รุ่นพี่ครับ ขอเลกเชอร์...หัวใจ•ตอนที่ 5

เพื่อนสนิทตัวแสบ

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
“เลิกซ่อนตัวอยู่หลังเด็กปีหนึ่ง แล้วหันมาคุยเรื่อง ‘ของเรา’ ได้หรือยัง?” ประโยคคำถามนั้นไม่ได้ลอยหายไปกับสายลม หากแต่มันตกลงมากลางวงเสมือนก้อนน้ำแข็งที่ถูกทุ่มลงบนผืนน้ำนิ่งสนิท มินตราสะดุ้งเล็กน้อย ร่างบางในชุดนักศึกษาปีหนึ่งก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณเมื่อเงาร่างของหญิงสาวแปลกหน้า—ผู้มาพร้อมกับเสื้อสูทเข้ารูปและแววตากร้าวร้าว—ก้าวล้ำเข้ามาในอาณาเขตของรินรดา กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าราคาแพงลอยปะทะจมูก ชวนให้รู้สึกฉุนกึกมากกว่าความหอมหวาน รินรดายังคงยืนนิ่ง ไหล่บางภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดเกร็งขึ้นเล็กน้อยจนมินตราสังเกตเห็น นิ้วเรียวที่เคยถือปากกาจดเลกเชอร์กำเข้าหากันแน่นจนข้อต่องอขาวซีด “ฉันไม่มีอะไรจะต้องคุยกับเธออีกแล้ว... พิมพ์” เสียงของรินรดาแหบพร่าลงกว่าปกติ มันไม่ใช่เสียงนิ่งเรียบอย่างที่มินตราเคยได้ยินยามที่อีกฝ่ายสอนเรื่องยากๆ ในห้องสมุด แต่มันคือเสียงที่สั่นไหว... สั่นด้วยความโกรธ หรือบางทีอาจเป็นความเจ็บปวดที่ถูกเก็บซ่อนไว้ใต้ก้นบึ้งของความทรงจำ “ไม่มีอะไรคุยอย่างนั้นเหรอ? หึ...” ผู้หญิงที่ชื่อพิมพ์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองมินตราหัวจรดเท้าด้วยสายตาสมเพชแกมดูถูก “นี่เหรอเด็กใหม่ที่เธอเอามาใช้บังหน้า? ริน... เธอตกต่ำถึงขนาดต้องลดตัวมาเล่นขายของกับเด็กกะโปโลแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?” มินตราเม้มปากแน่น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความตกใจและความโกรธที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอก เธอน่ะเหรอเด็กกะโปโล? เธอน่ะเหรอตัวบังหน้า? แม้ในใจจะอยากก้าวออกไปปกป้องรุ่นพี่ที่เธอมองว่าสูงค่าราวกับดวงดาว แต่ความขี้ขลาดและปมด้อยในใจก็ทำให้ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น “อย่ามาพาลใส่คนอื่น พิมพ์” รินรดาก้าวข้ามตัวมินตรามาบังรุ่นน้องปีหนึ่งไว้ครึ่งตัว สายตาที่เคยอ่อนโยนยามมองมินตรา บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นคมกริบราวนใบมีดอาบยาพิษ “เรื่องของเรามันจบไปนานแล้ว ตั้งแต่วันที่เธอเลือกเดินออกไปเอง” “จบ? คิดเหรอว่าเรื่องระหว่างเรามันจะจบลงง่ายๆ แค่คำพูดเห็นแก่ตัวของเธอน่ะ!” พิมพ์ก้าวประชิด ท่าทางคุกคามจนรินรดาต้องถอยหลังไปครึ่งก้าว ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังระอุจนแทบจะเผาไหม้ทุกอย่างให้เป็นจุล เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับถุงกระดาษใส่กาแฟเย็นสามแก้วก็ดังแทรกขึ้นมาทำลายความตึงเครียด “อุ๊ย! ขอทางหน่อยค่า! มือถือของหนักมาก กาแฟจะหกใส่หัวใครไหมเนี่ย!” ฟ้าใส... เพื่อนสนิทตัวแสบของมินตราโผล่พรวดออกมาจากมุมเสาตึก คล้ายภูตจิ๋วที่ถูกอัญเชิญมาผิดเวลาแต่ถูกจังหวะอย่างไม่น่าเชื่อ ร่างท้วมเล็กน้อยแต่คล่องแคล่วพุ่งเข้ามาแทรกกลางระหว่างวงสนทนาราวกับรถถังไร้เบรก จนพิมพ์ต้องกระโดดถอยหลังด้วยความตกใจ “เฮ้ย! อะไรเนี่ย เดินยังไงไม่ดูตาม้าตาเรือ!” พิมพ์ชักสีหน้าด้วยความไม่พอใจ สะบัดกระโปรงสูทหนีหยดน้ำที่กระเซ็นจากหลอดดูด “อ้าว ขอโทษด้วยนะคะ พอดีรีบไปหน่อย กลัวกาแฟละลายหมดความอร่อย” ฟ้าใสฉีกยิ้มหวานหยด ยิ้มแบบที่มินตราเห็นแล้วรู้ทันทีว่า ‘ภัยสังคมกำลังทำงาน’ ฟ้าใสแกล้งทำเป็นสะดุดขาตัวเองเล็กน้อยจนตัวเซไปชนแขนของพิมพ์เข้าอย่างจัง พร้อมกับส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาให้มินตราทางหางตา เป็นสัญญาณลับที่พวกเธอนัดแนะกันไว้—*แผนกู้ภัยฉุกเฉินเริ่มทำงานแล้วโว้ย!* “มิน! ยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะ แกบอกฉันเองไม่ใช่เหรอว่าต้องรีบไปส่งเลกเชอร์คืนให้รินรดาที่ห้องสมุดก่อนอาจารย์จะมาตรวจ! ปล่อยให้รุ่นพี่เคลียร์ ‘ธุระส่วนตัว’ ไปเถอะน่า แกสองคน... ไปกันได้แล้ว!” ฟ้าใสไม่รอช้าคว้าข้อมือของมินตราดึงให้หลุดจากวังวนความกดดันทันที แรงดึงนั้นทำให้มินตราเซถลา แต่มืออีกข้างของเธอกลับคว้าข้อมือของรินรดาไว้โดยอัตโนมัติด้วยสัญชาตญาณของการปกป้อง “รุ่นพี่... ไปกันเถอะค่ะ” มินตราเอ่ยเสียงเบา แต่หนักแน่นพอที่จะดึงสติของรินรดาให้หลุดออกจากภวังค์แห่งความเจ็บปวด รินรดากะพริบตาปริบๆ มองมือเล็กๆ ของรุ่นน้องปีหนึ่งที่กุมข้อมือตนเองไว้ ความอุ่นซ่านจากฝ่ามือของมินตราแผ่ซ่านทะลุกระแสเลือดเข้ามาถึงหัวใจที่ด้านชา พิมพ์อ้าปากจะพูดยื้ออะไรบางอย่าง แต่ฟ้าใสก็แกล้งทำเป็นสำลักกาแฟเสียงดังลั่นจนกลบเสียงทุกอย่าง “แค่กๆๆ! แสบตาจัง ฝุ่นตึกคณะนี่มันร้ายกาจจริงๆ ไปค่ะคุณริน ไปเคลียร์เลกเชอร์ของเราสองคน... เอ๊ย สามคนดีกว่า ป่ะมินตรา!” ท้ายที่สุด แรงดึงของเด็กปีหนึ่งทั้งสองคนก็ลากประธานชมรมวิชาการผู้เพียบพร้อมให้เดินเลี่ยงหนีจากสนามรบย่อมๆ ออกมาได้ รินรดายอมปล่อยให้ตัวเองถูกจูงเดินตามแรงนั้น โดยมีสายตากลัดมันด้วยความแค้นของพิมพ์ไล่หลังมาตลอดทาง สองข้างทางเดินร่มรื่นไปด้วยเงาไม้ใหญ่ แต่หัวใจของมินตรากลับเต้นโครมครามราวกับวิ่งมาราธอน