รุ่นพี่ครับ ขอเลกเชอร์...หัวใจ•ตอนที่ 50

การเผชิญหน้ากับความจริง

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาปึกถูกวางกระแทกบนโต๊ะทำงานไม้เนื้อดี เสียงนั้นดังสะท้อนก้องในห้องประชุมเงียบงัน บ่งบอกถึงความเด็ดขาดที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งสงบของรินรดา มินตราสะท้านเฮือก ดวงตาคู่สวยสั่นไหวระริก เธอเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจแขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความหวาดกลัวและคาดหวังในเวลาเดียวกัน เอกสารแผ่นแรกที่โผล่พ้นปกแฟ้มออกมา คือจดหมายลาออกที่มีลายมือชื่อของรินรดาประทับอยู่อย่างชัดเจน "รุ่นพี่... นี่มันหมายความว่ายังไงคะ?" เสียงของมินตราสั่นเครือจนแทบกลายเป็นเสียงกระซิบ ปลายนิ้วเรียวเล็กกำชายเสื้อกันหนาวของตัวเองแน่นเพื่อระงับความสั่นเทา รินรดานั่งไขว่ห้าง ใบหน้าสวยคมยังคงเรียบเฉย ทว่าดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววอบอุ่นอ่อนโยนยามที่ติวหนังสือให้เธอ กลับเต็มไปด้วยความไหววั่นที่ยากจะปิดมิด รุ่นพี่ปีสี่ถอนหายใจยาวนานราวกับต้องการปล่อยวางภูเขา2ลูกออกจากอก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม "ก็ตามที่เห็นค่ะ... พี่ลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการโครงการพิเศษแล้ว และ..." รินรดาเว้นจังหวะ กลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก "พี่กำลังจะไปเรียนต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศ... เดือนหน้า" โลกทั้งใบคล้ายจะหยุดหมุน เสียงเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานดังก้องอยู่ในโสตประสาทของมินตรา ชั่วขณะหนึ่ง เด็กสาวรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมด เดือนหน้า? นั่นหมายความว่ารุ่นพี่ไม่ได้แค่ถอยห่างจากความสัมพันธ์ระหว่างเรา แต่กำลังจะหนีหายไปจากชีวิตของเธอตลอดกาลอย่างนั้นหรือ "ทำไมล่ะคะ..." น้ำตาหยดใสไหลรินอาบแก้มเนียนอย่างห้ามไม่อยู่ มินตราไม่สนใจฟอร์มหรือความกลัวใดๆ อีกต่อไปแล้ว "ที่ผ่านมารุ่นพี่คอยดูแล... คอยสอนเลกเชอร์ คอยบอกว่าให้พยายามเข้าหา... ทำไมพอหน1กําลังจะวิ่งตามรุ่นพี่ทัน รุ่นพี่ถึงเลือกที่จะวิ่งหนีล่ะคะ!" น้ำเสียงที่หลุดออกมาเต็มไปด้วยความตัดพ้อและเจ็บปวด มันคือความอัดอั้นตันใจที่สะสมมาตลอดหลายเดือน ตั้งแต่วันที่เธอแอบมองรุ่นพี่จากแถวหลังสุดของห้องบรรยาย จนกระทั่งวันที่ได้กลกลายเป็นน้องรหัสและคนที่ได้รับรอยยิ้มแสนหวานนั้น รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เรียวขาภายใต้กางเกงสแลคเข้ารูปก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะที่มินตรานั่งอยู่ รุ่นพี่สาวโน้มตัวลงเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่แดงก่ำด้วยความเสียใจของเฟรชชี่ปีหนึ่ง "เพราะว่า... มันอันตรายเกินไปค่ะ มินตรา" เสียงของรินรดาแผ่วเบาแต่เฉียบคม บาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของคนฟัง "ความรู้สึกของน้อง... มันกำลังทำลายกำแพงที่พี่สร้างไว้มาตลอดสี่ปี กำแพงที่พี่บอกตัวเองว่าห้ามรักใคร... ห้ามผูกพันกับใครอีก" "แล้วทำไมต้องสร้างกำแพงนั้นด้วยล่ะคะ! ความรักมันผิดตรงไหน? การที่หนูรักพี่... การที่พี่เริ่มหวั่นไหวกับหนู... มันเป็นเรื่องผิดบาปขนาดนั้นเลยเหรอคะรุ่นพี่!" มินตราลุกขึ้นเผชิญหน้า เสียงสั่นสะท้านแต่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความขี้อายมาตลอด รินรดาชะงัก เปลือกตาปิดลงชั่วครู่ราวกับเจ็บปวดกับคำถามนั้น