"อย่าแม้แต่จะหายใจแรง มินตรา"
เสียงกระซิบที่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็งที่กรีดลงบนแผ่นหลังของฉันดังขึ้นชิดใบหู รินรดาตรึงร่างของฉันไว้กับพนักหัวเตียงด้วยการวางแขนทั้งสองข้างกักขังฉันไว้ในอาณาเขตของเธอ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่มักจะมอบความรู้สึกอบอุ่นให้เสมอในยามปกติ บัดนี้กลับให้ความรู้สึกกดดันจนแทบหยุดหายใจ
ฉันจ้องมองนัยน์ตาคู่สวยที่เคยอ่อนโยน แต่วินาทีนี้มันกลับไร้ก้นบึ้งดั่งมหาสมุทรที่กำลังเผชิญพายุ เสียงฝีเท้าภายนอกหยุดลงหน้าประตูห้องพักของชมรม แรงสั่นสะเทือนจากฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาอย่างไม่ลังเลทำให้หัวใจของฉันเต้นระรัวจนแทบกระดอนออกมานอกอก
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
"พี่รินคะ อยู่ข้างในหรือเปล่าคะ?" เสียงหวานใสที่คุ้นเคยดังลอดผ่านบานประตูเข้ามา... ฟ้าใส
ความตื่นตระหนกแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ฉันเตรียมจะขานตอบ แต่ปลายนิ้วเรียวยาวของรุ่นพี่ปีสี่กลับแตะลงบนริมฝีปากของฉันอย่างแผ่วเบา ทว่าหนักแน่นด้วยคำสั่งกลายๆ ดวงตาของเราประสานกัน... ในวินาทีนั้นเองที่รินรดาเอียงคอเล็กน้อย เผยรอยยิ้มที่ไม่ได้แตะแต้มที่มุมปาก แต่มันสะท้อนอยู่ในแววตาที่กำลังสื่อสารกับฉันว่า *'อย่าทำอะไรโง่ๆ'*
"ฉันไม่ได้ล็อกประตู" รินรดาตะโกนออกไป น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนกลับมานุ่มนวลอย่างเป็นธรรมชาติราวกับสวมหน้ากากใบใหม่ได้ทันท่วงที มือที่กักขังฉันไว้ค่อยๆ เลื่อนมาจัดคอเสื้อของฉันให้เข้าที่อย่างทะนุถนอม ราวกับคนรักที่กำลังดูแลเอาใจใส่กันในพื้นที่ส่วนตัว
ประตูถูกผลักเปิดออก ฟ้าใสชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นสภาพของเราสองคนในระยะประชิดเกินความจำเป็น มินตราที่นั่งตัวแข็งทื่อบนเตียง กับรินรดาที่ยืนค้ำร่างเธออยู่ท่ามกลางความเงียบที่ชวนให้กระอักกระอ่วน
"อ้าว... ขอโทษทีค่ะ ฟ้าไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวนเวลาส่วนตัว..." ฟ้าใสเม้มปากแน่น สายตาของเพื่อนรักมองสลับไปมาระหว่างเราด้วยความฉงนปนสงสัย
"มีอะไรหรือเปล่าคะฟ้าใส?" รินรดาเอ่ยถามด้วยท่าทีปกติ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอถอยห่างออกมาเพียงก้าวเดียว แต่ฝ่ามือยังคงวางทาบอยู่บนเตียงข้างๆ สะโพกของฉัน เป็นการย้ำเตือนว่าฉันยังคงอยู่ในอาณาเขตของเธอ
"พอดีฟ้าจะเอาสมุดเลกเชอร์มาคืนมินตราน่ะค่ะ แต่ดูเหมือนว่า... พวกพี่กำลังมีธุระสำคัญกันอยู่" ฟ้าใสยิ้มเจื่อน วางสมุดไว้บนโต๊ะข้างเตียงก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อบานประตูปิดลงอีกครั้ง ความกดดันในห้องไม่ได้ลดน้อยลงเลย รินรดากลับมาจ้องหน้าฉันทันที เธอโน้มตัวลงมาอีกครั้งจนจมูกของเราเกือบจะสัมผัสกัน ฉันได้กลิ่นลมหายใจที่สะอาดสะอ้านของเธอ ความหวั่นไหวที่ปนเปไปกับความกลัวทำให้ฉันสั่นไปทั้งตัว
"เห็นไหมมินตรา... คนเราน่ะ ถ้าไม่รู้จักวางแผนให้ดี สิ่งที่คิดว่าเป็นมิตร อาจจะกลายเป็นสิ่งที่ทำลายเราได้ในพริบตา"
"พี่ริน... ทำไมต้องทำแบบนี้คะ?" ฉันรวบรวมความกล้าถามออกไป แม้น้ำเสียงจะสั่นเครือ "เราไม่ได้... ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย"
คำถามนั้นทำให้รินรดาชะงักไป ดวงตาคู่นั้นวูบไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยที่น่ากลัวกว่าเดิม เธอคว้าข้อมือฉันขึ้นมาแล้วกดเบาๆ ลงบนหน้าอกข้างซ้ายของเธอ ความจังหวะหัวใจที่เต้นรัวจากภายในนั้นฟ้องว่าเธอไม่ได้นิ่งสงบอย่างที่แสดงออก
