รุ่นพี่ครับ ขอเลกเชอร์...หัวใจ•ตอนที่ 3

กลิ่นน้ำหอมของรุ่นพี่

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
"ถ้าจะจดจ้องขนาดนั้น ช่วยจดสิ่งที่ฉันสอนลงในสมุดด้วยจะดีกว่าไหมคะ?" น้ำเสียงราบเรียบแต่ทิ้งจังหวะกังวานในความเงียบสงัดของห้องสมุดโซนวิจัยส่วนตัว มินตราสะดุ้งสุดตัว ปลายปากกาที่เคยจรดค้างอยู่บนกระดาษเลื่อนไถลจนเกิดรอยขีดเขียนที่ไม่เป็นรูปเป็นร่าง เธอรีบก้มหน้าซ่อนใบหน้าที่กำลังร้อนผ่าวราวกับโดนไฟลวก รินรดานั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ห่างออกไปเพียงโต๊ะไม้โอ๊กตัวกั้น เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากตำราเรียนวิชาเลือกเสรีที่กำลังทบทวนอยู่ มือเรียวสวยที่มีเพียงนาฬิกาข้อมือสายหนังสีน้ำตาลเรือนบางคอยประดับข้อมือพลิกหน้ากระดาษอย่างแผ่วเบา ทุกท่วงท่าของรุ่นพี่ปีสี่ดูสงบนิ่งราวกับกระแสน้ำลึกที่ไม่มีวันกระเพื่อม ผิดกับหัวใจของมินตราที่ตอนนี้เต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "ม...มินแค่..." เสียงของเธอขาดห้วง มินตรากลืนน้ำลายลงคอ พยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจาย "มินแค่กำลังคิดว่า... ประโยคที่พี่รินอธิบายเมื่อกี้ มันยากจังค่ะ" รินรดาค่อยๆ ปิดตำราเล่มหนาลง เสียงกระทบของปกหนังสือดังแผ่วเบาแต่มันกลับดังก้องในโสตประสาทของคนฟัง หญิงสาวร่างสูงย้ายตำแหน่งมานั่งเก้าอี้ตัวข้างๆ อย่างถือวิสาสะ กลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวของรุ่นพี่คนนี้โชยมาปะทะจมูก กลิ่นของไวท์มัสก์ผสมกับความเย็นเยียบของหนังสือเก่าและไอแดดอ่อนๆ—เป็นกลิ่นที่ทำให้นึกถึงความอบอุ่นที่แฝงไปด้วยความห่างเหิน "ยากตรงไหนคะ?" ใบหน้าของรินรดาขยับเข้ามาใกล้จนมินตราสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่สม่ำเสมอ ร่างสูงใช้ปลายนิ้วชี้แตะลงบนกระดาษเลกเชอร์ของมินตรา แตะเบาๆ ตรงจุดที่เขียนผิด "ตรงนี้... น้องมินพยายามข้ามขั้นตอนไปหน่อย เหมือนกับคนที่กำลังรีบหาทางออก ทั้งที่ความจริงแล้ว ความงามของวิชานี้อยู่ที่ 'การดื่มด่ำกับวิธีแก้ปัญหา' ต่างหาก" มินตรามองตามปลายนิ้วนั้น ใจดวงน้อยสั่นไหวไม่ใช่เพราะเนื้อหาวิชา แต่เพราะระยะห่างที่ร่นเข้ามาจนเธอกลั้นหายใจ เธอแอบมองเสี้ยวหน้าของรุ่นพี่—สันกรามคมชัด ผิวขาวจัดที่ดูเรียบเนียนเหมือนกระเบื้องเคลือบ และดวงตาคู่สวยที่ซ่อนความนัยบางอย่างเอาไว้เสมอ *พี่รินรดากำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่?* คำถามจากบทสนทนากับฟ้าใสเมื่อตอนกลางวันย้อนกลับเข้ามาในหัว 'แก ระวังไว้นะ รินรดาน่ะเขาไม่ได้แค่เรียนเก่ง แต่เขาอ่านคนเก่งด้วย คนแบบนั้นถ้าไม่หว่านเสน่ห์เล่น ก็อาจจะกำลังมองหาใครสักคนไว้เป็นเบี้ยในเกมของเขาก็ได้' "พี่ริน..." มินตราตัดสินใจรวบรวมความกล้า เอ่ยออกมาเบาๆ ขณะที่มือยังคงกำปากกาแน่น "ถ้ามินไม่ฉลาดพอที่จะทันเกมของพี่ พี่จะเบื่อมินไหมคะ?" บรรยากาศรอบตัวนิ่งงันไปอึดใจ รินรดาชะงักมือที่กำลังแตะหน้ากระดาษ เธอค่อยๆ หันกลับมามองหน้ามินตรา สายตาของรุ่นพี่ไม่ได้ดุดัน แต่กลับลึกซึ้งจนคนถูกมองรู้สึกเหมือนกำลังจมลงในมหาสมุทรที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง "ใครบอกว่าเราเป็นเบี้ยล่ะคะ?" รินรดาเอียงคอเล็กน้อย มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่มองไม่ออกว่าคือความเอ็นดูหรือการเย้าแหย่ "บางครั้ง