รุ่นพี่ครับ ขอเลกเชอร์...หัวใจ•ตอนที่ 11

ฝนตกกับร่มคันเดียว

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
“ถ้าพี่รินไม่สะดวกให้ยืมสรุปเลกเชอร์... อย่างน้อยช่วยถือร่มให้มินหน่อยได้ไหมคะ?” คำถามนั้นหลุดออกจากปากฉันในวินาทีที่หยดน้ำจากฟากฟ้าเริ่มโปรยปรายลงมาเป็นสาย คั่นกลางระหว่างฉันกับรุ่นพี่ปีสี่ที่ยืนนิ่งสงบราวกับรูปปั้น รินรดาชะงักฝีเท้า ใบหน้าเรียบเฉยภายใต้กรอบแว่นสายตานั่นไม่ได้แสดงความตกใจ แต่ดวงตาคู่สวยที่เคยเย็นชาคู่นั้นกลับไหววูบเพียงครู่เดียว ก่อนจะเหลือบมองท้องฟ้าสีเทาเข้มที่ดูเหมือนจะไม่มีท่าทีหยุดพัก “มินตรา เธอไม่ได้พกร่มมาเหรอ” เสียงนุ่มทุ้มของพี่รินเอ่ยถามพลางถอนหายใจเบาๆ ดูเหมือนเธอจะมองออกว่านี่คือแผนการที่ฉันแกล้งทำเป็นลืมหยิบของสำคัญจากชมรมมา “ลืมค่ะ... ลืมสนิทเลย” ฉันโกหกคำโตพร้อมกับส่งยิ้มแห้งๆ ให้คนตรงหน้า อันที่จริง... ถ้าไม่แกล้งลืมร่ม วันนี้เราคงไม่ได้เดินไปส่งกันที่ลานจอดรถแน่ๆ พี่รินไม่ตอบอะไร เธอเพียงแค่หยิบกางร่มคันใหญ่สีน้ำเงินเข้มในมือขึ้นมา ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นหอมอ่อนๆ เหมือนดอกไม้แห้งและกระดาษเก่าจากตัวพี่รินโชยปะทะจมูกฉัน มันเป็นกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์จนฉันอยากจะหยุดเวลาไว้ตรงนี้ “เข้ามาใกล้ๆ สิ เดี๋ยวไหล่เปียก” พี่รินขยับด้ามร่มมาทางฉันมากขึ้น ไหล่ของฉันแทบจะชนกับต้นแขนของเธอ ความร้อนจากร่างกายคนข้างๆ แผ่ซ่านเข้ามาท่ามกลางอากาศที่เริ่มเย็นลงเพราะพายุฝน เราเดินก้าวไปตามทางเดินแคบๆ ของคณะ เสียงฝนที่กระทบผืนผ้าใบของร่มดังกึกก้องจนกลายเป็นเพลงกล่อมประสาท ฉันพยายามรักษาจังหวะการเดินให้เท่ากับเธอ แอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของรุ่นพี่ที่ดูเคร่งขรึมในยามปกติ แต่ในวันนี้ดูอ่อนโยนกว่าทุกครั้ง “เมื่อวาน... ที่ชมรม” พี่รินเริ่มเปิดบทสนทนาทำลายความเงียบ “เห็นเธอมองฉันด้วยสายตาแปลกๆ มีอะไรอยากจะบอกหรือเปล่า” ใจฉันเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมาข้างนอก นี่เธอสังเกตเห็นด้วยหรือเนี่ย? ฉันกลืนน้ำลายลงคอ พยายามรวบรวมความกล้า “คือ... มินแค่สงสัยค่ะ ว่าทำไมพี่ถึงเก็บสมุดเลกเชอร์เล่มเก่าไว้ในตู้ล็อคเกอร์ส่วนตัว แทนที่จะเอาไปไว้ที่ห้องสมุดชมรม” รินรดาชะงักฝีเท้าลงเล็กน้อย เรายืนอยู่ใต้ร่มคันเดิมท่ามกลางสายฝนที่เริ่มตกหนักขึ้นจนบังทัศนียภาพรอบด้านจนมืดมิด