สถาปนิกหนุ่มสายเนี้ยบกับมัณฑนากรสาวปากกล้า•ตอนที่ 9

รอยร้าวในทีม

ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
"ถ้าเราทุบผนังอิฐมอญโชว์แนวนี้ทิ้ง พื้นที่โซนกลางจะเปิดโล่งและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่มากกว่าค่ะคุณนัตถ์ มันไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่เราจะต้องเก็บซากปรักหักพังพวกนี้ไว้เป็นภาระในการจัดวางเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน" เสียงทุบโต๊ะเบาๆ ตามด้วยแรงกระแทกของม้วนกระดาษไขแปลนงานที่ถูกวางลงบนโต๊ะประชุมไม้สักทองตัวใหญ่ดังขึ้น ทำลายบรรยากาศเงียบงันในห้องประชุมชั่วคราว ณ ไซต์งานอาคารพาณิชย์เก่าแก่ย่านตลาดน้อย ลีลาถอนหายใจยาว ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาแฟชั่นจ้องมองชายหนุ่มฝั่งตรงข้ามอย่างไม่หลบเลี่ยง ปอยผมสีน้ำตาลเข้มที่หลุดลุ่ยจากการทำงานอย่างเร่งรีบถูกเธอใช้หลังมือปัดไปทัดหูด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย ความอดทนของเธอต่อความหัวรั้นของสถาปนิกหนุ่มกำลังเดินทางมาถึงขีดจำกัดแล้วในเวลานี้ ธนัตถ์เงยหน้าขึ้นจากโมเดลสามมิติในแท็บเล็ต ปลายปากกาเพนซิลในมือหมุนช้าๆ อย่างใช้ความคิด สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมกวาดมองแปลนงานที่ถูกขีดฆ่าด้วยปากกาเมจิกสีแดงของฝ่ายมัณฑนากรอย่างพินิจพิเคราะห์ สำหรับเขาแล้ว อาคารหลังนี้ไม่ใช่แค่ปูนเก่าหรืออิฐผุๆ แต่มันคือโครงสร้างทางประวัติศาสตร์ที่มีระบบการรับน้ำหนักเฉพาะตัว ซึ่งถูกคำนวณไว้อย่างแยบยลตั้งแต่ยุคหลังสงครามโลก "คุณลีลาคะ กรุณาใช้เหตุผลทางวิศวกรรมมารองรับความคิดสร้างสรรค์อันบรรเจิดของคุณด้วยนะคะ" ธนัตถ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าแฝงด้วยความเฉียบขาดที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ผนังอิฐมอญแถวคู่ตรงนั้นไม่ได้ทำหน้าที่แค่กั้นห้อง แต่มันคือ ‘Shear Wall’ หรือผนังรับแรงเฉือนสำคัญ หากคุณทุบมันทิ้งเพื่อเอาใจรสนิยมมินิมอลฉาบฉวยของคุณ คานช่วงบนจะสูญเสียจุดรับน้ำหนักทันที และเมื่อไหร่ที่เกิดแรงสั่นสะเทือนจากภายนอก อาคารหลังนี้ทั้งหลังก็จะพังครืนลงมาเหมือนบ้านกระดาษ" พิมพ์ชนกที่นั่งอยู่ข้างๆ ลีลา สะดุ้งเล็กน้อย เธอรีบเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อเพื่อนสนิทเบาๆ เป็นเชิงปราม พร้อมกับส่งยิ้มแห้งๆ ให้กับสถาปนิกหนุ่มเพื่อลดทอนความตึงเครียดที่กำลังก่อตัวขึ้นในห้องแคบๆ แห่งนี้ "เอ่อ... ใจเย็นๆ ก่อนนะคะทั้งสองคน คือทางเราไม่ได้จะคัดค้านเรื่องความปลอดภัยค่ะคุณนัตถ์ เพียงแต่ว่า... ถ้าเราเสริมคานเหล็ก H-Beam เข้าไปช่วยรับน้ำหนักแทนล่ะคะ? มันน่าจะช่วยให้คุณลีได้พื้นที่โล่งตามต้องการ โดยที่โครงสร้างเก่าไม่ได้รับความเสียหายนะคะ" พิมพ์ชนกพยายามเสนอทางออกด้วยน้ำเสียงประนีประนอม แต่ธนัตถ์กลับส่ายหน้าเบาๆ ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด "ไม่ได้ครับ... อ้อ ขอโทษทีค่ะ ติดปากไปหน่อย... ดิฉันหมายถึง มันเป็นไปไม่ได้ค่ะ" ธนัตถ์แก้ไขคำสรรพนามอย่างรวดเร็วเมื่อเผลอใช้คำพูดติดตัว "การใส่ H-Beam เพิ่มเข้าไปจะทำลายสัดส่วนความสูงของฝ้าเพดาน ซึ่งมันขัดกับหลักการระบาย I-Beam และระบบไหลเวียนอากาศดั้งเดิมที่เราตกลงกันไว้ตั้งแต่รอบพรีเซนต์กับคุณปรเมศแล้วนะคะ" บรรยากาศในห้องประชุมกลับมาอึมครึมอีกครั้ง แรงปะทะระหว่าง "ความเป๊ะตามระบบสถาปัตยกรรม" ของธนัตถ์ กับ "ความยืดหยุ่นเพื่อความงามร่วมสมัย" ของลีลา กลายเป็นเส้นแบ่งเขตแดนที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ทีมงานฝ่ายช่างและผู้รับเหมาที่นั่งฟังอยู่มุมห้องเริ่มซุบซิบกันเบาๆ ฝั่งหนึ่งมองว่าสถาปนิกหนุ่มหัวโบราณเกินไปจนงานออกแบบไม่ไปไหน แต่อีกฝั่งก็ยอมรับว่าคำนวณเรื่องความปลอดภัยได้รัดกุมจนไม่มีที่ติ ลีลาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาคู่สวยฉายแววท้าทายอย่างชัดเจน "ระบบเหรอคะ? คุณเอาแต่พูดถึงกฎเกณฑ์ ระบบ และอดีตที่คุณแบกไว้บนบ่า จนลืมมองไปว่าตึกนี้กำลังจะกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ไร้ชีวิตชีวา ถ้ามันปลอดภัยจนไม่มีใครอยากเข้ามาใช้งาน แล้วเราจะบูรณะมันไปเพื่ออะไรคะ? เพื่อให้คุณได้โชว์สถิติความเนี๊ยบในพอร์ตโฟลิโอของคุณอย่างนั้นเหรอ?" คำพูดที่พุ่งตรงไปยังปมในใจของธนัตถ์ทำให้มือที่ถือปากกาชะงักกึกทันที สันจรามของชายหนุ่มนูนเด่นขึ้นจากการขบกรามแน่น ดวงตาคมกริบที่เคยนิ่งสงบกลับไหววูบด้วยประกายไฟแห่งความโกรธ ภาพความล้มเหลวของโปรเจกต์ใหญ่ในอดีตที่เคยพังทลายลงเพราะความสะินใจและนอกกรอบผุดขึ้นมาในหัวราวกับถูกกดรีโมตซ้ำ ความเงียบที่น่าอึดอัดแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ จนกระทั่งเสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องประชุม พร้อมกับร่างสูงโปรดของปรเมศ หัวหน้าโครงการฝั่งเจ้าของอาคาร ที่ปรากฏตัวขึ้นพร้อมรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้า "ดูเหมือนว่าพวกคุณสองคนจะยังหาจุดร่วมไม่ได้สินะครับ..." ปรเมศกวาดสายตามองเอกสารและโมเดลที่กระจัดกระจายบนโต๊ะ ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ "ผมให้เวลาพวกคุณพิสูจน์ตัวเองอีกแค่สามวันเท่านั้น หากยังตกลงกันไม่ได้ว่าควรจะเก็บหรือจะทุบโครงสร้างโซน A นี้... ผมคงต้องใช้อำนาจตามสัญญา เรียกบริษัทที่ปรึกษาภายนอกเข้ามาประเมินและปรับลดงบประมาณของทีมพวกคุณลงครึ่งหนึ่ง" สิ้นคำประกาศิตนั้น ปรเมศก็หมุนตัวเดินกลับออกไปทันที ทิ้งให้ความกดดันระดับสูงสุดโถมทับบ่าของคนทั้งคู่ในห้องประชุมที่แคบลงถตาเห็น ลีลาเม้มริมฝีปากแน่น เธอกวาดเก็บม้วนกระดาษของตัวเองใส่กระบอกอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง ก่อนจะหันมามองหน้าสถาปนิกหนุ่มด้วยแววตาที่แข็งกร้าวขึ้นกว่าเดิม "สามวันใช่ไหมคะ... งั้นพรุ่งนี้เช้า ฉันจะพาผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์อิสระมาตรวจสอบหน้างานด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องรอความเห็นชอบจากระบบอนุรักษ์โบราณคร่ำครึของคุณอีกต่อไปค่ะ" ธนัตถ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายที่สูงโปรดภายใต้เสื้อเชิ้ตพับแขนดูทรงพลังและกดดันอย่างประหลาด เขาก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะฝั่งตรงข้าม ชนิดที่ว่าระยะห่างระหว่างคนทั้งสองเหลือเพียงไม่กี่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นกาแฟจางๆ ปะทะเข้ากับใบหน้าของหญิงสาว "เชิญตามสบายเลยค่ะคุณลีลา..." ธนัตถ์โน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำทุบที่เต็มไปด้วยความเยียบเย็นและท้าทาย "แต่ถ้าการรั้นของคุณทำให้โครงสร้างตึกนี้ทรุดตัวลงแม้แต่มิลลิเมตรเดียว... ฉันนี่แหละค่ะ ที่จะใช้สิทธิ์หัวหน้าโครงการ ยื่นเรื่องปลดคุณออกจากทีมด้วยตัวเอง" ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุด เสียงแจ้งเตือนจากระบบบริหารจัดการโครงการส่วนกลางบนแท็บเล็ตของธนัตถ์ก็ดังขึ้นแทรกขึ้นมาอย่างกะทันหัน... *ติ๊ง!* หน้าจอสีฟ้าสว่างวาบขึ้นกลางห้อง พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนระดับฉุกเฉินจากระบบตรวจวัดแรงสั่นสะเทือนใต้ดินที่เพิ่งติดตั้งใหม่: **[คำเตือนระดับ SSS: ตรวจพบความผิดปกติของโครงสร้างฐานรากโซน B และการเคลื่อนตัวของชั้นดินใต้ตึกอย่างกะทันหัน — กรุณาอพยพบุคลากรออกจากพื้นที่เสี่ยงทันที]** -------------------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งหวานและเฉือดเฉือนคู่นี้ค่ะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้ากับบทพิสูจน์ครั้งใหญ่ที่เดิมพันด้วยชีวิตนะคะ!
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มสายเนี้ยบกับมัณฑนากรสาวปากกล้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%