สิ่งที่ดูเหมือนเกม... ความจริงแล้วอาจจะเป็นแค่การที่ใครบางคน 'กลัว' ที่จะก้าวเข้ามาหาตรงๆ ก็ได้" มือของรินรดาเอื้อมมาปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากมินตราอย่างอ่อนโยน สัมผัสแผ่วเบาที่ปลายนิ้วทำให้ร่างของเฟรชชี่ปีหนึ่งแข็งทื่อไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยเหมือนจะหยุดเต้น กลิ่นหอมของน้ำหอมรุ่นพี่คนนี้อบอวลไปทั่วทั้งประสาทสัมผัส จนมินตราแทบจะลืมเลือนไปเลยว่าพวกเขากำลังอยู่ในห้องสมุด "มินไม่ได้อยากเป็นเบี้ยของพี่" มินตรากระซิบ เสียงสั่นแต่หนักแน่น "มินแค่อยากเป็นคนข้างๆ ที่ได้รับเลกเชอร์... ไม่ใช่แค่เรื่องเรียน แต่รวมถึงเรื่องที่พี่ปิดซ่อนไว้ข้างในนั้นด้วย" รินรดานิ่งไป ดวงตาคู่สวยหม่นแสงลงวูบหนึ่ง ราวกับกำแพงที่เคยสร้างไว้กำลังสั่นคลอนจากประโยคที่คาดไม่ถึง แต่ก่อนที่บรรยากาศจะหวานหยดไปมากกว่านี้ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาในโซนส่วนตัวนี้อย่างไม่เกรงใจ "อ้าว รุ่นพี่รินรดาครับ มานั่งติวหนังสือให้รุ่นน้องที่นี่เอง ผมตามหาซะทั่วเลย" เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มร่างสูงเจ้าของเสื้อช็อปคณะวิศวะฯ ดังขึ้น ขัดจังหวะความเงียบที่กำลังก่อตัวเป็นความพิเศษ รินรดาผละตัวออกห่างจากมินตราทันที ราวกับมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงดีดตัวออกจากกัน มินตราเงยหน้าขึ้นมองด้วยความหงุดหงิดระคนแปลกใจ ชายคนนั้นคือ 'ธันวา' ประธานรุ่นที่ใครๆ ต่างพูดถึงว่ามีข่าวลือว่ากำลังจีบรินรดาอยู่ รินรดาหันกลับไปทำหน้าเรียบเฉยดังเดิม ประกายตาที่อ่อนโยนเมื่อครู่หายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเย็นชาที่เธอใช้เป็นหน้ากากเข้าสังคม "มีธุระอะไรหรือเปล่าคะคุณธันวา? ฉันกำลังสอนงานน้องอยู่" รินรดาตอบเสียงเรียบ ธันวายิ้มกว้างพลางเหลือบมองมินตราด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะก้าวเข้ามาวางซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะข้างๆ สมุดของมินตรา "พอดีผมได้ข่าวมาน่ะครับ ว่าเรื่องที่พี่กำลังค้นคว้าอยู่... มันอาจจะไม่ได้จบสวยหรูอย่างที่คิด เพราะมีคนในคณะเริ่มจับได้แล้วว่า 'หลักฐาน' ที่พี่เก็บไว้ มันมาจากไหน" รินรดาชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าหายไปทันที มินตรามองเห็นมือของรุ่นพี่ที่วางอยู่บนโต๊ะกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ธันวาโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูรินรดาเบาๆ แต่ทว่ามินตราที่นั่งอยู่ใกล้ที่สุดกลับได้ยินชัดเจนจนใจสั่น "เลิกเล่นบทนางเอกผู้แสนดีเถอะครับรินรดา เพราะถ้าคนนี้รู้ความจริงว่า 'เลกเชอร์' ที่พี่กำลังมอบให้เขามันคืออะไร... เขาคงไม่กล้าสบตาพี่อีกตลอดไป" ความลับบางอย่างถูกโยนลงมากลางวง ราวกับระเบิดเวลาที่รอวันทำงาน มินตราหันไปมองรินรดาด้วยความสับสน เห็นเพียงสายตาที่ว่างเปล่าของรุ่นพี่ที่กำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง เธอเพิ่งรู้ตัวเดี๋ยวนี้เองว่า ท่ามกลางกลิ่นน้ำหอมที่ดูอบอุ่นนี้... มันมีความจริงที่อันตรายซ่อนอยู่ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางไปกับความลับของพี่รินและมินตรานะคะ - กลิ่นลิลลี่สีขาว
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่ครับ ขอเลกเชอร์...หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%