รุ่นพี่ครับ ขอเลกเชอร์...หัวใจ•ตอนที่ 1

สมุดเลกเชอร์เล่มนั้น

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
“ขอโทษนะครับพี่รินทร์... แต่หัวข้อทฤษฎีความสัมพันธ์เชิงบวกตรงนี้ ผมว่ามันแปลความหมายผิดไปนิดหน่อย” ประโยคนั้นดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องสมุดรวม ร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษาปีสี่ที่เนี้ยบกริบตั้งแต่ปกคอเสื้อจรดชายกระโปรงชะงักมือที่กำลังเขียนสรุปผลงานวิจัย รินรดานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองรุ่นน้องผู้ชายคนนั้นด้วยสายตาเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยความรำคาญที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดประธานชมรมผู้ใจดี มินตราที่ยืนหลบมุมอยู่หลังชั้นวางหนังสือโซนวรรณกรรมภาษาต่างประเทศแทบหยุดหายใจ เธอเห็นทุกอย่าง—เห็นแววตาไหววูบของรินรดา เห็นนิ้วเรียวยาวที่บีบปากกาลูกลื่นแน่นขึ้นจนขึ้นข้อขาว และเห็นความพยายามในการรักษามาดนิ่งสนิทแม้ในใจอาจจะอยากผลักคนตรงหน้าออกไปให้พ้นทาง “ขอบคุณที่ชี้แนะค่ะ” เสียงของรินรดานุ่มนวล แต่เย็นชาจนคนฟังสัมผัสได้ถึงเส้นกั้นที่ขีดลากไว้อย่างชัดเจน “แต่ฉันเชื่อในสิ่งที่ฉันสรุป... ถ้าไม่มีอะไรแล้ว รบกวนช่วยไปใช้พื้นที่ส่วนอื่นของห้องสมุดด้วยนะคะ พอดีฉันต้องการสมาธิ” มินตราผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อเห็นรุ่นน้องคนนั้นยอมล่าถอยไปอย่างเสียหน้า เธอยกมือขึ้นลูบอกตัวเองที่เต้นแรงเป็นจังหวะรัวกลอง ยิ่งเห็นรินรดาในระยะประชิดแบบนี้ หัวใจของเธอก็ยิ่งสั่นคลอนจนแทบจะควบคุมไม่ได้ “เอาเลยมินตรา จังหวะนี้แหละ!” ฟ้าใสกระซิบที่ข้างหูพลางผลักหลังเพื่อนสนิทเบาๆ “รุ่นพี่เพิ่งไล่ตัวปัญหานั่นไป แปลว่าอารมณ์ยังค้างอยู่ ถ้าเธอเข้าไปตอนนี้ อย่างน้อยเธอก็ไม่ใช่ ‘คนแปลกหน้า’ ที่น่ารำคาญเหมือนเมื่อกี้” “จะบ้าเหรอฟ้า! ดูสายตาพี่เขาสิ เหมือนน้ำแข็งขั้วโลกเหนือเลยนะ” มินตราค้าน เสียงสั่นเครือ ความประหม่าทำให้ฝ่ามือเธอชื้นเหงื่อ “งั้นก็ยืนมองอยู่ตรงนี้ต่อไปจนเรียนจบปีสี่เลยไหมล่ะ? อยากเป็นแค่คนแอบมองที่เขาไม่เคยรู้จักชื่อไปตลอดชีวิตหรือไง” คำพูดของเพื่อนสนิทเหมือนศรปักกลางใจ มินตรากัดริมฝีปากแน่น เธอมองแผ่นหลังของรินรดาที่กำลังก้มหน้าลงเขียนเลกเชอร์ต่อด้วยลายมือบรรจง สมุดปกหนังสีดำเล่มหนาที่วางอยู่บนโต๊ะตัวนั้นคือเป้าหมาย เธอไม่ได้ต้องการแค่เนื้อหาวิชาการ แต่นั่นคือเส้นทางเดียวที่จะทำให้เธอได้ ‘ขยับ’ เข้าใกล้คนใจแข็งคนนี้ มินตราสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด รวบรวมความกล้าที่มีทั้งหมดก้าวออกจากมุมมืด รองเท้าผ้าใบสีขาวที่เคยสะอาดตาดูหนักอึ้งขึ้นมาทันทีในทุกย่างก้าว เธอเดินตรงไปยังโต๊ะมุมเงียบที่รินรดาจองไว้ราวกับป้อมปราการ เมื่อเดินไปถึง มินตราหยุดยืนอยู่ห่างจากเก้าอี้ของรินรดาสองช่วงแขน กลิ่นหอมอ่อนๆ ของชาเอิร์ลเกรย์และกลิ่นกระดาษเก่าๆ ลอยแตะจมูก มันเป็นกลิ่นที่ทำให้คนตัวเล็กกว่ารู้สึกผ่อนคลายอย่างประหลาด “พี่รินรดาคะ...” เสียงเรียกที่เบากว่าเสียงกระซิบทำให้นักศึกษาปีสี่ชะงัก รินรดาไม่หันมาทันที แต่เธอวางปากกาลงช้าๆ ก่อนจะหมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับผู้บุกรุก ดวงตาสีเข้มคู่นั้นเย็นเยียบเหมือนผิวน้ำที่ถูกแช่แข็ง แต่มันกลับสะกดสายตาของมินตราจนขยับไปไหนไม่ได้ “มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ?” รินรดาถาม นัยน์ตามองสำรวจร่างเล็กในชุดเฟรชชี่ที่ยืนบิดไปมาด้วยความประหม่า “คือ... มินตรา... เอ้อ... หนูเป็นนักศึกษาปีหนึ่งค่ะ” มินตราแนะนำตัวตะกุกตะกัก