 350 กิโลกรัมต่อตารางเมตร แบบแปลนที่คุณเสนอมา... มีการเจาะพื้นเล่นระดับและติดตั้งโครงสร้างซุ้มไม้โค้งประดับผนังน้ำหนักรวมกันเกือบห้าร้อยกิโลกรัม ถ้าโครงสร้างหลักรับไม่ไหว ตึกทั้งแถบจะทรุดตัวลงมาภายในเวลาไม่ถึงสามวินาที คุณอยากให้โปรเจกต์แรกของบริษัทเรากลายเป็นโศกนาฏกรรมหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์หรือยังไงครับ... อ๊ะ ขออภัย ดิฉันติดนิสัยพูดคำว่า 'ครับ' จากพวกวิศวกรน่าเบื่อแถวนี้สินะ" คำพูดเหน็บแนมที่ย้อนกลับมาเล่นงานทำเอาลีลาขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นBonesชัดเจน เธอรู้ดีว่าธนัตถ์เป็นพวกเพอร์เฟกต์ชันนิสต์ที่เคร่งครัดในตัวเลขและกฎเกณฑ์ แต่การมาฉีกผลงานที่เธอและพิมพ์ชนกอดหลับอดนอนทำกันมาสามวันสามคืนต่อหน้าต่อตา โดยอ้างกฎข้อบังคับทางวิศวกรรมที่เธอก็ศึกษามาไม่แพ้กันนั้น มันเกินกว่าจะยอมรับได้ "ถ้าคุณอ่านข้อความในกระดาษแผ่นที่สามให้จบก่อนจะใช้อารมณ์ขว้างมันลงถัง คุณจะเห็นว่าฉันคำนวณน้ำหนักกระจายตัว (Uniformly Distributed Load) ไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ!" ลีลาพุ่งตัวไปข้างหน้า ใช้มือตatลงบนขอบโต๊ะทำงานของเขาเต็มแรง ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ระยะห่างระหว่างพวกเขาน้อยเสียจนธนัตถ์สามารถสังเกตเห็นแพขนตางอนงามและรอยคล้ำใต้ตาบางๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้เครื่องสำอางราคาแพงของเธอได้ "คุณกำลังใช้สมมติฐานทางทฤษฎีที่ยังไม่ผ่านการทดสอบภาคสนามมาเสี่ยงกับความปลอดภัยของอาคารรอดพ้นจากระบบล็อกอัตโนมัติไม่ได้หรอกนะ ลีลา" ธนัตถ์เอ่ยเสียงต่ำ นัยน์ตาคมกริบมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอโดยไม่หลบเลี่ยง "ผมไม่สนหรอกว่าคุณจะมีไอเดียสร้างสรรค์บรรเจิดแค่ไหน หากมันขัดแย้งกับความเป็นจริงทางโครงสร้าง มันก็เป็นได้แค่ขยะ... เหมือนอย่างที่ผมเพิ่งทิ้งไปเมื่อกี้" ภายในห้องประชุมที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกด้วยระบบรักษาความปลอดภัย เสียงเตือน *[ตรวจพบความผิดปกติของโครงสร้างหลักในโซน B กำลังดำเนินการล็อกพื้นที่อัตโนมัติ...]* ยังคงดังเป็นจังหวะเนือยนิ่ง บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าในความกดดันนั้น สมองของมัณฑนากรสาวกลับแล่นฉิวด้วยความเร็วสูง เธอไม่ได้มาร้องไห้ฟูมฟายเพราะโดนปฏิเสธ แต่เธอมาเพื่อเอาชนะ ลีลาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ทำให้ธนัตถ์ต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ เธอย่อตัวลงหยิบกระดาษแผ่นที่ถูกขยำขึ้นมาจากถังขยะใต้โต๊ะของเขาอย่างไม่ถือตัว คลี่มันออกช้าๆ รอยยับยู่ยี่บนกระดาษไม่ได้ทำให้ลายเส้นการออกแบบของเธอดูลดคุณค่าลงเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งดูเหมือนงานศิลปะที่มีชีวิต "คุณพูดถูกค่ะ... ว่ามันยังไม่ผ่านการทดสอบภาคสนาม" ลีลาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นบนเรียวปากเคลือบลิดสติกสีแดงก่ำ "แต่คุณคงลืมไปว่า ก่อนที่ฉันจะมาเป็นมัณฑนากร ฉันเคยจบปริญญาตรีด้านวิศวกรรมโยธามาก่อนที่คุณจะย้ายมาคุมโปรเจกต์นี้เสียอีก" ธนัตถ์ชะงักไปเล็กน้อย