กลิ่นไอน้ำมันเครื่องผสมกับกลิ่นบุหรี่ราคาแพงลอยคละคลุ้งอยู่ในโกดังร้างปลายท่าเรือ นัยน์ตาคมกริบดั่งพญาอินทรีย์ของเรย์มอนด์ อัลดริจวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่แผดเผาจนแทบจะหลอมละลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า ปลายนิ้วแกร่งกำก้านบุหรี่ในมือจนยับยู่ยี่ รองเท้าหนังราคาแพงย่างสามขุมเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าลูกน้องคนสนิทที่ก้มหน้ารับชะตากรรมด้วยตัวสั่นเทา
"แกบอกฉันว่ามันคลาดกันแค่สิบนาทีอย่างนั้นเหรอ ลูกน้องบ้าอะไรถึงปล่อยให้ผู้หญิงตัวคนเดียวหายไปจากเรดาร์ได้!"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันขบกรามแน่นนั้นเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล เรย์มอนด์ไม่ได้ตะโกน แต่น้ำเสียงดุดันราวมัจจุราชนั้นกลับทำให้บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบลงถนัดตา ลินิน... ดีไซเนอร์สาวผู้มีดวงตาดื้อรั้นและริมฝีปากที่ชอบต่อปากต่อคำกับเขา กล้าดียังไงถึงได้หายตัวไปในยามที่เกมกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม กล้าดียังไงถึงได้ทิ้งร่องรอยความท้าทายไว้เบื้องหลังท่ามกลางดงกระสุนและเกมการเมืองมืดๆ ของวินเซนต์
ความคิดที่ว่าเธอกำลังตกอยู่ในอันตราย หรืออาจจะ... กำลังร่วมมือกับศัตรูตัวฉกาจอย่างวินเซนต์ ทำให้หัวใจที่ด้านชาของมาเฟียหนุ่มปวดแปลบขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ มันไม่ใช่แค่ความโกรธแค้น แต่มันคือสัญชาตญาณดิบที่กรีดร้องว่าผู้หญิงคนนี้เป็นของเขา เป็นกุหลาบมีพิษที่ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหา เขาก็จะไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาเด็ดดมมันไปเด็ดขาด
"นายใหญ่ครับ เราพบสัญญาณโทรศัพท์มือถือเครื่องสุดท้ายของเธอแถวเขตเมืองเก่า... แต่เส้นทางนั้นเชื่อมต่อไปยังเซฟเฮาส์ลับที่วินเซนต์ใช้กบดานครับ" ลูกน้องละล่ำละลักรายงาน
เรย์มอนด์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยแผลเป็นที่พาดผ่านดวงตาขยับตามแรงยิ้มเยาะที่น่ากลัว "วินเซนต์... แกมันช่างกล้ามนุษย์จริงๆ คิดจะเล่นเกมแย่งของๆ ฉันงั้นสินะ"
เขาก้าวขึ้นรถสปอร์ตคันหรู เหยียบคันเร่งพุ่งทะยานออกไปจากท่าเรือราวกับพายุทراتที่พร้อมจะกวาดล้างทุกอย่างให้ราบเป็นหน้ากลอง ความทรงจำเกี่ยวกับลินินผุดขึ้นมาในหัวเป็นฉากๆ ทุกครั้งที่ริมฝีปากอิ่มนั่นเผยอขึ้นเถียงเขา ทุกครั้งที่ร่างระหงสั่นสะท้านภายใต้ฝ่ามือร้อนผ่าวของเขาบนเตียงนอน ความเร่าร้อนและกลิ่นกายหอมกรุ่นของเธอยังคงติดตรึงอยู่ในทุกอณูสัมผัส
*เธอหนีฉันไม่พ้นหรอก ลินิน...*
ในขณะเดียวกัน ภายในห้องพักสลัวของอพาร์ตเมนต์เก่าแก่ใจกลางย่านเมืองเก่า ลินินกำลังยืนหอบหายใจรุนแรงอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ มือเรียวบางสั่นเทาขณะปลดกระดุมเสื้อเชيرสีขาวที่เปื้อนคราบฝุ่นและเหงื่อออกทีละเม็ด ความรู้สึกอึดอัดและหวาดระแวงยังคงเกาะกุมหัวใจ เธอยอมรับว่าเธอเป็นคนฉีกตัวหนีออกมาเองเพื่อตัดวงจรอุบาทว์ระหว่างเธอกับเรย์มอนด์ แม้เธอจะรู้ดีว่าการขัดขืนมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลอย่างเขาเท่ากับการเดินเข้ากองไฟ แต่ศักดิ์ศรีและบาดแผลในอดีตของครอบครัววรโชติไม่อนุญาตให้เธอก้มหัวตกเป็นทาสสวาทของใครหน้าไหนทั้งสิ้น โดยเฉพาะกับผู้ชายที่มีส่วนพรากทุกอย่างไปจากเธอ
