"ถ้าเธอเปิดอ่านมันถึงหน้าสุดท้าย... แปลว่าฉันซ่อนความรู้สึกไว้ไม่มิดแล้วล่ะ"
มินตราสะดุ้งสุดตัว นิ้วเรียวที่กำลังจะพลิกหน้ากระดาษแผ่นต่อไปชะงักกึก ลมหายใจของเธอสะดุดไปเสี้ยววินาทีเมื่อเสียงทุ้มนุ่มของรินรดาที่เคยพูดไว้เมื่อวานซืนดังซ้อนทับขึ้นมาในโสตประสาท สมุดเลกเชอร์สันห่วงสีครีมเล่มหนา หนักอึ้งอยู่ในมือของเด็กสาวปีหนึ่งราวกับมันบรรจุวัตถุอันตรายที่พร้อมจะระเบิดความลับทุกเมื่อ
ห้องสมุดคณะเงียบสงบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นโครมครามดังแข่งกับนาฬิกาแขวนผนัง
กลิ่นกระดาษเก่าผสมผสานกับกลิ่นชาอุ่นๆ จางๆ ที่ยังคงติดอยู่บนปลายนิ้ว ทำให้มินตรานึกถึงแผ่นหลังบอบบางแต่ดูมั่นคงของรุ่นพี่ปีสี่ ทุกตัวอักษรในสมุดเลกเชอร์เล่มนี้ถูกคัดด้วยลายมือบรรจง เป็นระเบียบเรียบร้อย สะท้อนตัวตนของรินรดาผู้เพียบพร้อมและยากจะเข้าถึง... แต่ในยามนี้ มันกลับกลายเป็นเขาวงกตที่ซ่อนเร้นความลับบางอย่างที่มินตราไม่เคยคาดคิดมาก่อน
ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นใสจ้องมองรอยหมึกปากกาหมึกซึมสีน้ำเงินเข้มบนหน้ากระดาษหน้าที่ส,สามสิบเจ็ด ซึ่งปกติแล้วควรจะเป็นสรุปสูตรแคลคูลัสที่ยุ่งเหยิง ทว่าตรงมุมขวาล่าง กลับมีข้อความเขียนด้วยลายมือหวัดกว่าปกตินิดหน่อย ราวกับเจ้าตัวรีบเขียนมันลงไปก่อนที่ใครจะผ่านมาเห็น
*‘ตัวเล็กไปหน่อย... หมายถึงฟอนต์ที่จดน่ะนะ (รึเปล่า?)’*
มินตราเม้มริมฝีปากแน่น แก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่อโดยอัตโนมัติ เธอยังจำวันที่รินรดายื่นสมุดเลกเชอร์เล่มนี้ให้ได้ดี รุ่นพี่ทำเพียงแค่ดันมันมาตรงหน้า ขยับแว่นเล็กน้อยแล้วเอ่ยเสียงเรียบว่า "อ่านให้ออกแล้วกัน" โดยไม่สบตาด้วยซ้ำ ใครจะไปคิดว่าภายใต้ความใจดีแบบขอไปทีนั้น จะแอบซ่อนความใส่ใจและลูกเล่นแพรพราวแบบนี้เอาไว้
มือบางพลิกกระดาษไปอีกสองหน้า หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล เมื่อพบว่าข้อความเริ่มถี่ขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับบทเรียน
หน้าสี่สิบ...
*‘วันนี้บ่นอุบอิบอีกแล้วตอนโจทย์ยาก... น่ารักดี’*
หน้าสี่สิบห้า...
*‘อย่าลืมกินวิตามินซีล่ะ หน้าซีดเป็นไก่ต้มแล้วนะยัยมิน’*
หน้าห้าสิบ...
