สถาปนิกหนุ่มสายเนี้ยบกับมัณฑนากรสาวปากกล้า•ตอนที่ 10

อาหารมื้อดึกข้างตึกร้าง

ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
หน้าจอสีฟ้าสว่างวาบขึ้นตัดกับความมืดมิดของห้องควบคุมชั่วคราว ข้อความเตือนระดับ SSS สีแดงฉานกะพริบถี่รัวสะท้อนบนม่านตาของธนัตถ์ เสียงสัญญาณชีพจรของระบบใต้ดินกรีดร้องแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก ลมหายใจของสถาปนิกหนุ่มสะดุดกึก ความเยือกเย็นและมาตรวัดความเป๊ะที่เคยคุมทุกตารางนิ้วในชีวิตพังทลายลงในเสี้ยววินาที "ถอย!" ธนัตถ์ตะโกนลั่น มือหนาคว้าข้อมือเล็กของลีลาไว้แน่นโดยไม่ทันคิด แรงกระชากนั้นทำให้มัณฑนากรสาวเซถลาเข้ามาปะทะแผงอกกว้าง กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ เจือกลิ่นฝนและฝุ่นปูนลอยปะทะจมูก ก่อนที่เสียงครืนใหญ่จะดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถล่ม พื้นคอนกรีตใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนรุนแรงจนโครงสร้างเหล็กส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดน่ากลัว เศษปูนและฝุ่นผงร่วงกราวลงมาจากเพดานราวกับหิมะมรณะ ทั้งคู่พุ่งตัวฝ่าม่านฝนที่โหมกระหน่ำลงมาด้านนอกตึกร้างอย่างไม่คิดชีวิต แรงลมกรรโชกพัดน้ำฝนสาดซัดจนเปียกปอนไปทั่วร่าง เสื้อเชิ้ตสีอ่อนแนบเนื้อของธนัตถ์เปียกชุ่มเผยให้เห็นโครงสร้างแผ่นอกที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะหายใจหอบถี่ ขณะที่ลีลาพยายามยันกายพิงผนังปูนเปลือยด้านนอกเพื่อตั้งหลัก ผมยาวสลวยลู่แนบแก้มเนียน หยดน้ำฝนไหลผ่านสันจมูกโด่งรั้นและริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่น "ระบบเตือนระดับ SSS... โครงสร้างฐานรากโซน B ทรุดตัวอย่างฉับพลัน" ลีลาหอบหายใจ ตัวสั่นเทาด้วยความหนับเหน็บและอะดรีนาลีนที่พุ่งพล่าน ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกปนความไม่ยอมแพ้ "ถ้าข้อมูลในระบบไม่ผิดเพี้ยน โซนที่เราเพิ่งยืนอยู่เมื่อกี้คงกลายเป็นหลุมหลบภัยใต้ดินไปแล้วค่ะคุณนัตถ์" ธนัตถ์ไม่ตอบทันที เขายืนค้ำมือกับผนังปูนข้างกายเธอ สายตาสีเข้มทอดมองออกไปเบื้องหน้าท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบลงเหลือเพียงเสียงเม็ดฝนกระทบหลังคาเพิงสังกะสีและเสียงหอบหายใจของคนทั้งคู่ ความตึงเครียดเมื่อครู่เริ่มเปลี่ยนรูปร่างเป็นความเงียบงันอันลุ่มลึกที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ ร่างสูงหันไปมองมัณฑนากรสาวที่กำลังกอดอกสั่นน้อยๆ ด้วยความหนาวเย็น ความรู้สึกผิดแปลกบางอย่างแล่นริ้วขึ้นมาในอก นัตถ์ถอดเสื้อแจ็คเก็ตกันน้ำสีเข้มของตนเองออกอย่างไรลังเล แล้วคลุมไหล่บางให้อย่างเบามือ สัมผัสอบอุ่นจากไออุ่นร่างกายของเขาทำให้ลีลาชะงัก เงยหน้าขึ้นสบตาด้วยแววตาประหลาดใจ "ขอบคุณค่ะ..." เสียงเธอนุ่มนวลลงกว่าปกติเล็กน้อย ไม่มีความอวดดีหรือท่าทีเกรี้ยวกราดเหมือนยามปกติที่ต้องปะทะคารมกันในห้องประชุม