สถาปนิกหนุ่มสายเนี้ยบกับมัณฑนากรสาวปากกล้า•ตอนที่ 8

ความลับใต้ซากปรักหักพัง

ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
กลิ่นฉุนของปูนเก่าและฝุ่นอิฐที่ฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศ ไม่ได้ทำให้สติของธนัตถ์ลดทอนลงแม้แต่น้อย สถาปนิกหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนถึงข้อศอกกำลังจ้องมองรอยร้าวรูปกิ่งไม้ที่ลามเลียขึ้นบนผนังรับน้ำหนักฝั่งทิศตะวันออกอย่างเงียบงัน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไล่ระดับความเสียหาย คำนวณน้ำหนักและการถ่ายแรงในใจอย่างรวดเร็วราวกับประมวลผลด้วยซูเปอร์คอมพิวเตอร์ สำหรับคนอื่น รอยร้าวนี้คือหายนะที่อาจทำให้โครงการมูลค่าร้อยล้านต้องหยุดชะงัก แต่สำหรับธนัตถ์... มันคือความล้มเหลวที่เขาไม่มีวันยอมให้เกิดขึ้นเด็ดขาด ปมในอดีตเรื่องบริษัทรับเหมาของครอบครัวที่ล้มละลายเพราะคำนวณฐานรากผิดพลาด ยังคงเป็นเงาตามตัวที่คอยกระซิบเตือนเขาอยู่ทุกค่ำคืนว่า 'ความประมาทเพียงนิดเดียว คือจุดจบของทุกสิ่ง' "แบบแปลนเดิมใช้ไม่ได้... แล้วคุณเสนอให้เราทำอย่างไรต่อล่ะครับ เมศ?" เสียงของธนัตถ์เรียบนิ่งจนน่ากลัว แต่คนที่รู้จักเขาดีอย่างลีลาจะรู้ทันทีว่า นั่นคือสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดก่อนที่พายุลูกใหญ่จะโหมกระหน่ำ ปรเมศกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เอื้อมมือไปเช็ดเหงื่อบนขมับ "ทางเทศบาลแจ้งว่า เราต้องเสริมเสาเข็มไมโครไพล์เพิ่มอีกสبعةจุด และที่สำคัญ... ผนังอิฐบล็อกชั้นล่างสุดตรงนี้ ที่ตามแบบแปลนระบุว่าเป็นผนังเบา... แท้จริงแล้วมันคือผนังรับน้ำหนักโบราณของอาคารเดิมที่ถูกสร้างครอบไว้ตั้งแต่ยุค 70 ครับ เราทุบส่งเดชไม่ได้ ไม่งั้นโครงสร้างทั้งหมดอาจพังลงมาทับคนงาน" ขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดตัดได้ ลีลาก็สาวเท้าเข้ามาใกล้รอยร้าวนั้น มือเรียวบางภายใต้ถุงมือผ้าฝ้ายยื่นออกไปแตะเบาๆ บริเวณปูนที่กะเทาะหลุดร่วง เธอไม่สนองตอบด้วยความตื่นตระหนกเหมือนคนอื่นๆ เปลือกตาสวยกะพริบถี่เพื่อซ่อนประกายตาแห่งความตื่นเต้นที่ฉายวาบขึ้นมา "เดี๋ยว... ดูนี่สิคะทุกคน" เสียงใสติดจะห้าวเล็กน้อยเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ลีลาใช้ด้ามเกรียงเหล็กเคาะลงบนผิวผนังเบาๆ เสียงที่สะท้อนกลับมาไม่ใช่เสียงทึบตันของคอนกรีตหนา แต่เป็นเสียงก้องกังวานคล้ายห้องโถงโล่งที่อยู่ถัดไป ธนัตถ์ขมวดคิ้วมุ่น ก้าวเข้ามาประชิดตัวมัณฑนากรสาวจนไหล่แทบจะชนกัน "คุณกำลังจะบอกอะไร ลีลา? ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาเล่นสนุกกับโครงสร้างนะคะ" น้ำเสียงของเขาเจือแววตำหนิอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นเธอยังมีอารมณ์มาเคาะผนังเล่นในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ "ฉันไม่ได้เล่นค่ะ คุณธนัตถ์ผู้เคร่งครัด" ลีลาหันขวับมาสบตาเขา แววตาดื้อรั้นทอประกายท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว "ลองฟังเสียงนี่ดีๆ สิคะ เสียงก้องแบบนี้... ข้างหลังผนังอิฐโบราณนี่ ไม่ใช่แค่โครงสร้างเปล่าๆ แต่มี 'พื้นที่ว่าง' ซ่อนอยู่" สิ้นคำพูดของเธอ ลีลาไม่รอให้สถาปนิกหนุ่มอนุมัติ เธอกระชากค้อนปอนด์จากมือคนงานใกล้ๆ แล้วเงื้อมือฟาดลงไปที่รอยร้าวใจกลางผนังทันที! *โครม!