เธอหันมาสบตาฉัน แววตาของเธอในตอนนี้มันลึกซึ้งเกินกว่าที่ฉันจะอ่านออก “เพราะมันเป็นเลกเชอร์เล่มเดียว... ที่มีลายมือของคนสำคัญเขียนแทรกไว้ในหน้าสุดท้ายน่ะ” คำว่า ‘คนสำคัญ’ บีบหัวใจฉันจนแน่นอก ความรู้สึกเปรี้ยวอมหวานตีตื้นขึ้นมาในลำคอ ฉันอยากถามต่อว่าคนคนนั้นคือใคร แต่ดูเหมือนว่าระยะห่างระหว่างเราที่ลดลงจนสัมผัสถึงลมหายใจของกันและกันนั้นกำลังตะโกนบอกความจริงบางอย่างที่ฉันยังไม่พร้อมจะรับรู้ “มิน... อยากดูไหม” เธอกระซิบถาม ฉันนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ พี่รินขยับมืออีกข้างที่ว่างอยู่มาแตะที่ปลายคางของฉัน แผ่วเบาแต่ทว่าหนักแน่นจนฉันไม่กล้าขยับไปไหน “แต่ถ้าดูแล้ว... ห้ามถอยห่างจากพี่นะ มินตรา” คำพูดกำกวมนั้นทำให้ฉันสับสน เธอหมายความว่ายังไง? กำลังจะเปิดใจ หรือแค่จะทดสอบความรู้สึกของเด็กปีหนึ่งที่เอาแต่ตามติดเธออย่างฉันกันแน่? ในขณะที่ฉันกำลังจะเอ่ยถาม ความเงียบรอบข้างก็ถูกทำลายด้วยเสียงฝีเท้าของใครบางคน เงาร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวพ้นจากมุมตึกเข้ามาขวางหน้าเราไว้ เขาคือ 'พี่ธันย์' อดีตคนรักของพี่รินที่ข่าวลือว่าเลิกรากันไปไม่นานนี้ เขามองมาที่ฉันด้วยสายตาเหยียดหยาม ก่อนจะหันไปหาคนข้างกายฉันด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ริน... ผมว่าเราควรคุยเรื่องที่ค้างคาไว้ให้จบนะ อย่าเสียเวลากับเด็กเพ้อฝันพวกนี้เลย” พี่รินขยับตัวบังฉันไว้ทันที มือของเธอที่ถือร่มสั่นเทาเพียงน้อยนิดแต่ยังคงร่มไว้เหนือศีรษะฉันอย่างมั่นคง เธอไม่ได้หันไปมองหน้าเขา แต่กลับบีบมือฉันที่กำชายเสื้อเธอไว้อย่างแรงจนเป็นรอยยับ “ไปกันเถอะมินตรา... อย่าไปสนใจ” พี่รินพูดขึ้นเสียงเรียบโดยไม่หันกลับไปมองอดีตคนรักอีกเลย แต่ในวินาทีที่กำลังจะก้าวเดินต่อ เธอก็ชะงักค้างเมื่อเห็นอะไรบางอย่างในกระเป๋าสะพายที่เปิดอ้าของฉัน... ของสิ่งนั้นที่ไม่ควรจะอยู่ที่นั่น และมันคือสิ่งที่ทำให้ความลับที่ฉันพยายามซ่อนไว้มาตลอดทั้งเทอม ถูกเปิดเผยออกมาในวินาทีที่เลวร้ายที่สุด ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังคงเดินทางเคียงข้างมินตราและพี่รินมาจนถึงตอนนี้นะคะ ด้วยรักและกลิ่นลิลลี่สีขาว
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่ครับ ขอเลกเชอร์...หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%