สถาปนิกหนุ่มสายเนี้ยบกับมัณฑนากรสาวปากกล้า•ตอนที่ 6

เสียงกระซิบจากไซต์งาน

ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
"โครงการนี้ทั้งหมด... จะถูกรื้อทิ้งและเปลี่ยนตัวหัวหน้าทีมออกแบบยกชุดทันที" ประโยคประกาศิตของปรเมศยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของลีลา ราวกับเสียงก้องกังวานในห้องโถงโล่งกว้างที่ไร้ทางออก กลิ่นอายของฝุ่นปูนซีเมนต์ กลิ่นฉุนของสีทาผนัง และละอองไม้อัดที่ลอยละล่องอยู่ในไซต์งานชั้นสิบสี่ของอาคารพาณิชย์ใจกลางเมืองเวลานี้ ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความกดดันระดับร้อยแรงดันกลับบีบอัดจนออกซิเจนรอบตัวแทบเจือจาง มัณฑนากรสาวในชุดกางเกงสแลคเข้ารูปกับเสื้อเชิร์ตสีขาวพับแขนทะมัดทะแมงยืนนิ่งอยู่หน้าผนังคอนกรีตเปลือยเปล่า แววตาคู่คมกริบจ้องมองรอยร้าวแนวยาวที่คืบคลานตัดผ่านเส้นสายโครงสร้างที่เธอกับพิมพ์ชนเพิ่งแก้ไขไปเมื่อคืน มันไม่ใช่รอยร้าวธรรมดา แต่มันคือสัญลักษณ์แห่งความล้มเหลวที่กำลังนับถอยหลังเวลาของพวกเขา "พี่ลี... เอาไงดีคะเนี่ย เมศเอาจริงแน่ๆ ดูจากท่าทางตอนเดินออกไปเมื่อกี้สิคะ เหมือนเขาพร้อมจะเซ็นอนุมัติยกเลิกสัญญาได้ทุกเมื่อเลย" พิมพ์ชนกเดินเข้ามาใกล้ สีหน้าของรุ่นน้องและสถาปนิกผู้ช่วยซีดเผือด มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยขณะถือแท็บเล็ตตรวจเช็กแบบแปลน "ตั้งสติก่อนพิมพ์" ลีลาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความหงุดหงิดที่ตีตื้นขึ้นมาในอก ปลายเล็บจิกเข้าหากลางฝ่ามือเบาๆ "เราไม่ได้ทำงานพลาดโครงสร้างหลักเสียหน่อย ปรเมศแค่หาข้ออ้างเพื่อจะเอาทีมเด็กเส้นของเขาเข้ามาเสียบแทนต่างหากล่ะ" "แต่ปัญหาคือ รอยร้าวนั่น..." พิมพ์ชนกพยักเพยิดไปยังจุดเกิดเหตุ "ถ้าวิศวกรโครงสร้างยืนยันว่ามันกระทบกับน้ำหนักของพาร์ทิชันบิวต์อินที่เราดีไซน์ไว้ตามโมเดลระบบ BIM ล่ะก็... จบเห่แน่ค่ะ" ในจังหวะที่ความตึงเครียดกำลังแผ่ขยาย เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยก็ดังสะท้อนก้องขึ้นมาจากบันไดหนีไฟ ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิร์ตสีเทาเข้มพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแขนสมส่วนตามแบบฉบับชายหนุ่มผู้ดูแลสุขภาพ และรองเท้าเซฟตี้หัวเหล็กที่สะอาดสะอ้านผิดวิสัยไซต์งานก่อสร้างก้าวเข้ามา ธนัตถ์ปรากฏตัวขึ้นด้วยใบหน้าเรียบเฉย แววตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองความเสียหายรอบตัวอย่างรวดเร็วและแม่นยำราวกับเครื่องสแกน "ยืนปรึกษากันไปก็ไม่ได้ทำให้รอยร้าวบนผนังรับแรงเฉือนเพิ่มขึ้นหรอกนะครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบเอ่ยขึ้นโดยไม่มีคำทักทาย ลีลาหันขวับไปมองทันที ความรู้สึกหมั่นไส้ตีคู่มากับความฉุนเฉียวในอก "ถ้าคุณมีเวลามาเหน็บแนมฉัน สู้เอาเวลาไปตรวจสอบสเปกคอนกรีตของพวกคุณเองไม่ดีกว่าหรือคะ คุณสถาปนิกผู้เนี๊ยบทุกกระเบียดนิ้ว" ลีลาสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย "เพราะถ้าโครงสร้างมันได้มาตรฐานตั้งแต่แรก