“ถ้ายังไม่ยอมดื่มน้ำขิงนี่ลงไป ฉันจะถือว่าที่ผ่านมา... เธอไม่ได้อยากให้ฉันเป็นห่วงจริงๆ นะคะ”
เสียงเรียบเรื่อยทว่ากดดันของรุ่นพี่รินรดา ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องพักกึ่งสตูดิโอส่วนตัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นจางๆ ของสมุนไพรและหนังสือเก่า มินตราที่นอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาบนโซฟาตัวยาวขยับตัวเล็กน้อย ใบหน้าซีดเผือดที่เคยสดใสของเฟรชชี่ปีหนึ่งยามนี้กลับดูเปราะบางเหมือนดอกไม้ที่กำลังโรยรา
มินตราพยายามยันกายขึ้น นัยน์ตาสั่นระริกช้อนมองคนตรงหน้าที่กำลังถือถ้วยเซรามิกอุ่นๆ ไว้ในมือ รุ่นพี่รินรดาในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา แขนเสื้อพับขึ้นเผยให้เห็นนาฬิกาเรือนหรูที่ข้อมือเรียว แว่นสายตากรอบบางที่เธอใส่ยามอ่านหนังสือถูกถอดออกวางไว้ข้างๆ ทำให้ดวงตาคู่คมที่มักจะดูสุขุมเยือกเย็นนั้น ดูมีความอ่อนโยนและฉายแววกังวลจนมินตราหัวใจกระตุก
“ริน... หนูขอโทษค่ะที่ทำให้เดือดร้อน จนต้องมาคอยดูแลแบบนี้” เสียงของมินตราแหบพร่าจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ
“เดือดร้อนเหรอคะ?” รินรดาวางถ้วยลงบนโต๊ะข้างๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนขอบโซฟา แรงกดเบาๆ จากน้ำหนักตัวของรุ่นพี่ทำให้มินตราเผลอกลั้นหายใจ “มินตรา... ความใจดีของฉัน มันไม่ได้มีไว้สำหรับทุกคนหรอกนะ และที่ฉันยอมสละเวลามานั่งเฝ้าเธอจนดึกดื่นแบบนี้ ไม่ใช่เพราะคำว่าหน้าที่... หวังว่าเธอจะเข้าใจ”
ปลายนิ้วเรียวสวยของรินรดาแตะเบาๆ ลงบนหน้าผากที่ชื้นเหงื่อของคนป่วย สัมผัสนั้นแผ่วเบาทว่าทรงพลัง มันทำให้กำแพงที่มินตราพยายามสร้างขึ้นเพื่อปกป้องใจตัวเองพังทลายลงในพริบตา ความเป็นคนใจดีที่ดูเหมือนจะเข้าถึงได้ยากของรินรดาในยามนี้กลับดู ‘ร้ายกาจ’ เหลือเกิน ร้ายกาจเพราะมันทำให้มินตราถอนตัวไม่ขึ้น ร้ายกาจเพราะมันทำให้เธอเผลอคาดหวังในสิ่งที่อาจไม่มีวันเป็นจริง
“รินใจดีเกินไป...” มินตราพึมพำ น้ำตาคลอเบ้า “มันทำให้มินอยากขออะไรที่มากกว่าแค่เลกเชอร์... มากกว่าแค่เพื่อนร่วมชมรม”
รินรดาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยหรี่ลงมองคนตัวเล็กที่นอนสั่นเทาอยู่ใต้ผ้าห่ม ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วๆ ของคนทั้งคู่ที่สอดประสานกัน รินรดายื่นมือไปหยิบถ้วยน้ำขิงขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เธอไม่ได้ส่งมันให้มินตราถือ แต่กลับเป็นฝ่ายจ่อช้อนที่ตักน้ำขิงอุ่นๆ ขึ้นมาจ่อที่ริมฝีปากบางของอีกฝ่ายแทน
“อ้าปากสิคะ” น้ำเสียงนั้นเปลี่ยนไป อ่อนหวานลงจนเกือบเป็นคำสั่งที่แฝงไปด้วยความปรารถนาดีที่ไม่อาจปฏิเสธได้
มินตราทำตามอย่างว่าง่าย ความอุ่นของน้ำขิงไหลผ่านลำคอ แต่มันไม่สามารถสู้กับความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วไปทั่วใบหน้าของเธอได้เลย รินรดาเฝ้ามองทุกจังหวะการกลืนของเธอด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก มันไม่ใช่สายตาของประธานชมรมที่มองรุ่นน้อง แต่เป็นสายตาของคนบางคนที่กำลังชั่งใจกับอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกสุดใจ
“รู้ไหมคะ... มินตรา” รินรดาเริ่มพูดขึ้นขณะที่กำลังใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำหมาดๆ ซับที่ข้างขมับของคนป่วยอย่างแผ่วเบา “ในตอนที่เธอทำงานจนดึกดื่นเพียงลำพัง ฉันมองดูเธอผ่านกล้องวงจรปิดของชมรมมาตลอด... ฉันเห็นความพยายามที่เกินตัว ความดื้อรั้นที่อยากจะเป็นที่ยอมรับ... มันเหมือนกับฉันในสมัยปีหนึ่งไม่มีผิด”
“ริน... เคยเป็นแบบนั้นเหรอคะ?”