ธนัตถ์เบือนหน้าหนีเล็กน้อย ซ่อนแววตาไหววับไว้ใต้ร่มเงาโครงสร้างตึก เขากวาดสายตามองไปรอบตัว ก่อนจะหยิบกล่องข้าวพลาสติกใสสองกล่องที่ซื้อตุนไว้ตั้งแต่หัวค่ำออกจากกระเป๋าเป้กันน้ำ ยื่นให้อีกฝ่ายกล่องหนึ่ง "กินซะ... อาหารมื้อดึกข้างตึกร้าง รสชาติคงไม่เลิศหรูเหมือนร้านมิชลินที่คุณคุ้นเคยหรอกนะ" น้ำเสียงของเขาติดประชดนิดๆ ตามวิสัย แต่แววตากลับอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด ลีลารับกล่องข้าวมาถือไว้ เปิดฝาออกเผยให้เห็นข้าวสวยร้อนๆ และหมูกระเทียมไข่ดาวที่เริ่มอุ่นชืด เธอยิ้มบางๆ ที่มุมปาก หัวหัวเราะในลำคอเบาๆ "คุณคิดว่าฉันเป็นคุณหนูตกยากหรือไงคะคุณสถาปนิก... ตอนทำโปรเจกต์จบปริญญาโท ฉันเคยนั่งกินมาม่าดิบใต้โต๊ะเขียนแบบมาแล้วสามวันติด ข้าวกล่องข้างทางแค่นี้ สบายมากค่ะ" เธอร์ตักข้าวเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ ท่าทางเป็นธรรมชาติและไม่ถือตัวนั้นทำให้มุมปากของธนัตถ์กระตุกยิ้มขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว รอยยิ้มแรกในรอบหลายเดือนที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการยิ้มตามมารยาททางธุรกิจ สายฝนยังคงโปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่อง ม่านน้ำฝนสร้างอาณาเขตส่วนตัวแยกพวกเขากอกจากความวุ่นวายภายนอก บรรยากาศรอบตัวชวนให้เปิดใจคุยกันในมุมที่ลึกซึ้งกว่าเดิม "ทำไมคุณถึงดื้อรั้นอยากทำโปรเจกต์รีโนเวตตึกนี้ขนาดนั้นล่ะลีลา" ธนัตถ์เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความอยากรู้ที่สะสมมานาน "ทั้งๆ ที่รู้ว่าโครงสร้างมันมีปัญหาซ่อนอยู่ตั้งแต่แรก และปรเมศก็จงใจโยนภาระนี้ให้เรามารับเคราะห์แทน" ลีลาชะชะงักมือที่กำลังถือช้อน เธอมองเม็ดฝนที่กระเซ็นกระทบพื้นคอนกรีตครู่หนึ่ง ก่อนจะทอดถอนหายใจยาว แววตาดื้อรั้นเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเปราะบางที่หาดูได้ยาก "เพราะฉันอยากพิสูจน์ตัวเองค่ะ..." เสียงของเธอเบาราวกับเสียงกระซิบแข่งกับสายฝน "ครอบครัวของฉัน... โดยเฉพาะคุณพ่อ ท่านเป็นสถาปนิกอาวุโสที่ยึดติดกับความสมบูรณ์แบบ แบบแปลนทุกเส้นต้องตรงเป๊ะ โลกของท่านมีแค่ขาวกับดำ ไม่มีพื้นที่ให้สีเทาหรือความคิดนอกกรอบ ท่านบอกว่างานของฉันมันเหลวไหล เป็นแค่ความเพ้อฝันของเด็กสาวที่ไม่เข้าใจความเป็นจริง" เธอเงียบไปนิดหนึ่ง ปล่อยให้ความทรงจำในอดีตกัดกินหัวใจ ก่อนจะหันมาสบตากับธนัตถ์ตรงๆ "ฉันอยากสร้างผลงานที่ใช้หัวใจและความรู้สึก ไม่ใช่แค่ไม้บรรทัดกับเครื่องคิดเลข ฉันอยากให้ท่านเห็นว่า งานออกแบบที่ไร้กรอบ แต่มันตอบโจทย์ชีวิตคนจริงๆ น่ะ มันมีค่ามากกว่ากระดาษคำนวณราคาแพงที่ไร้จิตวิญญาณ" คำพูดนั้นราวกับค้อนหนักๆ ที่ทุบลงกลางใจของธนัตถ์ ปมในอดีตเรื่องความล้มเหลวของครอบครัวที่เขาพยายามปกปิดไว้ด้วยความเนี๊ยบและความสมบูรณ์แบบสะเทือนขึ้นมาอย่างรุนแรง ภาพความพังทลายของบริษัทรับเหมาของพ่อในอดีต