"นี่เป็นรอบที่สามของสัปดาห์แล้วนะ มินตรา"
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความนัยของ 'รินรดา' ทำเอาคนที่กำลังก้มหน้าก้มตาจดจ่ออยู่กับสมุดเลกเชอร์ในมือชะงักกึก มินตราสัมผัสได้ถึงไออุ่นจางๆ จากปลายนิ้วของรุ่นพี่ปีสี่ที่ยังคงแตะอยู่ที่มุมสมุดเลกเชอร์เล่มหนา เธอเงยหน้าขึ้นสบตาคู่สวยคู่นั้น—ดวงตาที่ดูเหมือนจะอ่านใจคนได้ทะลุปรุโปร่งจนเธอต้องรีบหลบสายตาไปมองโต๊ะไม้ตัวยาวในห้องสมุดแทน
"คือ... หนูจดตรงส่วนของทฤษฎีกลศาสตร์ไม่ทันจริงๆ ค่ะพี่ริน" มินตราเอ่ยเสียงอ้อมแอ้ม หัวใจในอกเต้นรัวราวกับกลองรบ พยายามเหลือบมองเพื่อนสนิทอย่าง 'ฟ้าใส' ที่นั่งเยื้องออกไป ซึ่งตอนนี้กำลังทำท่าปิดปากกลั้นขำจนไหล่สั่น
"วิชาเดียวกัน ภาควิชาเดียวกัน... แถมเรายังนั่งเรียนแถวเดียวกันตลอด" รินรดาปล่อยมือจากสมุดเลกเชอร์ แต่ไม่ได้ถอยห่างออกไป เธอกลับโน้มตัวลงมาเล็กน้อยจนมินตราได้กลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวของรุ่นพี่—กลิ่นกระดาษเก่าผสมกับน้ำหอมกลิ่นพีชอ่อนๆ "เธอคิดว่าฉันความจำสั้นขนาดนั้นเลยเหรอ มินตรา?"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ได้ยินเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษของนักศึกษาคนอื่นในห้องสมุด มินตรารู้สึกว่าใบหน้าของตัวเองกำลังขึ้นสีจัด เธอไม่ใช่คนโกหกเก่ง และมุกเดิมๆ ที่ใช้เพื่อเข้าใกล้รุ่นพี่คนนี้เริ่มจะดูตื้นเขินเกินไปเสียแล้ว
"หนู... หนูแค่..." มินตราอึกอัก มือไม้เริ่มอยู่ไม่สุข เธอตัดสินใจเงยหน้าขึ้นสู้สายตาอีกครั้ง แม้ขาจะสั่นอยู่ใต้โต๊ะ "หนูแค่ชอบลายมือพี่รินค่ะ เวลาอ่านที่พี่จด มันเข้าใจง่ายกว่าในหนังสือตั้งเยอะ เหมือนพี่... เขียนมาเพื่อให้อ่านง่ายๆ แค่สำหรับหนูคนเดียว"
ประโยคที่เผลอหลุดปากออกไปทำเอาทั้งโต๊ะเงียบสนิท แม้แต่ฟ้าใสที่นั่งอมยิ้มอยู่ยังหยุดชะงัก รินรดาชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาที่เคยนิ่งสงบดั่งผิวน้ำยามไร้ลมไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนที่มุมปากบางเฉียบของเธอจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยาก
"ปากหวานนะเราน่ะ" รินรดากระซิบเบาๆ แต่กลับดังก้องในโสตประสาทของมินตรา "เอาเถอะ อยากยืมก็ยืมไป แต่อย่าให้เห็นว่าทำเลอะอีกล่ะ เล่มนี้สำคัญกับฉันมาก"
รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อนักศึกษาให้เข้าที่ ก่อนจะหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้มินตรานั่งนิ่งค้างอยู่ในภวังค์ ความรู้สึกที่เหมือนโดนรุกกลับทำให้อะดรีนาลีนในตัวพุ่งพล่าน เธอไม่ได้แค่ถูกจับได้ แต่เหมือนกำลังถูก 'ต้อน' เข้าสู่กับดักที่อีกฝ่ายวางไว้เสียเอง
"ยัยมิน! แกเกือบไปแล้วนะเมื่อกี้" ฟ้าใสขยับเข้ามาใกล้พร้อมกระซิบเสียงต่ำ "แกเห็นสายตาพี่เขาไหม? นั่นมันไม่ใช่สายตาที่มองรุ่นน้องจอมตื๊อนะเว้ย มันคือสายตาของคนที่กำลังรอให้แกเล่นบทต่อไปต่างหาก!"
มินตราเม้มปากแน่น ความรู้สึกที่ว่ารินรดา 'เฝ้ามอง' เธออยู่ก่อนแล้วในบทก่อนหน้ายังคงค้างคาใจ นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ การที่รุ่นพี่คนนี้ยอมให้เธอยืมเลกเชอร์ซ้ำๆ ไม่ใช่เพราะความใจดี แต่มันคือการ 'เปิดช่อง' ให้เธอได้ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
มินตราก้มลงมองสมุดเลกเชอร์ในมือ ในหน้ากระดาษนั้น นอกจากเนื้อหาการเรียนที่จดไว้อย่างเป็นระเบียบแล้ว ตรงมุมล่างของกระดาษหน้าสุดท้าย มีข้อความเล็กๆ ที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ของรินรดาปรากฏอยู่—ลายมือที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
*‘ถ้าอยากอ่านง่ายกว่านี้... ลองมานั่งข้างๆ ฉันในการบรรยายครั้งหน้าดูไหม?’*
มินตราเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอรีบเงยหน้ามองหาแผ่นหลังของรินรดาที่เดินลับออกไปทางประตูห้องสมุด ทว่าจังหวะนั้นเอง เธอกลับเห็นภาพที่ทำให้ลมหายใจสะดุด รินรดาไม่ได้เดินกลับไปที่อาคารเรียน แต่เธอกำลังยืนคุยกับใครบางคนที่คุ้นตา... ผู้ชายที่มินตราจำได้แม่นว่าเป็นอดีตคนรักของรินรดาที่เคยเป็นข่าวใหญ่ในคณะ
ชายคนนั้นกำลังยื่นช่อดอกลิลลี่สีขาวให้รินรดา และวินาทีนั้น รินรดาก็หันกลับมามองที่หน้าต่างห้องสมุด—ตรงจุดที่มินตรากำลังยืนมองอยู่พอดี สายตาของเธอไม่ได้มีความอบอุ่นเหมือนเมื่อครู่ แต่มันคือความว่างเปล่าที่เย็นยะเยือก ก่อนที่เธอจะรับช่อดอกไม้นั้นไว้อย่างเชื่องช้า
รินรดากำลังเล่นเกมอะไรกับเธอกันแน่? หรือทั้งหมดนี้เป็นเพียงละครฉากหนึ่งที่เธอถูกดึงเข้ามาเป็นตัวประกอบในชีวิตของรุ่นพี่ที่ใครต่างก็หมายปองคนนี้?
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรักที่แอบซ่อนอยู่ในตัวอักษรของมินตราและรินรดา แล้วพบกันตอนหน้าครับ - กลิ่นลิลลี่สีขาว
รุ่นพี่ครับ ขอเลกเชอร์...หัวใจ•ตอนที่ 2
มุกเดิมที่ใช้ได้ผล
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่ครับ ขอเลกเชอร์...หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!