ข้อความในหน้านี้กินพื้นที่เกือบครึ่งหน้ากระดาษ รินรดาไม่ได้เขียนสรุปเนื้อหาบทเรียน แต่ทิ้งร่องความคิดที่เต็มไปด้วยความลังเล ลายมือตรงนั้นเริ่มเอียงเล็กน้อย เหมือนเจ้าตัวกำลังต่อสู้กับบางอย่างในใจ
*‘บางที... การมีใครสักคนมานั่งมองเวลาตั้งใจอ่านหนังสือ มันก็ไม่ได้แย่... ยิ่งเป็นเด็กดื้อที่ชอบทำตาโตเวลาเจอโจทย์ยาก ยิ่งทำให้สมาธิหลุดง่ายกว่าที่คิด’*
มินตราเอามือปิดปาก กลั้นเสียงอุทานที่เกือบจะหลุดออกมาจากลำคอ ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านจากกลางอกลามเลียไปทั่วร่าง ความกลัวที่เคยมีว่าตัวเองเป็นเพียง "รุ่นน้องน่ารำคาญ" ที่เข้ามาเกาะแกะ ถูกปัดเป่าให้สลายหายไปในพริบตา พี่รินไม่ได้รำคาญเธอ... ไม่เลยสักนิด
แต่ความหวานซึ้งนั้นยังไม่ทันได้ตกตะกอนเต็มที่ สมุดเลกเชอร์ในมือก็ถูกลมจากหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้พัดพลิกไปจนถึงหน้าสุดท้าย... หน้าที่หกสิบห้า หน้าสุดท้ายของเล่ม
ที่นั่น ไม่มีสูตรคำนวณ ไม่มีรอยหมึกสีน้ำเงินคุ้นตา มีเพียงกระดาษโน้ตสีเหลืองอ่อนแผ่นเล็กถูกแปะทับไว้ ลายมือของรินรดาในแผ่นนั้นนิ่งสนิท ดำดิ่ง และจริงจังเสียจนมินตราต้องกลั้นหายใจ
*‘ถ้าเธออ่านถึงตรงนี้... แปลว่าเราคงเลยคำว่า ‘รุ่นพี่รุ่นน้อง’ ไปไกลแล้วล่ะมินตรา’*
*‘ถ้ารู้สึกตรงกัน... พรุ่งนี้เลิกเรียน เจอกันที่เดิม ใต้ต้นราชพฤกษ์... พี่มีคำตอบที่เธออยากฟังมารออยู่’*
มินตราอ่านประโยคสุดท้ายซ้ำไปซ้ำมา สมองขาวโพลน หัวใจเต้นรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก พรุ่งนี้เหรอ? ใต้ต้นราชพฤกษ์? หมายความว่า... พี่รินรู้มาตลอดเลยเหรอว่าเธอคิดอะไรอยู่? และที่สำคัญ... พี่รินเองก็...
"เจออะไรอยู่เหรอ ยัยมิน หน้าแดงเชียว"
เสียงกระซิบกระซาบที่ดังขึ้นข้างหูอย่างกะทันหัน ทำให้มินตราช็อกสุดขีด เธอสะดุ้งเฮือก ปิดสมุดเลกเชอร์เสียงดังสนั่นจนคนในห้องสมุดหันมามองเป็นตาเดียว
"ฟ้าใส! บ้าจริง ตกใจหมดเลย!" มินตราหอบหายใจถี่ ทุบไหล่เพื่อนสนิทที่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ด้วยความหมั่นไส้ ขณะที่ฟ้าใสยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับราวกับเรดาร์จับพิรุธทำงานเต็มที่
"แหม ก็เห็นนั่งยิ้มคนเดียวเคลิ้มเชียว สมุดเลกเชอร์ศักดิ์สิทธิ์ของท่านประธานชมรมมีอะไรดี ถึงทำให้เด็กเนิร์ดแถวนี้อาการออกขนาดนี้ฮึ?" ฟ้าใสทำท่าจะแย่งสมุดเลกเชอร์ในมือ มินตราจึงรีบดึงมันเข้าหาตัวแล้วกอดแนบอกแน่นราวกับไข่ในหิน
"ะ...เปล่าซะหน่อย ไม่มีอะไร!" มินตราปฏิเสธเสียงสูง แก้มร้อนฉ่าจนลามไปถึงใบหู รอยยิ้มที่พยายามหุบเท่าไหร่ก็หุบไม่ลงยิ่งทำให้ฟ้าใสจับพิรุธได้ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม
"ไม่มีอะไรร, แต่อาการเหมือนคนกำลังจะถูกขอแต่งงานเลยนะยะ ไหนดูซิ... อุ๊ย!"
จังหวะที่ฟ้าใสแกล้งพุ่งตัวเข้ามาแย่งสมุด มินตราเบี่ยงตัวหลบอย่างลิบลับ แต่เพราะความลนลาน ทำให้สมุดเลกเชอร์เล่มหนาหลุดมือ ร่วงหล่นลงไปบนพื้น ทว่าสิ่งที่ทำให้ทั้งคู่ต้องหยุดชะงัก ไม่ใช่เพราะสมุดตก...
แต่เป็นเพราะมีมือเรียวของใครอีกคนก้มลงหยิบมันขึ้นมาจากพื้นตัดหน้าพวกเธอเสียก่อน
กลิ่นหอมจางๆ ของดอกลิลลี่ขาวที่คุ้นเคยลอยแตะจมูก พร้อมกับเงาร่างโปร่งที่คุ้นตาภายใต้เสื้อเชิ้ตนักศึกษารีดเรียบ มินตราตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับเจ้าของมือคู่นั้น
รินรดายืนอยู่ตรงนั้น ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้...
ดวงตาสคมนิ่งสงบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองใบหน้าแดงก่ำของมินตราสลับกับสมุดเลกเชอร์ในมือ ก่อนที่ริมฝีปากบางเฉียบจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและมีอิทธิพลต่อหัวใจของมินตรามากที่สุดในโลก
"ยังอ่านไม่ถึงหน้าสุดท้ายไม่ใช่เหรอ... ทำไมทำหน้าเหมือนความลับแตกซะแล้วล่ะ หืมน้องมิน"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์ของน้องมินกับพี่รินนะคะ - กลิ่นลิลลี่สีขาว
รุ่นพี่ครับ ขอเลกเชอร์...หัวใจ•ตอนที่ 6
ความลับในหน้ากระดาษ
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่ครับ ขอเลกเชอร์...หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!