พยายามบังคับมือไม่ให้สั่น “วิชาเศรษฐศาสตร์มหภาค... หนูจดไม่ทันตอนที่อาจารย์อธิบายเรื่องกลไกตลาด มินตราเห็นว่าพี่รินรดาเรียนวิชานี้เหมือนกัน และพี่... พี่สรุปได้ละเอียดมาก” รินรดาเลิกคิ้วเล็กน้อย สายตามองไปยังสมุดเลกเชอร์เล่มหนาของตัวเอง ก่อนจะหันกลับมามองใบหน้าซื่อๆ ที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของคนตรงหน้า “แล้ว?” “มินตราอยากขอยืม... เอ้อ... ถ้าไม่รบกวนจนเกินไป มินตราอยากขอยืมเลกเชอร์พี่รินรดาไปถ่ายเอกสารได้ไหมคะ? สัญญาค่ะว่าจะรีบเอามาคืน และจะไม่ทำให้สมุดเสียหายแม้แต่นิดเดียว!” มินตราก้มศีรษะลงต่ำ สองมือประสานกันแน่นหน้าอก ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เป็นความเงียบที่ยาวนานจนมินตราบีบหัวใจตัวเองแทบแหลก เธอรับรู้ได้ว่ารินรดากำลังพินิจพิจารณาเธออยู่ สายตาที่มองมาไม่ได้มีความรังเกียจ แต่เป็นความสงสัย... สงสัยว่าทำไมคนตรงหน้าถึงกล้าเข้ามาหาเธอ ทั้งที่ทุกคนต่างรู้กิตติศัพท์เรื่อง ‘กำแพงสูงลิ่ว’ ของเธอดี รินรดาถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบสมุดเลกเชอร์สีดำเล่มนั้นขึ้นมา มินตราใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย แต่แล้วมือที่กำลังจะยื่นให้ของรุ่นพี่ก็หยุดกึก “ปกติฉันไม่ให้ใครยืมของส่วนตัว” รินรดาพูดเนิบๆ น้ำเสียงที่เคยเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งสนิทที่ยากจะอ่านออก “แต่ถ้าเธอมั่นใจว่าทำหายหรือทำให้ยับไม่ได้... งั้นก็ลองเอาไปสิ” มินตราเอื้อมมือไปรับสมุดด้วยความตื่นเต้น ปลายนิ้วของเธอแตะเข้ากับปลายนิ้วเย็นเฉียบของรินรดาโดยบังเอิญ กระแสไฟบางอย่างแล่นแปลบผ่านเข้ามาในความรู้สึก มินตารารีบชักมือกลับแทบไม่ทัน “ขะ... ขอบคุณค่ะพี่รินรดา! ขอบคุณจริงๆ ค่ะ!” มินตราโค้งให้รัวๆ ก่อนจะรีบคว้าสมุดเลกเชอร์กอดไว้แนบอกแล้วหมุนตัวกลับ “เดี๋ยว” เสียงของรินรดาดึงให้มินตราต้องหยุดเดิน เธอหันกลับไปมองด้วยความลุ้นระทึก หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะหลุดออกมานอกอก รินรดาไม่ได้มองที่เธอ แต่มองไปที่หน้าประตูห้องสมุดด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม... สายตาที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลระคนหวาดหวั่นที่มินตราไม่เคยเห็นมาก่อน “หน้าถัดไปจากที่เธอจะไปถ่ายเอกสาร... อย่าเปิดมันอ่าน” รินรดาพูดเสียงเข้ม “ถ้าเธอไม่อยากรู้ความลับที่อาจจะทำให้เธอเสียใจที่เข้ามาทำความรู้จักกับฉัน” พูดจบ รินรดาก็เก็บกระเป๋าและเดินเลี่ยงออกไปทิ้งให้มินตรายืนงงอยู่ท่ามกลางความสงสัย มินตรามองสมุดในมือด้วยความสับสน แต่ความอยากรู้อยากเห็นมันมีมากกว่าความกลัว เธอเปิดหน้าสมุดนั้นออกช้าๆ เพื่อจะดูว่ามีอะไรซ่อนอยู่ และสิ่งที่ปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษแผ่นนั้น... ไม่ใช่เนื้อหาเลกเชอร์วิชาเศรษฐศาสตร์ แต่มันคือรูปถ่ายใบหนึ่งที่ถูกแปะไว้ด้วยเทปกาวใส รูปถ่ายของมินตราในชุดนักศึกษาที่กำลังนั่งยิ้มให้รินรดาจากมุมห้องเมื่อสัปดาห์ก่อน พร้อมกับข้อความที่เขียนด้วยลายมือบรรจงเพียงบรรทัดเดียว ‘คนที่เข้ามาในชีวิตฉัน... สุดท้ายก็มีแต่จะพังทลายลงไปเหมือนคนก่อนๆ เธอแน่ใจแล้วเหรอที่จะก้าวเข้ามา?’ มินตราตัวชาดิ่ง... เธอไม่ใช่คนที่เพิ่งจะมาแอบมองรินรดา แต่ดูเหมือนว่า... รินรดากำลังเฝ้ามองเธออยู่ก่อนหน้านี้มานานแล้ว! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกของมินตราและรินรดานะคะ - กลิ่นลิลลี่สีขาว
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่ครับ ขอเลกเชอร์...หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%