มือขาวยังคงกุมข้อมือของรุ่นพี่ไว้โดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งพวกเธอวิ่งมาหลบอยู่หลังมุมตึกคณะสถาปัตย์ที่เงียบสงบ ไม่มีใครพลุกพล่าน “ฮộc... แฮก นึกว่าจะตายซะแล้ว” ฟ้าใสทิ้งตัวลงพิงผนังตึก ทำท่าปาดเหงื่อปลอมๆ ก่อนจะหันมาขยิบตาให้มินตรา “ฉันช่วยไว้ขนาดนี้แล้ว ที่เหลือ... จัดการเองนะจ๊ะเพื่อนรัก ฉันขอตัวไปกินบิงซูรอแถวโรงอาหารนะ!” พูดจบ ตัวแสบประจำปีหนึ่งก็เผ่นแนบหายไปจากจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็วราวกับนินจา ทิ้งให้มินตราและรินรดายืนอยู่ตามลำพังท่ามกลางความเงียบอีกครั้ง มินตราค่อยๆ คลายมือออกจากข้อมือของรินรดา ใบหน้าเนียนใสแดงก่ำด้วยความเขินอายและตื่นตระหนก เธอก้มหน้ามองรองเท้าผ้าใบของตัวเอง ไม่กล้าสบตาคนที่แก่กว่า “มะ... ขอโทษด้วยนะคะรุ่นพี่ ที่ฉันถือวิสาสะดึงตัวออกมา... แล้วก็... เรื่องเมื่อกี้...” รินรดายังคงยืนเงียบ เธอไม่ได้ดึงมือกลับทันที ปล่อยให้ความอุ่นยังคงค้างคาอยู่ที่ผิวสัมผัส ดวงตาคู่สวยที่มักจะฉายแววฉลาดเฉลียวและใจดี บัดนี้กลับทอประกายความเปราะบางที่มินตราไม่เคยเห็นมาก่อน “ขอบคุณนะ... มินตรา” เสียงของรินรดานุ่มนวล แฝงความอ่อนล้าอย่างชัดเจน ร่างสูงกว่าก้าวเข้ามาใกล้จนมินตราได้กลิ่นหอมสะอาดประจำตัวของรุ่นพี่ กลิ่นที่ทำให้เธอยอมเอาหัวใจตัวเองมาเสี่ยงเดิมพัน มินตราเงยหน้าขึ้นสบตาโดยไม่ตั้งใจ และในวินาทีนั้นเอง... รินรดาก็เอื้อมมือเรียวมาแตะเบาๆ ที่กลุ่มผมของเธอ นิ้วมือปอยผมที่หลุดรุ่ยเพราะแรงวิ่งให้ทัดเข้ากับใบหูอย่างทะนุถนอม สัมผัสนั้นแผ่วเบาราวกับขนนก แต่กลับหนักหน่วงในความรู้สึกของคนถูกกระทำ “รุ่นพี่...” มินตราครางแผ่ว หัวใจแทบจะกระโดดออกมานอกอก “เธออยากรู้ไหม...” รินรดาก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดต้นคอจนมินตราขนลุกซู่ “...ว่าผู้หญิงคนนั้นกับฉัน เคยมีความสัมพันธ์แบบไหนกันแน่?” มินตราเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อรินรดาไม่ได้รอให้เธอตอบรับหรือปฏิเสธ แต่กลับยื่นสมุดเลกเชอร์เล่มหนามาแนบไว้ที่หน้าอกของเธอ พร้อมกับรอยยิ้มเศร้าสร้อยที่เคลือบยาพิษ “และเธอก็น่าจะรู้... ว่าเด็กปีหนึ่งอย่างเธอ ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะก้าวเข้ามาในโลกที่พังทลายของฉัน... ทำไมถึงยังดื้อด้านเข้าใกล้อยู่เรื่อยล่ะ หืมน้องมิน?” (โปรดติดตามตอนต่อไป) *ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์ของน้องมินกับพี่รินนะคะ - กลิ่นลิลลี่สีขาว*
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่ครับ ขอเลกเชอร์...หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%