สถาปนิกหนุ่มสายเนี้ยบกับมัณฑนากรสาวปากกล้า•ตอนที่ 14

ฝนตก รถติด และระยะห่างที่ลดลง

ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
เสียงคำรามต่ำของท้องฟ้าด้านนอกกระจกใสกันเสียงหนาเตอะของสำนักงานใหญ่ ไม่ได้น่ากลัวเท่ากับเสียงรัวแป้นพิมพ์ของธนัตถ์ในเวลานี้ "ถ้าคุณยังยืนกรานจะเปลี่ยนตำแหน่งปลั๊กไฟสามจุดนั้นตามอารมณ์ศิลปินของคุณ ลีลา แบบแปลนโครงสร้างระบบไฟฟ้าของอาคารนี้ทั้งตึกจะพังพินาศในพริบตา" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดนิดๆ ดังขึ้นโดยที่เจ้าตัวยังไม่ละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ลีลาถอนหายใจเฮือกใหญ่ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้สำนักงานราคาแพงด้วยความเหนื่อยอ่อน ดวงตากลมโตตวัดมองแผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนที่รีดเรียบกริบไร้รอยยับ แม้ในยามที่ฝนฟ้าคะนองจนการจราจรเป็นอัมพาตทั้งกรุงเทพฯ สถาปนิกหนุ่มคนนี้ก็ยังรักษามาตรฐานความเนี้ยบไว้ได้ราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมมาอย่างดี "มันไม่ใช่แค่เรื่องอารมณ์ค่ะคุณธนัตถ์ แต่มันคือประสบการณ์ของผู้ใช้งานจริง! โซนรับรองแขกวีไอพีถ้าไม่มีจุดจ่ายไฟสำรองสำหรับอุปกรณ์พรีเซนต์ตอนจัดอีเวนต์ใหญ่ มันจะกลายเป็นความอัปลักษณ์ทางฟังก์ชันการใช้งานที่คุณก็แก้ไม่ตกเหมือนกัน" มัณฑนากรสาวโต้กลับทันควัน น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่เฉียบคมไม่แพ้กัน ทั้งสองคนติดอยู่ในตึกสำนักงานนี้มานานกว่าสามชั่วโมงแล้ว หลังจากปรเมศอนุมัติให้เร่งเคลียร์แบบแปลนขั้นสุดท้ายให้เสร็จก่อนรุ่งสาง แต่ทว่าพายุฤดูร้อนนอกหน้าต่างกลับกระหน่ำซัดลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา น้ำในคลองระบายน้ำล้นทะลัก ปิดตายเส้นทางหลักทุกสายจนระบบนำทางในมือถือขึ้นเตือนเป็นสีแดงฉาน ในพื้นที่จำกัดที่มีเพียงแสงไฟสีส้มอบอุ่นจากโคมไฟตั้งโต๊ะ เสียงฝนที่สาดซัดกระทบกระจก และกลิ่นหอมจางๆ ของกาแฟดำคั่วเข้มที่ธนัตถ์เพิ่งชง ระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ที่เคยถูกกั้นด้วยอีโก้และแบบแปลนสถาปัตยกรรม เริ่มถูกบีบให้แคบลงทีละน้อย ธนัตถ์ผ่อนลมหายใจยาว เขาปิดหน้าจอแล็ปท็อปเสียงดังสนั่น ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับเธอตรงๆ แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนความเหนื่อยล้าที่ปิดไม่มิด "คุณดื้อรั้นเสมอล่ะนะ ลีลา" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย ไม่มีความเกรี้ยวกราด มีเพียงความอิดโรยที่เล็ดลอดออกมา "ถ้าฉันไม่ดื้อ แบบตึกนี้ก็คงกลายเป็นแท่งคอนกรีตไร้ชีวิตชีวาที่คุณภูมิใจนักหนาไปแล้วล่ะค่ะ" เธอย้อนเสียงเบາ แต่แววตากลับไหววูบเมื่อเห็นรอยคล้ำใต้ตาของเขา "ว่าแต่... กาแฟแก้วนั้นของคุณ ยังพอแบ่งให้มัณฑนากรปากจัดคนนี้สักครึ่งส่วนได้ไหมคะ คาเฟอีนในเส้นเลือดฉันน่าจะหมดไปตั้งแต่ตอนที่คุณแก้สเปกฝ้าเพดานรอบที่สามแล้ว" ธนัตถ์ชะงักไปนิด ชั่ววินาทีนั้น มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเย่อหยิ่งเคลือบอยู่เหมือนทุกที เขาลุกขึ้นเดินไปหยิบแก้วกาแฟกระดาษอีกใบที่โต๊ะเตรียมเครื่องดื่ม รินน้ำสีดำเข้มลงไปครึ่งหนึ่งแล้วเดินกลับมายื่นให้เธอ มือเรียวของทั้งคู่สัมผัสกันแผ่วเบาผ่านกระดาษอุ่นจัด ไอร้อนจากเครื่องดื่มพวยพุ่งขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของบรรยากาศรอบตัว "ดื่มซะ... คุณจะได้มีแรงเถียงผมต่อจนถึงเช้า" ธนัตถ์พูดเบาๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวยาวฝั่งตรงข้าม ไม่ได้กลับไปที่โต๊ะทำงานอีก ลีลาแปลกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของเขา เธอจิบกาแฟรสชาติเข้มข้นนั้นอึกใหญ่ ความขมปร่าช่วยปลุกประสาทสัมผัสให้ตื่นตัว แต่ความอบอุ่นจากตัวแก้วกลับซึมลึกเข้าไปถึงปลายนิ้ว