"ไม่ได้เป็นอะไรกันงั้นหรือ?" เธอทวนคำเสียงแผ่ว "แล้วที่เธอคอยตามฉันไปทุกที่ ที่เธออ้อนขอเลกเชอร์ฉันในยามดึก ที่เราข้ามเส้นแบ่งระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้องมาไกลจนไม่มีทางหันหลังกลับ... เธอจะบอกว่าทั้งหมดนี้คือความว่างเปล่าหรือไง"
รินรดาลากไล้นิ้วผ่านแนวขากรรไกรของฉัน สัมผัสที่เย็นเยียบแต่แฝงด้วยกระแสไฟฟ้าทำให้ฉันขนลุกซู่ เธอไม่ใช่รุ่นพี่ที่แสนดีคนเดิมอีกต่อไป แต่เป็นหญิงสาวที่ครอบครองความปรารถนาอันซับซ้อนที่ฉันไม่อาจหยั่งถึง
"จากนี้ไป..." เธอกระซิบ "ถ้าฉันยังไม่บอกให้ใครรู้ เธอก็ห้ามมีใคร... แม้แต่เพื่อนสนิทของเธอ"
ฉันเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนเจ็บหน้าอก ความสัมพันธ์ของเรามันเกินเลยกว่าคำว่าพี่น้องไปนานแล้ว แต่การถูกบังคับให้ซ่อนเร้นมันกลับทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกำลังติดอยู่ในกรงทองที่สวยงามแต่เต็มไปด้วยหยามหนาม
"ถ้าหนูไม่ยอมล่ะคะ?" ฉันถามออกไปโดยไม่รู้ตัว
รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากของเราห่างกันเพียงมิลลิเมตร "เธอก็รู้ดีว่าฉันไม่ใช่คนใจดีอย่างที่ใครเขาพูดกัน... โดยเฉพาะกับคนที่ฉันอยากเก็บไว้เป็นของส่วนตัวเพียงคนเดียว"
เธอกดจูบลงบนขมับของฉันอย่างแผ่วเบา แต่มันกลับทิ้งรอยตราตรึงที่ทำให้ฉันขยับหนีไปไหนไม่ได้ ราวกับถูกมนต์สะกดที่ลากให้ฉันจมดิ่งลงสู่ความสัมพันธ์ที่คลุมเครือนี้อย่างเต็มใจและจำนนในคราวเดียวกัน
ทว่าในจังหวะที่ฉันกำลังจะเอ่ยตอบ เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของรินรดาที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้น หน้าจอที่สว่างวาบขึ้นเผยให้เห็นชื่อคนที่ส่งข้อความมา... มันไม่ใช่ข้อความจากคนในมหาวิทยาลัย แต่มันคือชื่อที่รินรดาเคยบอกว่า 'ลืมไปแล้ว'
รินรดาผละออกทันที ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มเมื่อครู่กลับกลายเป็นความเย็นชาที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอ่านด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ก่อนจะหันมามองฉันด้วยแววตาที่ฉันอ่านไม่ออก
"มินตรา... คืนนี้เธอคงต้องกลับไปก่อน" เธอพูดเสียงเรียบ "มีคนที่ฉันพยายามจะหนีให้พ้น กำลังจะปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง... และถ้าเธอไม่อยากตายทั้งเป็น อย่าได้คิดที่จะกลับมาที่นี่จนกว่าฉันจะอนุญาต"
ก่อนที่ฉันจะทันได้ถามอะไร มือหนาก็คว้าแขนฉันแล้วลากไปที่ประตูห้อง เธอผลักฉันออกไปข้างนอกอย่างแรงจนฉันเกือบจะล้มลง ประตูห้องชมรมปิดลงดัง *ปัง* พร้อมกับการล็อกกลอนจากด้านใน
ฉันยืนเคว้งอยู่หน้าห้องด้วยความสับสน และในวินาทีที่ฉันกำลังจะก้าวเดินออกไปจากระเบียงทางเดินนั้นเอง เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังขึ้นจากปลายทางเดิน... คนที่เดินตรงมาทางห้องของรินรดาด้วยท่าทีคุ้นเคย และเมื่อบุคคลนั้นเดินผ่านแสงไฟ เผยให้เห็นใบหน้าที่ฉันรู้จักดีจากรูปถ่ายเก่าๆ ในแฟ้มข้อมูลของชมรม... พี่รินรดาไม่ได้บอกว่า 'คนคนนั้น' เสียชีวิตไปแล้วงั้นเหรอ?
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตอนนี้นะคะ หวังว่าหัวใจของรีดเดอร์ทุกคนจะยังเต้นเป็นจังหวะเดียวกับมินตรานะคะ กลิ่นลิลลี่สีขาวค่ะ
รุ่นพี่ครับ ขอเลกเชอร์...หัวใจ•ตอนที่ 23
ความสัมพันธ์ที่คลุมเครือ
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่ครับ ขอเลกเชอร์...หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!