ทว่า... ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้ง—หนักหน่วง เยือกเย็น และทรงพลังจนหัวใจของเธอร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
ไม่มีเสียงเอ่ยทักทาย ไม่มีเสียงประกาศตัว แต่วินาทีที่บานประตูไม้เก่าๆ ถูกแรงมหาศาลกระแทกจนพังหลุดออกจากวงกบ กลิ่นอายอันคุ้นเคยที่เธอจดจำได้ดีแม้ในยามหลับตาก็ลอยฟุ้งเข้ามาในความมืด เรย์มอนด์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทางคุกคามราวกับพญาเสือดาวที่ไล่ต้อนเหยื่อจนมุม แววตาคมกลาของเขาจ้องมองมาที่ร่างระหงซึ่งยืนพิงกระจกด้วยความตื่นตระหนก
ลินินก้าวถอยหลังจนสะโพกชนติดขอบกระจก เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาประชิดตัวจนแทบไม่มีช่องว่าง รอรอบตัวถูกปิดตายด้วยอ้อมแขนแกร่งที่ยกขึ้นกักขังเธอไว้กับผนัง
"คิดจะหนีไปไหน หืม... แม่กุหลาบพยศ" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกซู่ เรย์มอนด์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ ซอกคอหอมกรุ่นที่เขาเคยฝังรอยจูบแสดงความเป็นเจ้าของยังคงปรากฏร่องรอยจางๆ
"ปล่อยฉันนะ เรย์มอนด์! ฉันไม่ใช่ "ของเล่น" ของคุณที่จะนึกจะมาลากตัวไปไหนก็ได้!" ลินินเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามต้านทานแรงดึงดูดอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวเขา แม้ขาของเธอจะเริ่มอ่อนแรงลงทุกทีที่ปลายนิ้วอุ่นจัดของเขาไล้แตะลงบนคางอิ่ม บังคับให้เธอนัยน์ตาประสานกับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความปรารถนา
"ไม่ใช่ของเล่นงั้นเหรอ?" เรย์มอนด์แค่นยิ้ม รอยยิ้มที่ดุดันและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน มือหนาเลื่อนลงมาโอบรอบเอวคอดกิ่ว รั้งร่างเธอเข้าประชิดแนบแน่นจนสัมผัสได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วจนแทบจะเป็นจังหวะเดียวกัน "งั้นก็พิสูจน์ให้ฉันดูหน่อยสิว่าเธอกล้าพอที่จะปฏิเสธสัมผัสของฉัน... เหมือนที่ปากเธอพูดไหม"
สิ้นคำพูดนั้น ริมฝีปากหยักลึกก็ทาบทับลงมาบดขยี้ริมฝีปากอิ่มของเธออย่างไร้ความปรานี เป็นรสจูบที่ทั้งดุดัน เร่าร้อน และเรียกร้องสิทธิ์ขาด ราวกับจะลงทัณฑ์ที่เธอกล้าบังอาจหนีหายไปจากสายตา ลินินพยายามทุบตีอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่เรียวแรงอันน้อยนิดกลับพ่ายแพ้ต่อสัมผัสวาบหวามที่เขาจงใจปลุกเร้า ปลายลิ้นร้อนล้ำที่รุกล้ำเข้ามาเกี่ยวพันตักตวงความหวานล้ำทำให้เข่าของเธอแทบทรุดลงไปกองกับพื้น
ท่ามกลางความมืดและบรรยากาศที่ตึงเครียดถึงขีดสุด เรย์มอนด์ผละริมฝีปากออกเพียงนิดเพื่อมองดูใบหน้าแดงก่ำและริมฝีปากบวมเจ่อของเธอที่กำลังหอบหายใจกระชั้นชิด นัยน์ตาคมกวาดมองเรือนร่างอรชรภายใต้เสื้อเชิ้ตที่กระดุมหลุดลุ่ยอย่างหิวกระหาย ก่อนที่เขาจะกระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากอิ่มด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เธอแทบหยุดหายใจ
"ต่อให้เธอหนีไปสุดขอบโลก... ฉันก็จะตามล่าเธอกลับมาขังไว้ใต้ร่างฉันอยู่ดี... ลินิน"
ทว่าในวินาทีที่เรย์มอนด์กำลังจะประทับจูบลงมาอีกครั้ง เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงกระแทกประตูห้องพักชั้นล่างก็ดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกึกลงทันที
"ล้อมไว้หมดแล้ว! อย่าให้มันหนีไปได้!"
(กุหลาบอาบแสงจันทร์ค่ะ)
พันธนาการร้าย รอยรักดีไซเนอร์เถื่อน•ตอนที่ 22
การไล่ล่า
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้าย รอยรักดีไซเนอร์เถื่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!