“พี่รินรดาคะ... คือเรื่องรูปใบนั้น มินไม่ได้ตั้งใจจะละลาบละล้วงจริงๆ นะคะ”
เสียงของมินตราสั่นเครือ แผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของใบไม้ที่กำลังจะร่วงหล่น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องชมรมวิชาการยามวิกาลจนแทบหายใจไม่ออก สายตาของรินรดาที่ทอดมองลงไปยังภาพถ่ายใบเก่าบนพื้นนั้นไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยว แต่มันกลับเต็มไปด้วยความว่างเปล่าที่บาดลึกยิ่งกว่าการตวาดด่าเสียอีก
รินรดาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองรุ่นน้องปีหนึ่ง เธอเพียงแค่นิ่งค้างอยู่ในท่าเดิม คล้ายกับรูปปั้นที่ถูกแช่แข็งด้วยความเจ็บปวดจากอดีตที่หวนคืนมาทำร้าย มินตราทำได้เพียงยืนกำมือแน่น ความรู้สึกผิดตีรวนอยู่ในอกจนแน่นไปหมด เธอเป็นคนทำมันร่วง เธอเป็นคนเปิดช่องโหว่ของกำแพงที่รุ่นพี่คนนี้อุตส่าห์สร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเอง
“กลับไปเถอะค่ะ มินตรา” รินรดาเอ่ยขึ้นโดยไร้ซึ่งหางเสียงที่เคยอ่อนโยน มันเป็นน้ำเสียงราบเรียบจนน่าใจหาย
“ไม่ค่ะ มินไม่กลับ” มินตราตัดสินใจก้าวเข้าไปใกล้ ลมหายใจของเธอหอบถี่ด้วยความมุ่งมั่น “มินรู้ว่ามินล้ำเส้น และมินไม่มีสิทธิ์ที่จะรับรู้เรื่องส่วนตัวของพี่ แต่มินไม่อยากให้เรื่องวันนี้กลายเป็นกำแพงที่ขวางเราไว้... ให้มินช่วยงานชมรมเถอะนะคะ อะไรก็ได้ งานเอกสารที่ค้างอยู่ หรือจัดสต็อกหนังสือ มินจะทำทุกอย่างเพื่อเป็นการไถ่โทษ”
รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแห้งแล้งและเย็นชา “เธอจะไถ่โทษด้วยการช่วยงานงั้นเหรอ? การจัดการกองกระดาษพวกนี้มันจะลบความทรงจำที่พังทลายของฉันได้หรือยังไงกัน”
“ลบไม่ได้... แต่มินจะอยู่ข้างๆ จนกว่าพี่จะเลิกมองภาพใบนั้นด้วยสายตาที่เจ็บปวดแบบนี้ค่ะ”
คำพูดนั้นทำให้รินรดาชะงัก เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้น สบเข้ากับดวงตาคู่กลมโตที่ฉายแววแน่วแน่และจริงใจอย่างไร้เดียงสา รินรดาพิจารณาใบหน้าของรุ่นน้องอย่างพินิจพิเคราะห์ ก่อนจะถอนหายใจยาว แล้วผายมือไปทางกองเอกสารมหาศาลที่วางสุมกันอยู่มุมห้อง
“ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มจากจัดหมวดหมู่เอกสารงบประมาณปีที่แล้วให้เสร็จภายในคืนนี้ก็แล้วกัน ถ้าเธอทำพลาดแม้แต่หน้าเดียว ก็ถือว่าคำขอโทษของเธอมันก็แค่ลมปาก”
มินตราไม่รอช้า เธอรีบถอดรองเท้าผ้าใบออกแล้วก้าวเข้าไปนั่งลงกับพื้นไม้ที่เย็นเยียบ เริ่มต้นหยิบจับเอกสารเหล่านั้นด้วยความคล่องแคล่ว ความเงียบปกคลุมทั่วห้องอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัดเสียทีเดียว มันเป็นความเงียบที่มีเพียงเสียงกระดาษเสียดสีกันและเสียงลมหายใจที่สอดประสาน
ชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่าผ่านไป...
มินตราไม่ได้ละสายตาจากงานแม้แต่นาทีเดียว นิ้วมือของเธอเริ่มมีรอยบาดจากกระดาษจนแดงก่ำ แต่เธอก็เพียงแค่ดูดนิ้วเบาๆ แล้วก้มหน้าทำหน้าที่ของตัวเองต่อ ส่วนรินรดาที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานประธาน กลับพบว่าตนเองไม่สามารถโฟกัสงานตรงหน้าได้เลย เธอเอาแต่ลอบมองแผ่นหลังของเด็กสาวที่กำลังพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อเยียวยาความผิดที่เธอไม่ได้ตั้งใจจะก่อ
สายตาของรุ่นพี่ปีสี่เริ่มอ่อนลง ความเย็นชาในแววตาถูกแทนที่ด้วยความสงสัยและสับสน เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเด็กคนนี้ถึงต้องพยายามเพื่อเธอขนาดนี้
“ทำไมต้องทนขนาดนี้คะ?” รินรดาถามขึ้นท่ามกลางความเงียบตอนตีสอง
มินตราหยุดมือทันที เธอเงยหน้าขึ้นมองรุ่นพี่ แสงไฟสลัวจากโคมไฟโต๊ะทำงานส่องกระทบใบหน้าเนียนใสที่มีหยาดเหงื่อซึมตามไรผม “เพราะมินไม่อยากเห็นพี่รินรดาเสียใจค่ะ... พี่เป็นคนใจดีเสมอมา แม้พี่จะสร้างกำแพงไว้ แต่กำแพงนั้นก็ไม่ได้มีไว้เพื่อทำร้ายใคร แต่มันมีไว้เพื่อไม่ให้พี่ต้องเจ็บเอง มินแค่... อยากเป็นคนที่ช่วยพี่พังกำแพงนั้นลง หรืออย่างน้อย ก็อยากเป็นคนส่งบันไดให้พี่ปีนออกมาบ้างค่ะ”
รินรดานิ่งงันไป คำพูดนั้นเรียบง่ายแต่กลับสั่นคลอนหัวใจที่แข็งแกร่งของเธอได้จนเกือบจะพังทลาย เธอเดินลงจากเก้าอี้และก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้ามินตรา มือเรียวบางเอื้อมออกไปแตะที่รอยแผลเล็กๆ บนปลายนิ้วของรุ่นน้องอย่างแผ่วเบา
“เธอนี่มัน... ดื้อรั้นจริงๆ เลยนะ” น้ำเสียงของรินรดาเริ่มกลับมามีความอ่อนโยนอีกครั้ง
“ดื้อเพราะรัก... ไม่ได้หรือคะ?” มินตราสวนกลับเบาๆ ก่อนจะหน้าแดงก่ำแล้วก้มหน้าหลบสายตา
รินรดาระบายยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายชั่วโมง ยิ้มที่ดูจริงใจจนมินตราใจเต้นแรง แต่ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับจางหายไปในทันที เมื่อสายตาของรินรดาเหลือบไปเห็นบางอย่างที่สอดแทรกอยู่ในแฟ้มเอกสารที่มินตราเพิ่งจะคัดแยกเสร็จ
มันคือกระดาษบันทึกสีเหลืองเก่าคร่ำคร่าที่ร่วงออกมาจากแฟ้มเอกสารส่วนตัวของชมรมที่ถูกจัดเก็บผิดที่มานานหลายปี มินตราหยิบมันขึ้นมาอ่านด้วยความสงสัย แต่เมื่อเนื้อหาในบันทึกนั้นปรากฏแก่สายตา ใบหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็นสีซีดเผือดในพริบตา
“พี่รินรดาคะ... นี่มันบันทึกอะไรกันคะ? ทำไม... ทำไมมันถึงมีชื่อของพี่อยู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสี่ปีก่อน... ในวันที่เกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้?”
รินรดาตัวแข็งทื่อทันทีที่ได้ยินชื่อเหตุการณ์นั้น ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกที่ปิดไม่มิด มือที่เคยสัมผัสนิ้วมินตราอยู่เมื่อครู่กลับสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ขณะที่ความลับที่เธอพยายามฝังกลบไว้ตลอดสี่ปี กำลังถูกขุดคุ้ยออกมาโดยคนที่เธอเริ่มเปิดใจให้มากที่สุด
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความลับของรินรดาและมินตราในตอนนี้นะคะ ขอให้ทุกท่านตื่นเต้นไปกับบทสรุปของความจริงที่กำลังจะเปิดเผยในตอนหน้าค่ะ
ด้วยรักจากใจ... กลิ่นลิลลี่สีขาวค่ะ
รุ่นพี่ครับ ขอเลกเชอร์...หัวใจ•ตอนที่ 21
ขอโทษด้วยหัวใจ
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่ครับ ขอเลกเชอร์...หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!