"ถ้าเธอยังวางสมุดเล่มนี้ไว้ผิดที่ผิดทางแบบนี้อีกรอบ ฉันจะยึดมันเข้ากองกลางถาวรนะ มินตรา"
น้ำเสียงเรียบนิ่งที่เจือแววระอาเล็กน้อยดังขึ้นเหนือศีรษะ ขณะที่ปลายนิ้วเรียวยาวของรินรดาเคาะลงเบาๆ บนปกสมุดเลกเชอร์สันห่วงสีครีม—สมุดเล่มเดียวกับที่มินตราจงใจลืมทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานตัวยาวริมหน้าต่าง ในห้องชมรมวิชาการที่เงียบสงบยามเย็น
หัวใจของเฟรชชี่ปีหนึ่งกระตุกวูบ ไรเรี่ยวแรงขึ้นมาดื้อๆ มินตราที่แสร้งทำเป็นเดินกลับเข้ามาหยิบกระเป๋าผ้าใบโปรด ชะงักค้างอยู่กลางห้อง ร่างเพรียวบางหันกลับมาพร้อมรอยยิ้มเจื่อนที่พยายามปั้นแต่งให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด ดวงตากลมโตกระพริบปริบๆ มองรุ่นพี่ปีสี่ที่ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะ แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นใสคู่นั้นราวกับมองทะลุปรุโปร่งไปถึงแผนการอันแนบเนียนที่เธอและฟ้าใสช่วยกันสุมหัวคิดมาตลอดทางเดิน
"เอ่อ... คือว่า... มินซุ่มซ่ามเองค่ะพี่ริน" มินตราเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู ขρόนสติสัมปชัญญะที่เคยเตรียมคำแก้ตัวไว้เป็นฉากๆ พังทลายลงไม่เป็นท่าเมื่อสบเข้ากับดวงตาสีนิลคู่นั้น "มิน... มินแค่รีบไปหน่อยค่ะ กลัวตามเพื่อนไม่ทัน"
"รีบ?" รินรดาทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอเบาหวิวดังขึ้นราวกับเสียงกระซิบ ร่างสูงระหงก้าวเข้ามาใกล้ทีละนิด กลิ่นหอมอ่อนๆ ของชาขาวผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าๆ ในห้องชมรมลอยเข้าแตะจมูก ยิ่งทำให้มินตราแทบไม่กล้าหายใจ "รีบจนลืมสมุดเลกเชอร์เล่มสำคัญที่จดชีววิทยาเซลล์ ซึ่งเธอเองเพิ่งบอกฉันเมื่อวานว่า *'อ่านไม่เข้าใจเลยค่ะรุ่นพี่ ช่วยติวให้หน่อย'* เนี่ยนะ?"
ตายแน่... มินตราอยากจะมุดแผ่นดินหนีตรงนั้นให้รู้แล้วรู้รอด รอยยิ้มของรินรดาไม่ได้ดุร้าย แต่รอยยิ้มมุมปากแบบนั้นมันช่าง... รู้ทัน จนเธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กอนุบาลที่กำลังโกหกคุณครูเรื่องกินขนมก่อนมื้ออาหาร
ฟ้าใส... ยัยเพื่อนตัวดี แกบอกว่าแผนนี้เนียนที่สุดในสามโลกไม่ใช่เหรอวะ! มินตรากรีดร้องอยู่ในใจ พร้อมกับส่งสายตาอ้อนวอนไปที่สมุดเลกเชอร์ในมือของรุ่นพี่
รินรดามองเด็กสาวรุ่นน้องที่ยืนตัวลีบ ก้มหน้าคางชิดอก ปลายนิ้วเรียวพลิกเปิดสมุดเลกเชอร์หน้าล่าสุดที่เต็มไปด้วยลายมือยึกยือแต่ตั้งใจจด พร้อมกับรอยสติกเกอร์รูปแมวสีส้มแปะคั่นไว้ตรงหัวข้อที่เธอกำลังจะสอนพอดี มุมปากของประธานชมรมผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและเข้าถึงยากกระตุกขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดทับไว้ใต้ระเบียบวินัยอันเคร่งครัดเริ่มสั่นคลอน
เด็กคนนี้... ขยันหาเรื่องเข้าหาเธอจริงๆ สินะ
"เงยหน้าขึ้นมาสิ" รินรดาสั่งเสียงนุ่มขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย
มินตราช้อนตาขึ้นช้าๆ แพขนตางอนหนาสั่นระริก ใบหน้าร้อนผ่าวเมื่อพบว่าระยะห่างระหว่างเธอกับรุ่นพี่ตอนนี้เหลือเพียงแค่ก้าวเดียว รินรดายื่นสมุดเลกเชอร์คืนให้ แต่แทนที่จะรับมันทันที นิ้วมือของทั้งคู่กลับสัมผัสกันโดยบังเอิญ ความเย็นเฉียบจากแหวนเงินบนนิ้วของรินรดาตัดกับความอุ่นร้อนจากมือของมินตรา ราวกับกระแสไฟอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วร่างจนมินตราต้องรีบชักมือกลับราวกับถูกน้ำร้อนลวก
"ข... ขอบคุณค่ะพี่ริน" เสียงเธอดังแผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปกับเสียงเครื่องปรับอากาศในห้อง
รินรดายืนนิ่ง มองท่าทางเก้ๆ กังๆ ของรุ่นน้องปีหนึ่งด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา ภายใต้ท่าทีที่ดูสุขุมและนิ่งเฉย ใครจะรู้ว่าหัวใจของเธอก็เต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่เห็นรอยยิ้มสดใสไร้เดียงศานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... ความพยายามอันเงียบเชียบและซุ่มซ่ามที่เธอแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นมาตลอดหลายสัปดาห์
"วันหลังไม่ต้องลืมหรอก" รินรดาถอนหายใจยาวเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าเป้ของตัวเองขึ้นมาสะพายไหล่ "อยากให้ติวให้ ก็แค่บอกตรงๆ... ฉันไม่ใช่คนใจร้ายขนาดนั้น"
คำพูดนั้นทำ M-Target ของมินตราพุ่งทะยานเกินร้อย หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน รินรดาไม่ได้ดุ! แถมยัง... เหมือนจะรู้ด้วยซ้ำว่าเธอลืมของเพราะอะไร!
