"ถ้าพี่รินจะใจดีกับทุกคนขนาดนี้ ต่อไปตำแหน่งประธานชมรมคงต้องยกให้คนอื่นแล้วล่ะค่ะ เพราะมัวแต่เสียเวลากับ 'คนนอก' อยู่แบบนี้"
เสียงแหลมสูงของธันยา ผู้ที่พ่วงตำแหน่งเลขาฯ ชมรมวิชาการดังขึ้นกลางห้องประชุมที่เงียบสนิท มือของหล่อนกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้ขัดเงาจนเกิดเสียงดังสนั่น สายตาที่จ้องมองมายังมินตราเต็มไปด้วยความสมเพชและไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด
มินตราตัวแข็งทื่อ มือที่กำสมุดเลกเชอร์แน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ เธอสัมผัสได้ถึงไอเย็นเยือกที่แผ่ออกมาจากร่างสูงของรินรดาที่ยืนอยู่ข้างกาย ความผิดปกติของรุ่นพี่คนเก่งที่มักจะสุขุมนิ่งเฉย กลับกลายเป็นอาการสั่นไหวที่น่าห่วงกังวล มือเรียวยาวของรินรดาที่กำลังถือปากกาอยู่บัดนี้กลับสั่นเทาจนแทบจะควบคุมไม่ได้
"ธันยา... ฉันว่าเธอเกินไปนะ" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ หากทว่าในน้ำเสียงนั้นกลับแฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าเกินกว่าที่ใครจะสังเกตเห็น
"เกินไปเหรอคะ? ก็ดูสิคะว่าเขาสั่นแค่ไหน" ธันยาเดินเข้ามาประชิดมินตรา ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเชิดคางของรุ่นน้องปีหนึ่งขึ้น "ความลับสี่ปีที่พี่เก็บไว้เป็นความลับ... มันจะพังพินาศเพราะเด็กคนนี้หรือเปล่านะคะ พี่ริน?"
คำว่า 'ความลับสี่ปี' ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจของมินตรา ความสับสนและหวาดกลัวตีรวนอยู่ในอก เธอพยายามถอยหลังหนี แต่ทว่ามือหนึ่งกลับเอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้มั่น เป็นรินรดานั่นเองที่ขยับตัวเข้ามาขวางหน้าธันยาไว้ด้วยท่าทางที่ดูเด็ดขาดกว่าครั้งไหนๆ
บรรยากาศในห้องประชุมกดดันจนแทบหายใจไม่ออก สมาชิกในชมรมต่างพากันก้มหน้าเงียบ ไม่มีใครกล้าสบตาประธานสาวที่มีใบหน้าซีดเผือด
รินรดาหันกลับมามองมินตรา สายตาคู่นั้นที่มักจะนิ่งสงบราวกับผิวน้ำที่ไร้คลื่น บัดนี้กลับเปลี่ยนไป มันเต็มไปด้วยความวูบไหว ราวกับกำลังตัดสินใจบางอย่างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต รินรดาค่อยๆ วางแฟ้มเอกสารลง มือที่สั่นเทาค่อยๆ คลายออก เมื่อเธอหันมาสบตากับมินตราอีกครั้ง สิ่งที่เกิดขึ้นถัดมาทำให้คนทั้งห้องต้องกลั้นหายใจ
มุมปากของรินรดาค่อยๆ ยกขึ้น... เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มาพร้อมความเกรงใจ ไม่ใช่รอยยิ้มที่เป็นมารยาททางสังคม แต่มันเป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยน อบอุ่น และเปราะบางอย่างที่สุด ราวกับดอกลิลลี่ที่เบ่งบานท่ามกลางพายุฝน
"ไม่ต้องกลัวนะ..." รินรดากระซิบ เสียงของเธอเบาหวิวแต่กลับดังก้องในความรู้สึกของมินตรา "มินตรา... พี่อยู่ตรงนี้"
มินตราเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวจนแทบหลุดออกมาจากอก นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นรินรดายิ้มออกมาจากใจจริงๆ ท่ามกลางสายตาของคนในชมรมที่ต่างตกตะลึงกับภาพตรงหน้า ทว่าความสุขนั้นยังไม่ทันจะได้ดื่มด่ำให้เต็มที่ ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักออกอย่างแรงจนกระแทกกับผนัง
"พี่รินคะ! มีคนเอา 'จดหมายนั่น' ไปแปะไว้ที่บอร์ดประชาสัมพันธ์ของคณะแล้วค่ะ!"
เสียงของฟ้าใสที่หอบหายใจรวยรินดังขึ้นพร้อมกับข่าวร้ายที่ทำให้โลกทั้งใบของรินรดาดิ่งวูบ รอยยิ้มบนใบหน้าของรุ่นพี่สาวเลือนหายไปในพริบตาแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด รินรดารีบหันกลับไปมองที่หน้าต่างห้องประชุม ทันใดนั้น สายตาทุกคู่ก็เหลือบไปเห็นเงาของใครบางคน—เงาที่ยืนจ้องมองเข้ามาจากระเบียงข้างนอก เป็นบุคคลที่รินรดาหวาดกลัวที่สุดตลอดสี่ปีที่ผ่านมา
บุคคลที่ถือแฟ้มสีน้ำเงินเล่มเดียวกับที่รินรดาใช้ซ่อนความลับนั้นเอาไว้... และเขากำลังก้าวเข้ามาในห้องเพื่อจะเปิดโปงทุกอย่างต่อหน้าทุกคน!
ความลับที่ถูกฝังกลบไว้กำลังจะถูกขุดขึ้นมาในอีกไม่กี่อึดใจนี้ มินตราจะเลือกทำอย่างไรในเมื่อคนที่เธอหลงรักกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่จนมุมที่สุด
หวังว่าตอนที่สิบนี้จะทำให้รี้ดเดอร์หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะไปพร้อมกับมินตรานะคะ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันจนถึงตอนนี้ค่ะ
กลิ่นลิลลี่สีขาว
รุ่นพี่ครับ ขอเลกเชอร์...หัวใจ•ตอนที่ 10
รอยยิ้มที่ไม่เคยให้ใคร
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่ครับ ขอเลกเชอร์...หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!