“เคยสิคะ เจ็บปวด เคว้งคว้าง และพยายามหาที่ยืน... จนกระทั่งฉันพบว่า การเป็นคนใจดีเกินไปกับทุกคน มันทำให้เราลืมที่จะเหลือที่ว่างไว้ให้หัวใจตัวเอง” รินรดาลดมือลง แต่กลับเลื่อนนิ้วหัวแม่มือไปเกลี่ยที่แก้มเนียนเบาๆ “แต่สำหรับเธอ... มินตรา ฉันไม่อยากให้เธอลืมเหมือนที่ฉันเคยทำ”
บรรยากาศในห้องดูเหมือนจะเปลี่ยนไปจากเดิม ความอบอุ่นที่เคยมีกลายเป็นความตึงเครียดที่วาบหวาม มินตราสัมผัสได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก เธอไม่ได้ป่วยแค่กาย แต่ใจของเธอกำลังแพ้ราบคาบให้กับความนิ่งเงียบที่แฝงด้วยความอ่อนโยนของรุ่นพี่คนนี้
“ถ้าอย่างนั้น... ที่มินขอให้รินช่วยเรื่องเลกเชอร์บ่อยๆ รินรำคาญมินไหมคะ?”
รินรดาโน้มตัวลงมาจนใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงลมหายใจกั้น กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากตัวรุ่นพี่ทำให้มินตราแทบหยุดหายใจ รินรดาคลี่ยิ้มบางๆ ซึ่งเป็นยิ้มที่มินตราไม่เคยเห็นมาก่อน มันเป็นยิ้มที่ไม่ได้มาพร้อมกับหน้าที่หรือมารยาท แต่มันเป็นยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกข้างใน
“ฉันจะรำคาญคนที่พยายามเข้ามาในหัวใจตัวเองได้อย่างไรกันคะ?”
รินรดาขยับตัวถอยออกไปเพียงเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอหมุนตัวไปทางประตูห้องเหมือนจะเตรียมตัวกลับ แต่แล้วเธอก็หยุดชะงัก มือที่กำลังจะจับลูกบิดประตูสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะหมุนตัวกลับมามองมินตราด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
“ฉันเกือบลืมบอกไป... ผลตรวจเรื่องเอกสารสำคัญที่เธอฝากฉันดูในฐานะประธานชมรม... ฉันพบความผิดปกติบางอย่าง” รินรดาเว้นจังหวะ สายตาของเธอในยามนี้ดูเย็นเยียบและจริงจังจนน่าใจหาย “มินตรา... คนที่เธอไว้ใจที่สุดในชมรม กำลังนำชื่อของเธอไปแอบอ้างในแผนการลับที่เธอเองก็นึกไม่ถึง และตอนนี้พวกเขากำลังจะเข้ามาที่นี่... ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า”
มินตราเบิกตากว้าง ความหนาวเหน็บแล่นผ่านสันหลังแทนที่ความอบอุ่นเมื่อครู่ รินรดาก้าวเข้ามาใกล้เตียงอีกครั้ง พลางกระซิบด้วยน้ำเสียงที่เย็นจนน่ากลัว “อย่าขยับไปไหนเด็ดขาดจนกว่าฉันจะสั่ง... เพราะคนที่กำลังจะเปิดประตูเข้ามา ไม่ใช่เพื่อนที่เธอคิดว่าแสนดีอีกต่อไปแล้ว”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของหัวใจรุ่นพี่และรุ่นน้องผ่านตัวอักษรของกลิ่นลิลลี่สีขาวนะคะ
รุ่นพี่ครับ ขอเลกเชอร์...หัวใจ•ตอนที่ 22
ความใจดีที่ร้ายกาจ
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่ครับ ขอเลกเชอร์...หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!