แววตาคมกริบฉายประกายความประหลาดใจเป็นครั้งแรก เขาลืมไปสนิทว่าในประวัติการทำงานของหญิงสาวตรงหน้า มีดีกรีปริญญาตรีใบแรกซ่อนอยู่ "และไอเดียที่ถูกคุณขยำทิ้งเมื่อกี้..." ลีลาหยิบแท็บเล็ตคู่ใจขึ้นมา ปัดหน้าจออย่างรวดเร็วเพื่อเปิดไฟล์จำลองสถานการณ์สามมิติที่เชื่อมต่อกับเซ็นเซอร์วัดแรงสั่นสะเทือนของอาคาร "ไม่ได้ใช้โครงสร้างซุ้มไม้รับน้ำหนักอย่างที่คุณเข้าใจ แต่มันคือ *ระบบถ่ายแรงแบบแขวน (Suspension Load Distribution System)* ที่เราออกแบบให้ยึดกับคานหลักชั้นบนสุด ซึ่งแปลว่าน้ำหนักทั้งหมดจะถูกกระจายออกด้านข้าง ไม่ได้กดทับลงบนพื้นผิวโซน B อย่างที่คุณกล่าวหาแม้แต่กิโลกรัมเดียว!" หน้าจอแสดงผลกราฟิกสามมิติจำลองการรับน้ำหนักโชว์ตัวเลขสีเขียวใสสะอาดตา ทุกอย่างแสดงผลอย่างแม่นยำไร้ที่ติ และที่สำคัญที่สุด... ระบบเซ็นเซอร์ของอาคารที่กำลังล็อกอยู่ตอนนี้ ก็กำลังแสดงสถานะการคำนวณที่สอดคล้องกับโมเดลของเธอบนคลาวด์เซิร์ฟเวอร์กลางพอดี ธนัตถ์มองหน้าจอแท็บเล็ตสลับกับใบหน้าเชิดรั้นของหญิงสาว ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างพวกเขาทั้งคู่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาและสัญญาณเตือนสีแดงที่ตอนนี้ดูเหมือนจะลดความถี่ลงไปครึ่งหนึ่งแล้ว มือหนาของสถาปนิกหนุ่มชะงักค้างอยู่กลางอากาศ เขากำลังจะเอ่ยปากแย้งบางอย่างเพื่อรักษาฟอร์มของหัวหน้าทีม แต่ก่อนที่ริมฝีปากจะได้ขยับ ประตูห้องประชุมที่ควรจะถูกล็อกตายด้วยระบบอัตโนมัติตามคำสั่งฉุกเฉิน กลับส่งเสียง *คลิก* ยาวนานผิดปกติ พร้อมกับไฟสัญญาณสีแดงที่เปลี่ยนเป็นสีเขียวสว่างวาบ ไม่ใช่เพราะระบบปลดล็อกเอง... แต่มีคนภายนอกกำลังใช้รหัสมาสเตอร์คีย์เปิดมันเข้ามา! ประตูกระจกบานใหญ่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นร่างสูงโปรดของปรเมศที่ยืนอยู่เบื้องหน้า สีหน้าของผู้อำนวยการโครงการเคร่งเครียดจนน่ากลัว ในมือถือเอกสารซองสีน้ำตาลหนาปึก และที่ยืนอยู่ข้างหลังเขาคือพิมพ์ชนกเพื่อนสนิทของลีลาที่มีสีหน้าซีดเผือดราวกับคนเพิ่งเห็นผี "ธนัตถ์... ลีลา" ปรเมศกวาดสายตามองคนทั้งสองด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา "พวกคุณสองคนยังมีเวลามาเถียงเรื่องแบบแปลนกันอีกเหรอ ในเมื่อผลการตรวจสอบโครงสร้างเมื่อครู่เพิ่งส่งตรงมาจากสำนักงานใหญ่... โซน B ที่พวกคุณกำลังออกแบบอยู่ ไม่ได้มีปัญหาเรื่องน้ำหนักเกินอย่างที่คิดหรอก" ปรเมศโยนซองเอกสารลงบนโต๊ะกลางห้อง เสียงกระแทกเบาๆ แต่กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนในความรู้สึกของคนฟังได้อย่างประหลาด "แต่ปัญหาใหญ่จริงๆ คือ... ใต้พื้นดินของโซน B ที่พวกคุณกำลังจะตอกเสาเข็มลงไป มีสิ่งก่อสร้างโบราณที่ไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในแผนผังเมืองอายุมากกว่าร้อยปีฝังอยู่ต่างหากล่ะ!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความสัมพันธ์อันเชือดเฉือนนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มสายเนี้ยบกับมัณฑนากรสาวปากกล้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%