กลิ่นฉุนเฉียวของตัวทำละลายและสีน้ำมันเกรดพรีเมียมคละคลุ้งไปทั่วพื้นที่โถงต้อนรับส่วนกลางของโครงการแกรนด์ทاور มหานครแห่งใหม่ที่ยังคงเหลือโครงสร้างเหล็กกล้าและฝุ่นปูนบางเบา ลีลาไม่สนใจว่าฝุ่นผงเหล่านั้นจะเกาะติดอยู่บนปลายรองเท้าผ้าใบแบรนด์ดังของเธอหรือไม่ สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นตากลมโตกำลังจดจ้องอยู่บนผืนผนังปูนเปลือยขนาดมหึมาที่ถูกทาทับด้วยเฉดสีเทาเข้มเกือบดำ—สีที่เธอนิยามมันในใจว่า 'ความตายของจินตนาการ'
"คุณกำลังเปลี่ยนห้องรับแขกของโรงแรมระดับห้าดาวให้กลายเป็นห้องขังนักโทษเด็ดขาด, คุณธนัตถ์"
เสียงใสติดจะห้วนเล็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของพื้นที่ก่อสร้าง ลีลาหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับสถาปนิกหนุ่มที่ยืนกอดอกพิงเสาคอนกรีตอยู่ไม่ไกล ธนัตถ์ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและกางเกงสแลคเข้ารูปดูเนี้ยบกริบตัดกับความสกปรกมอมแมมของไซต์งานอย่างสิ้นเชิง ดวงตาคมปลาบหลังเลนส์แว่นสายตาหรี่ลงเล็กน้อยอย่างนึกระอา เขายังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉยเยือกเย็นตามแบบฉบับของชายผู้ศรัทธาในความสมบูรณ์แบบของแบบแปลน
"มันคือเฉด 'Graphite 04' ที่ผ่านการคำนวณสัดส่วนค่าความสะท้อนแสง (Light Reflectance Value) มาแล้วอย่างแม่นยำค่ะคุณลีลา" ธนัตถ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความเฉียบขาดที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกคำโต้แย้ง "สีเทานี้จะช่วยลดทอนความจ้าของแสงธรรมชาติจากกระจกฟาซาดด้านหน้า ป้องกันไม่ให้เกิดเงาสะท้อนรบกวนสายตาของแขกผู้มีเกียรติ และที่สำคัญที่สุด... มันอยู่ในมาตรฐานการออกแบบโครงสร้างส่วนกลางที่ผมอนุมัติแล้ว"
"มาตรฐาน?" ลีลาหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดผืนผนังสีเทาทึมทึบนั้นราวกับต้องการปกป้องมันจากความหดหู่ เธอยกแผ่นชาร์จสี (Color Swatch) เฉดสีส้มอิฐอมแดงและเหลืองมัสตาร์ดขึ้นทาบลงไปบนความมืดมนนั้น "ถ้าคุณใช้ไอ้สีเทานี่เป็นแกนหลัก โถงต้อนรับของเราจะกลายเป็นหลุมหลบภัยสงครามโลกครั้งที่สองทันทีที่ไฟเปิด! สถาปัตยกรรมที่ดีไม่ใช่แค่เรื่องของเส้นตั้งและเส้นนอนนะคะคุณนัตถ์ แต่มันคือการหายใจร่วมกับจิตวิทยาของมนุษย์ ล็อบบี้ควรต้อนรับผู้คนด้วยความอบอุ่น ไม่ใช่ขู่ขวัญพวกเขาด้วยความเคร่งเครียดสไตล์เผด็จการแบบที่คุณชอบ"
ธนัตถ์ถอนหายใจยาวนานอย่างควบคุมความอดทน เขาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์หอมกรุ่นจางๆ จากตัวเขาลอยปะปนกับกลิ่นสี แต่มันไม่ได้ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย นัยน์ตาสสีเข้มของสถาปนิกหนุ่มจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของมัณฑนากรสาวอย่างดุดัน
"คุณกำลังใช้ 'อารมณ์ชั่ววูบ' มาทำลายระบบโครงสร้างทางทัศนียภาพที่เราวางแผนกันมาหเดือนนะคะคุณลีลา ทฤษฎีสีแบบที่คุณพยายามยัดเยียดเข้ามา มันอาจจะเวิร์กกับคาเฟ่ฮิปสเตอร์ริมทาง แต่ที่นี่คือคอมเพล็กซ์ธุรกิจมูลค่าหลายพันล้าน ทุกตารางเมตรต้องสื่อสารถึงความมั่นคง ความน่าเชื่อถือ และระเบียบวินัย—ไม่ใช่ความฉาบฉวยทางอารมณ์"
"ระเบียบวินัยบ้าบออะไรกัน!" ลีลาสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว "คุณกลัวความผิดพลาดต่างหากล่ะคุณธนัตถ์! คุณกลัวว่าถ้ามีสีสันสดใสหลุดรอดเข้ามาในกรอบการควบคุมของคุณ แล้วมันจะไม่เป๊ะตามตำราที่คุณท่องจำมาตั้งแต่สมัยเรียน ปมในใจเรื่องความสมบูรณ์แบบของคุณกำลังทำลายโปรเจกต์นี้อยู่ต่างหาก!"
ราวกับมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งผ่านช่องว่างระหว่างคนทั้งคู่ คำพูดที่จี้1ตรงจุดเปราะบางทำให้ใบหน้าคมคายของธนัตถ์ตึงเครียดขึ้นในเสี้ยววินาที กรามของเขาขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ดวงตาที่เคยนิ่งสงบกลับไหววูบด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง เขานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ปล่อยให้ความเงียบงันและเสียงลมหายใจของกันและกันกลายเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุดในเวลานั้น
พิมพ์ชนกที่ยืนถือแฟ้มแปลนอยู่มุมเสาถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดคอ เธอยกมือขึ้นเกาแก้มตัวเองเบาๆ พยายามส่งสายตาอ้อนวอนให้เพื่อนสนิทเพลาๆ มือลงบ้าง แต่ดูลีลาจะไม่มีทีท่าว่าจะยอมถอย เช่นเดียวกับธนัตถ์ที่ตั้งท่าจะงัดทฤษฎีสถาปัตยกรรมขั้นสูงมาหักล้าง
ทว่า ก่อนที่สงครามฝีปากครั้งใหม่จะได้ปะทุขึ้น เสียงปรบมือเบาๆ สองครั้งก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังของโถงทางเดิน
"ดูท่าทางพวกคุณสองคนจะอินกับบรรยากาศการทำงานร่วมกันมากทีเดียว..."
เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของปรเมศ หัวหน้าโครงการฝั่งเจ้าของตึก เขาก้าวเท้าเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจือความขบขันในแววตา สายตากวาดมองไปยังผืนผนังสีเทาเข้มสลับกับแผ่นชาร์จสีส้มอิฐในมือของลีลา
ธนัตถ์ดึงสายตากลับจากมัณฑนากรสาวอย่างรวดเร็ว เขายืดตัวตรงปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นมืออาชีพในเสี้ยววินาที ผิดกับลีลาที่ยังคงถือชาร์จสีค้างไว้ในท่าเดิมโดยไม่คิดจะลดราวาศอกให้ใคร
"คุณเมศมาก็ดีเลยค่ะ" ลีลาหันไปหาผู้มีอำนาจสูงสุดในโครงการทันที น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นจริงจัง "เรากำลังพูดถึงทิศทางของล็อบบี้หลัก ฉันยืนยันว่าเราต้องปรับโทนสีให้มีความอบอุ่นและมีชีวิตชีวามากกว่านี้ ไม่อย่างนั้นพื้นที่ตรงนี้จะกลายเป็นสุสานงานออกแบบที่ไม่มีใครอยากก้าวเข้ามาเช็คอิน"
"ในขณะที่ผมมองว่า การรักษาความนิ่งและเฉียบคมของโทนสีโมโนโครมคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้โครงการนี้ดูคลาสสิกไปอีกสิบปีข้างหน้า โดยไม่ต้องวิ่งตามกระแสแฟชั่นที่วันหนึ่งก็ต้องตกรุ่นครับคุณเมศ" ธนัตถ์โต้แย้งทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดไม่แพ้กัน
ปรเมศหัวเราะในลำคอเบาๆ เขาเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงกลางระหว่างสถาปนิกหนุ่มผู้เคร่งครัดและมัณฑนากรสาวผู้ดื้อรั้น ชายหนุ่มวัยสามสิบปลายๆ ปลดกระดุมสูทออกหนึ่งเม็ดก่อนจะกวาดสายตามองคนทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มที่มีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่
"พวกคุณเถียงกันเรื่องทฤษฎีศิลปะมาครึ่งชั่วโมงแล้ว... แต่ลืมไปหรือเปล่าครับว่า เราไม่ได้มีเวลาเหลือเฟือให้มานั่งถกกันในห้องประชุมจำลองอีกต่อไป" ปรเมศเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองหน้าจอแท็บเล็ตในมือของตนเองก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาธนัตถ์และลีลาทีละคน "เพราะเมื่อสิบนาทีที่แล้ว ทางคณะกรรมการบริหารระดับสูงเพิ่งอนุมัติงบประมาณก้อนสุดท้ายสำหรับการตกแต่งภายใน... และพวกเขามีเงื่อนไขพิเศษที่เพิ่งส่งตรงมาจากสำนักงานใหญ่ในต่างประเทศ"
ลีลาขมวดคิ้วมุ่น "เงื่อนไขอะไรคะ?"
ธนัตถ์หรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด เขาสังเกตเห็นรอยยิ้มแปลกๆ บนใบหน้าของปรเมศ ซึ่งเป็นลางสังหรณ์ว่าเรื่องยุ่งยากกำลังจะมาเยือน
ปรเมศกวาดสายตามองทั้งคู่ด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวหยุดนิ่งสนิท
"คณะกรรมการบอกว่า... พวกเขาให้เวลาพวกคุณสองคนแค่ 'สิบสองชั่วโมง' ในการทำตัวอย่างพื้นที่จริง (Mock-up Lobby) ให้เสร็จสมบูรณ์ โดยที่ครึ่งหนึ่งต้องเป็นสไตล์มินิมอลโมโนโครมแบบที่คุณนัตถ์ต้องการ และอีกครึ่งหนึ่งต้องเป็นสไตล์ครีเอทีฟจัดจ้านแบบที่คุณลีลาเสนอ... และถ้าผลงานชิ้นไหนเรียกยอดไลก์และความเห็นชอบจากบอร์ดบริหารผ่านระบบสตรีมมิ่งภายในคืนนี้ไม่ได้ล่ะก็..."
ปรเมศหยุดเว้นช่วงให้ลมหายใจสะดุดเล่น ก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้ายด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ
"โครงการนี้ทั้งหมด... จะถูกรื้อทิ้งและเปลี่ยนตัวหัวหน้าทีมออกแบบยกชุดทันที"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมลุ้นไปกับเกมเดิมพันครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
สถาปนิกหนุ่มสายเนี้ยบกับมัณฑนากรสาวปากกล้า•ตอนที่ 5
สงครามสีและแสง
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มสายเนี้ยบกับมัณฑนากรสาวปากกล้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!