* กลุ่มฝุ่นคละคลุ้งตลบอบอวลจนทุกคนต้องยกมือขึ้นปัดป้อง ธนัตถ์พ่นลมหายใจอย่างหัวเสีย ก้าวเข้าไปคว้าข้อมือของเธอไว้ทัน "คุณเสียสติไปแล้วหรือไง! ใครสั่งให้คุณลงมือทำลายหลักฐานโครงสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต!" "ปล่อยค่ะ!" ลีลาสะบัดข้อมือออกอย่างแรง ดวงตากลมโตจ้องมองเขากลับอย่างไม่ลดละ "ถ้าฉันไม่ทำ คุณจะมัวแต่นั่งกางแปลนคำนวณตัวเลขบ้าๆ นี่จนตึกถล่มลงมาทับพวกเราจริงๆ หรือไงคะ? ดูนั่นสิ!" นิ้วเรียวชี้ผ่านรอยแตกที่ขยายกว้างขึ้นจากการทุบเมื่อครู่ แสงไฟฉายคาดหัวของปรเมศส่องลอดผ่านช่องว่างนั้นเข้าไป สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของทั้งสามคน ไม่ใช่ดินโคลนหรือซากปรักหักพังอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันคือความมืดมิดของห้องใต้ดินโบราณที่มีกลิ่นอายของอดีตลอยอบอวลออกมา พร้อมกับโครงสร้างเหล็กดัดอาร์ตเดโคที่ยังคงสภาพสมบูรณ์อย่างไม่น่าเชื่อ ธนัตถ์ชะงักค้างไปชั่วขณะ แววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความตะลึงงัน เขาค่อยๆ ปล่อยมือจากข้อมือของเธอ ก้าวเข้าไปใกล้รอยแตกนั้นแล้วส่องไฟฉายสำรวจด้วยความระมัดระวัง ห้องลับใต้ซากปรักหักพัง... มันคือพื้นที่ที่ไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในแบบแปลนฉบับใดเลยตั้งแต่การรีโนเวทตึกนี้เมื่อสามสิบปีก่อน การค้นพบนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเซอร์ไพรส์ธรรมดา แต่มันหมายความว่า 'แบบแปลนทั้งหมด' ที่ธนัตถ์ใช้เวลาแรมเดือนในการออกแบบและตรวจทานอย่างละเอียด... ใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไปแล้ว ทุกอย่างต้องถูกรื้อและปรับแก้ใหม่ตั้งแต่ต้นจากโครงสร้างรากฐาน พิมพ์ชนกที่เพิ่งวิ่งกระหืดกระหอบถือแฟ้มเอกสารเข้ามาสมทบ เบิกตากว้างเมื่อมองลอดผ่านช่องกำแพงเข้าไป "คุณพระ... นี่มันห้องอะไรเนี่ย? หรือว่าเป็นห้องนิรภัยของธนาคารเก่าที่เคยเช่าตึกนี้เมื่อยุค 80?" "ไม่ใช่ธนาคารหรอกค่ะ" ลีลาพึมพำ ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยสัญชาตญาณของมัณฑนากรผู้หลงใหลในประวัติศาสตร์พื้นที่ "โครงสร้างเหล็กดัดแบบนี้... งานไม้สักทองที่ยังหลงเหลืออยู่ในความมืด... ที่นี่เคยเป็น 'สตูดิโอออกแบบลับ' หรือไม่ก็ห้องทำงานส่วนตัวของสถาปนิกยุคบุกเบิกต่างหาก" ธนัตถ์หันกลับมามองหญิงสาวข้างกาย ความรู้สึกขัดแย้งตีรวนอยู่ในอก ทั้งหงุดหงิดที่แผนงานทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา และทั้งยอมรับในความกล้าบ้าบิ่นที่เฉียบคมของเธออย่างเลี่ยงไม่ได้ หากไม่มีการทุบผนังในครั้งนี้ พวกเขาคงสร้างทับถมห้องประวัติศาสตร์นี้ไปโดยไม่รู้ตัว และนั่นอาจสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อโครงสร้างหลักที่เชื่อมต่อกันอยู่ "เราต้องเปิดผนังนี้ออกทั้งหมด..." ธนัตถ์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังและเฉียบขาดกว่าเดิม "ไม่ใช่แค่เพื่อความปลอดภัย แต่เราต้องปรับแก้แบบครั้งใหญ่... ลีลา คุณต้องรื้อแนวคิดการตกแต่งภายในทั้งหมดใหม่ เพื่อผสานพื้นที่โบราณนี้เข้าไปในดีไซน์ปัจจุบันให้ได้" "ไม่ต้องสั่งฉันก็รู้อยู่แล้วค่ะ" ลีลายุ้มปากตอบอย่างถือดี แต่ริมฝีปากกลับระบายยิ้มบางๆ ที่แสดงถึงความท้าทายที่เธอโปรดปราน ทว่า ในขณะที่ทั้งคู่กำลังก้มลงมองแปลนโครงสร้างที่โผล่พ้นซากอิฐ ปรเมศที่ถือโทรศัพท์มือถือรับสายจากบุคคลปริศนา ก็หน้าถอดสีจนซีดเผือก มือที่ถือเครื่องมือสื่อสารสั่นเทาเล็กน้อย "คุณนัตถ์... คุณลีลา..." ปรเมศกลืนน้ำลายฝืดคอ เอ่ยด้วยเสียงที่แทบกระซิบ "ทาง... ทางสำนักงานใหญ่เพิ่งโทรมาแจ้งด่วนที่สุด... ท่านประธานใหญ่ตัดสินใจบินกลับมาจากต่างประเทศกะทันหัน และท่านกำลังเดินทางมาตรวจไซต์งานนี้ด้วยตัวเอง... ตอนนี้รถของท่านเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าตึกแล้วครับ!" น้ำผึ้งหยดแรก
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มสายเนี้ยบกับมัณฑนากรสาวปากกล้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%