"จ... จริงนะคะ!" มินตราเผลอหลุดอุทานด้วยความดีใจ ดวงตากลมโตเป็นประกายเจิดจ้าขึ้นมาทันที ราวกับลูกแมวที่ได้ปลาทูตัว and กลิ่นอายความหม่นหมองเมื่อครู่หายวับไปกับตา "งั้น... เย็นนี้... พี่รินว่างไหมคะ? มินมีร้านชาบูเปิดใหม่ข้างมอ..."
รินรดายกมือขึ้นห้ามเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มบางที่จุดประกายขึ้นบนใบหน้าสวย "วันนี้ไม่ได้ ฉันมีธุระต่อ... ไว้เป็นวันอื่น"
น้ำเสียงนั้นแม้จะปฏิเสธ แต่กลับไม่ได้ใจร้าย มินตราพยักหน้ารับหงิกๆ อย่างเข้าใจ ถึงจะเสียดายแต่แค่นี้ก็ถือว่ากำไรชีวิตมหาศาลแล้วสำหรับคนแอบชอบ
ทั้งสองคนเดินเคียงข้างกันออกมาจากห้องชมรม บรรยากาศยามเย็นของมหาวิทยาลัยเริ่มโพล้เพล้ แสงสีส้มอมชมพูของท้องฟ้าสะท้อนกับกระจกอาคารเรียน สาดไล้ลงบนเรือนผมและไหล่บางของรินรดาจนดูราวกับภาพวาด มินตราลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของรุ่นพี่ในดวงใจเงียบๆ พลางคิดว่าต่อให้สมุดเลกเชอร์เล่มนี้จะต้องหายอีกกอบ เธอก็ยอม...
แต่ทว่า ในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังจะเดินพ้นประตูทางออกตึกคณะวิชาการ ร่างสูงของใครบางคนในชุดสูทลำลองก็ก้าวสวนเข้ามาขวางทางไว้เสียก่อน
"ริน..." เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความคุ้นเคยระดับวงใน "รอนานไหม? พอดีประชุมสภาคณาจารย์เลทนิดหน่อย... อ้าว น้องมินตรา อยู่ด้วยเหรอเนี่ย"
มินตราเบิกตากว้างเมื่อเงยหน้าขึ้นมองบุคคลมาใหม่—พี่กรณ์ รองประธานสรุปและอาจารย์ที่ปรึกษาพิเศษของชมรม ผู้ชายที่ฟ้าใสเคยกระซิบเตือนภัยว่าเป็น 'คู่แข่งหัวใจ' ตัวฉกาจเพราะสนิทสนมกับรินรดามาตั้งแต่ปีหนึ่ง
รินรดาชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าเรียบนิ่งแปรเปลี่ยนเป็นความอึดอัดอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นว่าใครมาปรากฏตัวตรงนี้
"พี่กรณ์..." รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ "มีธุระอะไรด่วนเหรอคะ ถึงตามมาถึงนี่"
กรณ์ยิ้มกริ่ม เอื้อมมือทำทีจะแตะไหล่บางของรินรดา แต่รุ่นพี่สาวถอยหลังหลบครึ่งก้าวอย่างเป็นธรรมชาติ "ก็เรื่องโครงการสัมมนาภาคฤดูร้อนที่เราต้องไปดูงานด้วยกันสองคนไงล่ะ... พี่จองร้านอาหารแถวนี้ไว้แล้ว ไปทานข้าวกันเถอะ รินน่าจะหิวแล้วนะ"
มินตราช็อกไปชั่วขณะ ความอบอุ่นหัวใจเมื่อครู่วันนี้ถูกแช่แข็งลงในพริบตา รอยยิ้มของพี่กรณ์บาดลึกเข้ามาในความรู้สึกของเฟรชชี่ตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่เพิ่งจะกล้าก้าวเข้ามาในโลกของรุ่นพี่
รินรดาเหลือบสายตากลับมามองมินตราที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างๆ แววตาคู่คมไหววับด้วยความรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างหน้าที่ที่ปฏิเสธไม่ได้ กับความรู้สึกบางอย่างที่เธอไม่อยากให้อีกคนเข้าใจผิด
"มินตรา..." รินรดาเอ่ยชื่อเด็กสาวเบาหวิวยามเมื่อกรณ์หันไปมอง
(ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์ที่เริ่มสั่นคลอนนี้ได้ในตอนต่อไปค่ะ - กลิ่นลิลลี่สีขาว)
รุ่นพี่ครับ ขอเลกเชอร์...หัวใจ•ตอนที่ 8
ความบังเอิญที่ตั้งใจ
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่ครับ ขอเลกเชอร์...หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!