รุ่นพี่ครับ ขอเลกเชอร์...หัวใจ•ตอนที่ 49

ช่วงเวลาแห่งความโดดเดี่ยว

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
กลิ่นหอมจางๆ ของกระดาษตำราเรียนเล่มหนาและกลิ่นหมึกพิมพ์ใหม่ๆ ไม่ได้ช่วยให้ความปั่นป่วนในอกของมินตราสงบลงเลยแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวที่เคยสั่นเทาเวลาอยู่ต่อหน้ารุ่นพี่รินรดา ตอนนี้กำลังกำปากกาหมึกซึมราคาแพงแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ข้อความทิ้งท้ายที่ดังสะท้อนอยู่ในหัวจากเหตุการณ์เมื่อวานยังคงกรีดแทงหัวใจดวงน้อยๆ ของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า — *'น่าเสียดายจังที่ฉันคงต้องมารับช่วงดูแล "คนสำคัญ" ของพี่แทนเสียแล้วล่ะค่ะ'* คำพูดของยัยรุ่นพี่ตัวแสบคนนั้น... หรือแม้แต่ท่าทีนิ่งเงียบราวกับรูปปั้นหินของพี่รินรดาในวินาทีสุดท้าย ก่อนที่มินตราจะเลือกเดินถอยหลังออกมาเอง ทุกอย่างมันยังคงชัดเจนราวกับฉายซ้ำผ่านแผ่นฟิล์มในหัว "มินตรา แกจะเหม่อมองหน้าจอไอแพดจนตัวหนังสือทะลุออกมาอยู่แล้วนะ" เสียงกระซิบเบาๆ พร้อมกับแรงสะกิดที่หัวไหล่จากฟ้าใส เพื่อนสนิทคู่ใจ ดึงสติของเฟรชชี่ปีหนึ่งให้กลับคืนสู่ห้องสมุดคณะอันเงียบสงบ บนโต๊ะอ่านหนังสือตัวยาวริมหน้าต่างกระจกใส ตอนนี้เต็มไปด้วยชีทสรุปวิชาสถิติขั้นสูงและกองเอกสารกิจกรรมของชมรมวิชาการที่สูงเป็นตั้ง มินตรากะพริบตาปริบๆ ไล่ความเปียกชื้นที่ริมขอบตาออกไปอย่างเงียบๆ ก่อนจะฝืนระบายยิ้มบางๆ ที่ดูฝืนใจที่สุดในโลกให้เพื่อนสนิท "เปล่าสักหน่อยค่ะฟ้าใส... แค่รู้สึกว่าช่วงนี้เนื้อหามันยากขึ้นเยอะเลยนะ" มินตราเอ่ยแก้ตัวเสียงเบา หลุบตาลงมองตารางกิจกรรมที่ถูกไฮไลต์สีสะท้อนแสงเต็มไปหมด ทั้งงานสัมมนาวิชาการระดับมหาวิทยาลัยที่เธอต้องรับหน้าที่เป็นมือประสานงาน และการเตรียมสอบมิดเทอมที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่สัปดาห์ "ยากเพราะเนื้อหา หรือยากเพราะใจแกมันพะวงไปถึงห้องประธานชมรมกันแน่?" ฟ้าใสถอนหายใจเฮือกใหญ่ วางปากกาลงแล้วโน้มตัวเข้ามาใกล้ด้วยแววตาที่เป็นห่วงเป็นใย "แกฟังฉันนะมินตรา... พี่รินรดาเขาก็เป็นคนแบบนั้นแหละ มีกำแพงสูงลิบลิ่ว แถมยังมีเรื่องยุ่งๆ ในครอบครัวกับเรื่องตำแหน่งประธานสนักศึกษาอีก ยิ่งมีคนนอกอย่างยัย... คนนั้นเข้ามาวุ่นวาย แกยิ่งต้องตั้งสติ ไม่ใช่ปล่อยให้ตัวเองเคว้งคว้างแบบนี้" "มินตราไม่ได้เคว้งคว้างสักหน่อยค่ะ..." เสียงของเธอลอยหายไปในลำคอ พร้อมกับก้อนสะอื้นจุกๆ ที่ตีตื้นขึ้นมาดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของหัวใจ ใช่... เธอกำลังบอกตัวเองว่าต้องกลับมาโฟกัส มินตราตั้งปณิธานกับตัวเองไว้ตั้งแต่คืนที่นอนร้องไห้จนตาบวมช้ำว่า เธอไม่อยากเป็นแค่ "รุ่นน้องน่ารำคาญ" หรือ "ภาระ" ในสายตาของรินรดาอีกต่อไปแล้ว หากการเข้าใกล้พี่รินรดาด้วยความรู้สึกดะดื่นและเอาแต่ใจตัวเองมันสร้างความลำบากใจให้อีกฝ่าย สู้เธอถอยออกมารักษาระยะห่าง ตั้งใจเรียนหนังสือ ทำหน้าที่ในชมรมให้ดีที่สุด เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าเด็กปีหนึ่งคนนี้เติบโตพอที่จะยืนเคียงข้างในฐานะเพื่อนร่วมงานที่มีคุณค่า... ไม่ใช่เด็กน้อยที่ต้องคอยให้ใครมาปกป้องตลอดเวลา แต่ทำไม... ยิ่งพยายามก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือ ท่องจำสูตรคำนวณ และจัดเตรียมเอกสารกิจกรรมมากเท่าไหร่ ภาพใบหน้าคมคายที่มักจะเรียบเฉยแต่แฝงความอ่อนโยนยามที่รินรดายื่นสมุดเลกเชอร์มาให้ กลับยิ่งชัดเจนขึ้นในความทรงจำ มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบสมุดบันทึกปกสีครีมเล่มเก่าขึ้นมาพลิกเปิดดู หน้ากระดาษทุกแผ่นเต็มไปด้วยลายมือเป็นระเบียบเรียบร้อยของรินรดา พร้อมรอยกระดาษโน้ตโพสต์อิตสีพาสเทลที่เขียนคอยเตือนสติด้วยลายมือหวัดๆ ว่า *'ตั้งใจเรียนวิชานี้ด้วยนะ มินตรา'* หยาดน้ำใสๆ ไหลหยดลงกระทบหน้ากระดาษจนหมึกซึมจางลงเล็กน้อย มินต้ารีบยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกลวกๆ สูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความเข้มแข็ง เธอบอกตัวเองซ้ำๆ ว่านี่คือ "ช่วงเวลาแห่งความโดดเดี่ยว" ที่เธอต้องก้าวผ่านมันไปให้ได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง "ถ้าเหนื่อยนัก ก็พักก่อนเถอะค่ะ... การบังคับตัวเองให้เก่งตลอดเวลา มันไม่ได้แปลว่าใจแกจะไม่เจ็บนะ" ฟ้าใสเอื้อมมือมาตบไหล่เพื่อนเบาๆ อย่างปลอบประโลม "มินตราไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะฟ้าใส... ขอบคุณนะ" มินตราฝืนยิ้มอีกครั้ง รอยยิ้มที่ดูจริงใจขึ้นมานิดหน่อย ก่อนจะหันกลับไปจดจ่อกับกองชีทตรงหน้าต่ออย่างมุ่งมั่น เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ ท่ามกลางความเงียบสงบของห้องสมุดช่วงเย็นย่ำ แสงแดดสีส้มอมแดงสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ทอดยาวเป็นเงาทับถมกันบนโต๊ะอ่านหนังสือ มินตรากำลังงละล่ำละลักตรวจเช็กรายชื่อผู้เข้าร่วมโครงการสัมมนาของชมรมวิชาการด้วยความตั้งใจจริง สมาธิของเธอถูกดึงดูดเข้าไปในตัวเลขและตัวอักษร จนกระทั่งเสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่คุ้นเคยดังขึ้นใกล้ๆ พรึบ... เงาร่างโปร่งบางของใครบางคนทาบทับลงมาบนกองเอกสารของเธอ กลิ่นหอมสะอาดอ่อนๆ ที่ลอยมาแตะจมูกพร้อมกับความรู้สึกคุ้นเคยที่สั่นสะท้อนไปทั่วร่างทำให้นิ้วมือของมินตราแข็งค้างกลางอากาศ "ทำงานหนักเกินไปหรือเปล่าคะ... ประธานฝ่ายกิจกรรมตัวน้อย" เสียงทุ้มนุ่มที่ติดจะแหบพร่าเล็กน้อยดังขึ้นเหนือศีรษะ น้ำเสียงที่ไม่ได้ยินมาหลายวัน น้ำเสียงที่ทำให้หัวใจของมินตรากระตุกวูบตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม มินตราค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพหลอนที่เธอกลั้นใจคิดถึงไปเอง ทว่า... ดวงตากลมโตกลับเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ เมื่อพบว่าร่างสูงโปร่งของรุ่นพี่ปีสี่กำลังยืนมองเธออยู่ด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก รินรดาในชุดนักศึกษาเรียบร้อย ใบหน้าเหนื่อยล้าเล็กน้อยแต่แววตากลับฉายประกายบางอย่างที่ลึกล้ำเกินกว่าที่มินตราจะคาดเดา "พ... พี่รินรดา..." มินตราอุทานออกมาแผ่วเบา หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก สมองขาวโพลนไปหมด ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร หรือควรจะทำหน้าอย่างไรดีในสถานการณ์ที่ตั้งรับไม่ทันเช่นนี้ รินรดาไม่ได้พูดอะไรต่อในทันที หญิงสาวรุ่นพี่เพียงแค่กวาดสายตามองกองชีทเรียนและเอกสารงานของชมรมที่ระเกะระะกะบนโต๊ะ ก่อนที่เรียวปากบางเฉียบจะคลี่ยิ้มจางๆ ออกมา — รอยยิ้มที่ไม่ได้สดใส แต่กลับทำให้หัวใจของมินตราปวดหนึบอย่างประหลาด ก่อนที่เรียวคิ้วสวยของรินรดาจะขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เมื่อปลายนิ้วเรียวของรุ่นพี่เอื้อมมาแตะเบาๆ ที่มุมกระดาษสมุดเลกเชอร์เล่มสำคัญของมินตรา ที่เปิดค้างไว้หน้าข้อความโน้ตเก่าๆ "พี่บอกแล้วไม่ใช่เหรอคะ... ว่าอย่าหักโหมจนเกินไป" รินรดาเอמהเสียงกระซิบแผ่วเบat ชิดริมหูจนมินตรารู้สึกถึงไออุ่นที่เป่ารดลาดไหล่ "แล้วก็... เรื่องวันนั้น ที่น้องคนนั้นพูด... พี่อยากให้ฟังจากปากพี่เอง ไม่ใช่จากคนอื่น" มินตราสะท้านเฮือก ดวงตาคู่สวยสั่นไหวระริก เธอเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจแขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความหวาดกลัวและคาดหวังในเวลาเดียวกัน ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความรู้สึกของมินตราบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่ครับ ขอเลกเชอร์...หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%