และลามเลยไปถึงก้น A บึ้งของหัวใจอย่างน่าประหลาด "ทำไมคุณถึงต้องเป๊ะกับทุกเรื่องขนาดนั้นคะ นัตถ์?" เธอตัดสินใจหลุดเรียกชื่อเล่นของเขาเป็นครั้งแรก น้ำเสียงเจือความสงสัยที่เก็บงำมานาน "ชีวิตคนเรามันเหมือนงานศิลปะค่ะ มีพื้นที่ให้ความผิดพลาด มีมุมให้ความยุ่งเหยิงได้บ้าง ทำไมคุณต้องแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่าด้วยแบบแปลนที่ไม่มีวันยอมให้ขีดเส้นตรงเบี้ยวเลยล่ะ" ธนัตถ์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง ดวงตาคู่นั้นลึกล้ำราวกับมีเรื่องราวมากมายซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านหมอก "เพราะโลกของผมเคยพังทลายลงมาครั้งหนึ่งแล้ว... ลี" เสียงของเขาแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงฝนด้านนอก "ตอนที่ผมอายุสิขบ ครอบครัวผมล้มละลายเพราะพ่อไว้ใจคนผิด เซ็นสัญญาก่อสร้างโดยไม่ตรวจสอบรายละเอียดให้ดี ทุกอย่างที่สร้างมาพังพินาศในชั่วข้ามคืน... ตั้งแต่วันนั้น ผมบอกตัวเองว่า ผมจะไม่มีทางปล่อยให้ความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ทำลายชีวิตใครได้อีก ความเป๊ะ... คือเกราะป้องกันเดียวที่ผมมี" คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของสถาปนิกผู้เย่อหยิ่ง ทำให้ลีลาถึงกับพูดไม่ออก ความรู้สึกต่อต้านที่มีต่อเขามาตลอดพังทลายลงในพริบตา เธอเพิ่งตระหนักว่าภายใต้ท่าทางที่แข็งกระด้างและเรียบเนียนราวกับกระจกเทมเปอร์นั้น ซ่อนรอยร้าวลึกที่เกิดจากอดีตเอาไว้ มัณฑนากรสาววางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ เธอขยับตัวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด ระยะห่างระหว่างโซฟาสองตัวแทบไม่เหลือพื้นที่ว่าง "เกราะป้องกันมันอาจจะทำให้คุณปลอดภัยค่ะ... แต่มันก็ทำให้คุณโดดเดี่ยวที่สุดในโลกใบนี้เหมือนกันนะ" ลีลาเอื้อมมือออกไปช้าๆ ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนหลังมือหนาที่วางอยู่บนตักของเขาเบาๆ เป็นการสัมผัสที่ไร้การปรุงแต่ง ทว่าทรงพลังเกินกว่าจะต้านทาน ธนัตถ์สะดุ้งเล็กน้อย เขาเงมองมือของเธอที่ทาบทับอยู่บนมือตนเอง หัวใจที่เต้นเป็นจังหวะควบคุมได้เสมอมา กลับเริ่มรัวเร็วจนน่าตกใจเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่ฉายแววความเห็นอกเห็นใจอย่างแท้จริง บรรยากาศในรถยนต์ส่วนตัวคันใหญ่ที่จอดนิ่งสนิทอยู่ลานจอดรถใต้ดิน ท่ามกลางเสียงพายุโหมกระหน่ำด้านนอก บีบให้โลกทั้งใบเหลือเพียงแค่คนสองคน เขายื่นมืออีกข้างขึ้นมา หมายจะกุมมือเธอกลับเพื่อถ่ายทอดความรู้สึกบางอย่างที่อัดแน่นอยู่ในอก แต่ทว่า... *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานดังขึ้นทำลายความเงียบงัน ธนัตถ์ชะงัก ลีลาผละมือออกด้วยความตกใจเล็กน้อย ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายที่เกือบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ ธนัตถ์ขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขาหยิบมือถือขึ้นมาดูข้อความสั้นๆ บนหน้าจอที่ส่งมาจากปรเมศ หัวหน้าโครงการผู้กุมชะตากรรมของตึกนี้ แต่ทว่า... ข้อความที่ปรากฏกลับไม่ใช่รายงานความคืบหน้าเรื่องแบบแปลน หากแต่เป็นรูปถ่ายลึกลับจากกล้องวงจรปิดชั้นใต้ดิน และข้อความสั้นๆ ที่ทำให้เลือดในกายของธนัตถ์เย็นเฉียบในวินาทีเดียว *[ด่วนที่สุด: ตรวจพบความผิดปกติของโครงสร้างฐานรากเสาเอกโซน B ตึกกำลังทรุดตัวลงเนื่องจากแรงดันน้ำใต้ดิน... พวกคุณมีเวลาอีกไม่ถึงสิบนาทีในการหาทางหนีออกจากอาคาร ก่อนที่ทางออกทั้งหมดจะถูกปิดตาย!]* ขอให้มีความสุขกับการติดตามความระทึกขวัญและหัวใจที่เต้นรัวนี้นะคะ ให้น้ำผึ้งหยดแรกได้โอบกอดลุ้นระทึกไปกับทุกคนในตอนต่อไปค่ะ
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มสายเนี้ยบกับมัณฑนากรสาวปากกล้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%