ภาพเอกสารล้มละลายที่เกลื่อนกลาดเต็มพื้น และเสียงร้องไห้ของมารดาผุดขึ้นมาในหัวจนลมหายใจของชายหนุ่มสะดุด "คุณคิดว่าความสมบูรณ์แบบมันไร้จิตวิญญาณอย่างนั้นเหรอ..." ธนัตถ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย สายตาทอดมองไปไกลอย่างไร้จุดหมาย "บางที... การที่คนเราต้องควบคุมทุกอย่างให้มันเป๊ะตามแบบแปลน ไม่ใช่เพราะเราอยากไร้หัวใจหรอกนะลีลา แต่เพราะถ้าเราปล่อยให้มันพลาดแม้แต่นิตยสารฉบับเดียว... โลกทั้งใบที่คนข้างหลังฝากความหวังไว้ มันจะพังทลายลงมาไม่มีชิ้นดีต่างหาก" ลีลาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้เกราะหนาของสถาปนิกหนุ่มผู้แสนเย่อหยิ่ง เธอวางกล่องข้าวลงข้างตัว ขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิด ไหล่บางสัมผัสกับไหล่กว้างภายใต้แจ็คเก็ตกันน้ำ "คุณกำลังแบกอะไรไว้คนเดียวอยู่หรือเปล่าคะคุณนัตถ์..." เธอกระซิบถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนไร้การประชดประชัน "บางที... การยอมให้แบบแปลนมันมีรอยร้าวบ้าง เพื่อให้ลมมันพัดผ่านเข้าไปได้ มันอาจจะไม่พังก็ได้นะคะ มันอาจจะสวยงามในแบบที่คาดไม่ถึงก็ได้" ธนัตถ์หันมามองใบหน้าหวานที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม แววตาคู่สวยนั้นเต็มไปด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ไร้การตัดสิน ไร้การเยาะเย้ย หัวใจที่ด้านชาและปิดตายมาตลอดของสถาปนิกหนุ่มเกิดรอยร้าวขึ้นอย่างเงียบงัน เปิดทางให้ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลซึมเข้ามา ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังผูกพันลึกซึ้ง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของธนัตถ์ก็แผדเสียงกรีดร้องทำลายความเงียบขึ้นมาอย่างกะทันหัน นัตถ์ขมวดคิ้วหยิบเครื่องขึ้นมาดู หน้าจอแสดงเบอร์โทรเข้าที่ไม่คุ้นเคย แต่ชื่อผู้ติดต่อที่ระบบบล็อกออโต้แสดงขึ้นมาทำเอาสีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในพริบตา มันคือเบอร์ตรงจาก "ปรเมศ" พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่เด้งขึ้นมาซ้อนทับ: **[แจ้งเตือนด่วนจากระบบโครงข่ายหลัก: ตรวจพบการพยายามเข้าถึงฐานข้อมูลลับและการสับเปลี่ยนแปลนโครงสร้างโซน B โดยบุคคลปริศนา — สถานะปัจจุบัน: ระบบกำลังจะล็อกดาวน์อัตโนมัติในอีก 60 วินาที]** ธนัตถ์หันขวับไปมองตึกร้างเบื้องหลังที่ตอนนี้ไฟฉุกเฉินสีแดงสลับกับสีขาวกะพริบวาบไปทั่วตึกอย่างน่ากลัว ก่อนที่ประตูเหล็กม้วนขนาดใหญ่ทางเข้าด้านหน้าจะเลื่อนปิดลงเองด้วยกลไกอัตโนมัติเสียงดังสนั่น *กริ๊ก!* พวกเขากำลังถูกขังอยู่ข้างใน... และใครบางคนกำลังลบหลักฐานทั้งหมดทิ้ง! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "น้ำผึ้งหยดแรก" นะคะ
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มสายเนี้ยบกับมัณฑนากรสาวปากกล้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%