ภาพความทรงจำในอดีต—วันที่เธอสูญเสียคนที่รักที่สุดเพราะความประมาทและช่องว่างของความสัมพันธ์—ยังคงตามหลอกหลอน เธอกลัว... กลัวว่าความสดใสและบริสุทธิ์ของมินตราจะเข้ามาแผดเผาหัวใจที่ด้านชาของเธอให้แหลกสลายอีกครั้ง หรือที่แย่กว่านั้นคือเธออาจจะเป็นฝ่ายทำลายรอยยิ้มของเด็กคนนี้เสียเอง "น้องยังเด็กเกินไป มินตรา..." รินรดาพยายามใช้เหตุผลเข้าสู้ แม้ว่าเสียงของตัวเองจะสั่นเทาไม่แพ้กัน "อีกสี่ปีข้างหน้าน้องจะเจอคนที่ดีกว่าคนที่ปิดกั้นตัวเองอย่างพี่ ส่วนพี่... พี่ต้องไปรักษาแผลเป็นของตัวเองที่อื่น ที่ที่ไม่มีสายตาคู่นั้นคอยมองมาด้วยความคาดหวัง..." "หนูไม่ได้คาดหวังอะไรเลย! หนูแค่ต้องการให้รุ่นพี่หันมามองความจริง!" มินตราตะโกนแทรกขึ้นมา น้ำตาไหลอาบแก้มไม่ขาดสาย มือบางเอื้อมไปคว้าข้อมือของรินรดาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือตอนนี้ รุ่นพี่จะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา "รุ่นพี่บอกว่าหนูคือคนสำคัญไม่ใช่เหรอคะ? ในสมุดเลกเชอร์เล่มนั้น... ข้อความที่พี่เขียนบอกว่า 'สู้ๆ นะคะ พี่เอาใจช่วย' มันไม่ได้แปลว่าพี่เปิดประตูให้หนูเข้ามาหรอกเหรอคะ!" รินรดานิ่งงัน ปล่อยให้เด็กสาวกุมข้อมือตนเองไว้ หัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก ไออุ่นจากมือนุ่มนิ่มของมินตรากำลังแผ่ซ่านเข้ามาละลายน้ำแข็งในใจที่เธอสั่งสมมานานนับปี ความรู้สึกโหยหาที่พยายามกดทับไว้กำลังตีตื้นขึ้นมาจนจุกที่ลำคอ "ถ้าพี่คิดจะหนีไปจริงๆ..." มินตราสูดหายใจเข้าลึก พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่นเครือ แม้หัวใจจะเจ็บปวดเจียนตาย "รุ่นพี่ช่วยตอบคำถามข้อสุดท้ายของหนูหน่อยได้ไหมคะ... ในฐานะรุ่นพี่ และในฐานะคนที่หนูรัก" รินรดามองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ความเงียบโรยตัวปกคลุมทั่วห้องประชุม ทั้งสองคนยืนประจันหน้ากันโดยมีระยะห่างเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกลิลลี่สีขาวที่มินตรามักจะใช้ประจำลอยอบอวลปะปนกับความตึงเครียดในอากาศ "ถามมาสิคะ..." รินรดาเอמהเสียงกระซิบ แววตาไหววั่นอย่างรุนแรง "ตลอดเวลาที่ผ่านมา... ที่พี่คอยหลบสายตา ที่พี่คอยแอบมองเวลาหนูตั้งใจเรียน ที่พี่ใจดีกับหนูเป็นพิเศษ..." มินตราเว้นจังหวะ หยาดน้ำตาร่วงหล่นกระทบหลังมือของรินรดา "มันเคยมีความรัก... แม้แต่นิดเดียวไหมคะ ที่เกิดขึ้นในใจของรุ่นพี่?" คำถามนั้นทิ้งน้ำหนักลงบนความเงียบงัน รินรดาอ้าปากคล้ายจะเอ่ยอะไรบางอย่าง เปลือกตาสั่นระริกขณะที่เธอกำลังจะเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงที่เก็บซ่อนไว้ใต้ก้นบึ้งของหัวใจ ทว่า... ก่อนที่คำตอบจะหลุดออกจากริมฝีปากของรุ่นพี่ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีมารยาท พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกโดยฝีมือของใครบางคนที่ไม่ได้รับเชิญ "พี่ยังคุยธุระไม่เสร็จเหรอคะ ริน? อ้าว... ขอโทษค่ะ ฉันรบกวนเวลาส่วนตัวหรือเปล่าคะเนี่ย" น้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มแต่แฝงด้วยความเยpชาดังขึ้น พร้อมกับร่างระหงของ 'พิมพ์มาดา' อดีตคนรักเก่าของรินรดาที่เดินยิ้มระรื่นเข้ามาในห้อง โดยมีเอกสารตั๋วเครื่องบินต่างประเทศสองใบถืออยู่ในมืออย่างเย้ยหยัน! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านเรื่องราวอบอุ่นหัวใจนี้ไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่ครับ ขอเลกเชอร์...หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%