ทีมตกแต่งภายในของฉันคงไม่ต้องมานั่งแก้ปัญหาเช็ดก้นให้ใครแบบนี้!" ธนัตถ์ชะงักฝีเท้า ปรายตามองหญิงสาวด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา มุมปากหยักลึกยกขึ้นนิดๆ คล้ายรอยยิ้มเยาะที่ถูกเก็บซ่อนไว้อย่างมิดชิด "สเปกคอนกรีตเซ็ตนี้ผ่านการคำนวณด้วยระบบโครงสร้างอัจฉริยะระดับท็อป ปัญหาไม่ได้อยู่ที่วัสดุ... แต่มันอยู่ที่การออกแบบพื้นที่ใช้สอยของคุณที่ไปฝืนเพิ่มน้ำหนักจุดศูนย์ถ่วงตรงพาร์ทิชันทิศตะวันตกต่างหากเล่า คุณลีลา" "ฉันคำนวณการกระจายน้ำหนักตามหลักวิศวกรรมสถาปัตยกรรมทุกขั้นตอนนะคะ! อย่ามาปรักปรำกันลอยๆ นะคะ" ลีลาเดินดุ่มเข้าไปใกล้ชายหนุ่มโดยไม่เกรงกลัวความต่างของส่วนสูง นิ้วเรียวชี้ไปยังแบบแปลนในมือของเขา "ถ้าคุณอ่านค่าพารามิเตอร์ในระบบให้ละเอียดกว่านี้ คุณก็จะเห็นว่าฉันเว้นระยะเซฟตี้โซนไว้ตั้ง..." *ครืดดด—!* เสียงโลหะหนักขูดขีดกับพื้นคอนกรีตดังสนั่นหวั่นไหว ตัดบทสนทนาที่กำลังดุเดือดลงอย่างเฉียบพลัน ที่เหนือศีรษะของทั้งคู่ขึ้นไปสองเมตร รอกสลิงที่ใช้ลำเลียงแผ่นกระจกนิรภัยและโครงเหล็กฉากสำหรับงานฟาซาดเกิดอาการกระตุกอย่างรุนแรง ตัวล็อกนิรภัยเกิดขัดข้องเนื่องจากแรงดันลมปั่นป่วนที่พัดผ่านช่องเปิดของตึกสูงที่ยังสร้างไม่เสร็จ แผ่นเหล็กหนาน้ำหนักนับร้อยกิโลกรัมหลุดจากสลิงตัวหลัก โคลงเคลงกลางอากาศและกำลังดิ่งพสุธาลงมายังจุดที่ลีลายืนอยู่พอดี! "พี่ลี! ระวังค่ะ!" เสียงกรีดร้องของพิมพ์ชนกขาดห้วงไปด้วยความตกใจกลัว ทุกอย่างเกิดขึ้นในเสี้ยววินาทีที่สมองมนุษย์แทบไม่ทันประมวลผล สัญชาตญาณดิบของธนัตถ์ทำงานเร็วกว่าความคิด ร่างสูงพุ่งทะยานเข้าหาหญิงสาวราวกับลูกศรที่หลุดออกจากคันธนู สองแขนแข็งแกร่งคว้าเอวบางของลีลาแล้วกระโจนหลบไปด้านข้างสุดแรงเกิด แรงลมจากการร่วงหล่นของแผ่นเหล็กพัดผ่านเส้นผมและใบหน้าของทั้งคู่จนแสบผิว ก่อนที่มันจะกระแทกพื้นคอนกรีตเสียงดังสนั่น ฝุ่นผงและเศษปูนกระจายฟุ้งไปทั่วบริเวณ *ตุ้บ!* ร่างของธนัตถ์โอบกอดลีลาไว้แน่น กลิ่นอายเฉพาะตัวของผู้ชายที่ปะปนกับกลิ่นเหงื่อจางๆ และกลิ่นฝุ่นปูนลอยเข้าจมูก มัณฑนากรสาวเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง หัวใจของเธอดังก้องอยู่ในหูจนแทบไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง แผ่นหลังของชายหนุ่มแนบชิดติดกับพื้นคอนกรีตหยาบกร้านโดยมีร่างของเธอก่ายทับอยู่ด้านบน ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนทั้งคู่ที่สะท้อนก้อง "คุณ..." ลีลาอ้าปากค้าง สมองตื้อตันไปหมด ดวงตาคู่สวยสบเข้ากับดวงตาสีเข้มของธนัตถ์ที่อยู่ห่างกันเพียงคืบ แววตาของเขาไม่ได้มีความเย่อหยิ่งหรือเย็นชาเช่นเคย แต่มันสะท้อนความตื่นตระหนกที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความนิ่งสงบ "ถ้าคุณยังมัวแต่เถียงเรื่องพารามิเตอร์... คุณคงกลายเป็นมัณฑนากรแบนติดพื้นไปแล้วล่ะครับ" ธนัตถ์กระซิบเสียงพร่า แขนแกร่งที่ยังโอบรัดเอวเธอไว้กระชับแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาซึมผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วจนผิดปกติ ลีลากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกประหลาดบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นในช่องท้อง—ความรู้สึกที่เธอไม่เคยคาดคิดว่าจะได้รับจากผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็น "ศัตรูตัวฉกาจ" ในโปรเจกต์นี้ ในจังหวะที่บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่กำลังเปลี่ยนผ่านจากความตึงเครียดไปสู่ความหวามไหวที่ไม่อาจปฏิเสธ เสียงฝีเท้าฝלกหนักหน่วงของใครบางคนก็ดังขึ้นตรงบันไดหนีไฟ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกที่ทำให้สติของทั้งคู่กลับคืนมา "คุณธนัตถ์! คุณลีลา! เกิดอะไรขึ้นข้างบนนั้นน่ะ เสียงดังสนั่น..." เสียงของปรเมศที่ดังใกล้เข้ามาทำให้ธนัตถ์รีบดันตัวเองลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับดึงมือฉุดลีลาให้ลุกขึ้นยืนตาม ใบหน้าคมคายกลับคืนสู่โหมดเรียบเฉยเย็นชาอย่างรวดเร็วราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าเม็ดเหงื่อผุดพรายบนขมับของเขากลับฟ้องความจริงบางอย่าง ลีลาปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าของตนเองด้วยมือที่ยังสั่นเทาเล็กน้อย เธอกัดริมฝีปากเบาๆ พลางเบือนหน้าหนีไปยังทิศทางอื่นเพื่อซ่อนร่องรอยความเก้อเขินบนใบหน้า ปรเมศก้าวพ้นขอบประตูเข้ามาพร้อมกับบอดี้การ์ดและทีมงานอีกสองคน สายตากวาดมองสภาพความเสียหายของพื้นคอนกรีตที่มีรอยยุบขนาดใหญ่จากแผ่นเหล็ก ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่คนทั้งสองที่ยืนอยู่ห่างกันพอสมควรแต่ยังมีร่องรอยความตื่นตระหนกหลงเหลืออยู่ "เกือบไปแล้วนะครับ..." ปรเมศหรี่ตามองทั้งสองคนอย่างพิจารณา "ดูท่าทางโครงการนี้จะอันตรายกว่าที่ผมคิดไว้เสียแล้วสิ... อ้อ จริงสิ คุณธนัตถ์ ผมเพิ่งได้รับอีเมลลับจากบอร์ดบริหารสูงสุด พวกเขาตัดสินใจเปลี่ยนเงื่อนไขการประเมินโปรเจกต์นี้ใหม่ทั้งหมดแล้วล่ะครับ" ธนัตถ์ขมวดคิ้วเล็กน้อย "เงื่อนไขอะไร?" ปรเมศแย้มยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความหมายลึกซึ้งและปมปัญหาใหม่ที่ใหญ่หลวงกว่าเดิม "พวกเขาจะไม่รื้อถอนโครงการ... แต่จะให้เวลาพวกคุณทั้งสองคนพิสูจน์ฝีมือร่วมกันในรูปแบบ 'ห้องทดลองปิด' เป็นเวลาเจ็ดวันเต็ม โดยมีเงื่อนไขว่า... หากผลงานไม่ออกมาสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ทั้งบริษัทสถาปัตยกรรมของคุณและบริษัทตกแต่งภายในของเธอ จะต้องถูกขึ้นบัญชีดำจากวงการอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศถาวรทันที" สิ้นคำประกาศนั้น ลีลาและธนัตถ์หันขวับมามองหน้ากันทันที ความตกใจฉายชัดขึ้นในแววตาทั้งสองคู่—นี่ไม่ใช่แค่การแข่งขันเพื่อพิสูจน์ฝีมืออีกต่อไปแล้ว แต่มันคือการเดิมพันด้วยอนาคตทั้งหมดในเส้นทางอาชีพของพวกเขา! *(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)* --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและหัวใจเต้นแรงไปกับตัวละครนะคะ — น้ำผึ้งหยดแรก
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มสายเนี้ยบกับมัณฑนากรสาวปากกล้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%