รุ่นพี่ครับ ขอเลกเชอร์...หัวใจ•ตอนที่ 15

ค่ำคืนที่อบอุ่น

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
“ถ้าพี่รินไม่ตอบ รินจะถือว่าตกลงนะคะ” เสียงใสของมินตราสั่นพร่าเล็กน้อยในจังหวะที่กลั้นใจเอ่ยประโยคท้าทายนั้นออกไป ร่างสูงโปร่งของรุ่นพี่ปีสี่ชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวพ้นประตูห้องสมุด รินรดาหันกลับมามองเฟรชชี่สาวที่ยืนกำสายกระเป๋าแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ใบหน้าคมคายภายใต้กรอบแว่นสายตานิ่งสนิท แววตาของเธออ่านยากราวกับมหาสมุทรที่ซ่อนคลื่นลมไว้ใต้พื้นผิวน้ำที่ราบเรียบ “ตลาดนัดคืนวันศุกร์น่ะเหรอคะ? คนเยอะจะตายไป มินตราไม่กลัวหลงหรือไง” รินรดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าประกายตาคู่นั้นกลับวูบไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะดับลง มินตราไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ เธอรีบก้าวเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จางๆ ของดอกไม้แห้งที่ติดตัวรุ่นพี่สาวมาเป็นเอกลักษณ์ “ถ้าหลง... ก็แค่หาคนจูงมือ ไม่เห็นยากเลยค่ะ หรือว่าพี่ริน... กลัวจะหลงเสน่ห์มินตราเข้าจริงๆ?” บรรยากาศรอบข้างดูเหมือนจะเงียบงันลงทันที คำพูดที่เปี่ยมไปด้วยความกล้าหาญเกินตัวทำเอารินรดาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากของรุ่นพี่ปีสี่กระตุกขึ้นเป็นยิ้มบางๆ ที่ดูเหมือนจะขบขัน แต่ในขณะเดียวกันก็มีความหมายบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกๆ จนมินตราเผลอกลั้นหายใจ “เด็กแสบ... เอาเถอะค่ะ ถ้าอยากไปขนาดนั้น เย็นนี้เจอกันที่หน้าหอพักตอนหกโมงเย็นนะคะ อย่ามาสายล่ะ เพราะพี่ไม่ชอบรอใคร” รินรดาหมุนตัวเดินจากไปทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมจางๆ และหัวใจของมินตราที่เต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ความตื่นเต้นพุ่งพล่านจนหญิงสาวต้องยกมือขึ้นทาบหน้าอกตัวเองพลางยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว *** แสงไฟนีออนจากร้านค้าแผงลอยในตลาดนัดกลางคืนสะท้อนกับพื้นถนนเปียกชื้นหลังฝนตกปรอยๆ บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอาหารสตรีทฟู้ดและความวุ่นวายที่ดูมีเสน่ห์ มินตราเดินเคียงข้างรินรดาด้วยระยะห่างที่ใกล้กว่าปกติเพียงเล็กน้อย แต่มันก็มากพอที่จะทำให้ไหล่ของทั้งคู่เฉียดกันไปมาทุกครั้งที่เดินหลบผู้คน “กินไหมคะ? ร้านนี้ลูกชิ้นปิ้งอร่อยมากเลยนะ มินตราเคยมากินกับฟ้าใสบ่อยๆ” มินตราชี้นิ้วไปยังร้านรถเข็นที่มีควันโขมง รินรดาหยุดมองร้านนั้นแล้วมองหน้าคนชวน ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ “ถ้าคุณบอกว่าอร่อย พี่ก็คงต้องลองดูสักหน่อย” มินตราจ่ายเงินด้วยความรวดเร็ว ทั้งคู่หาที่นั่งว่างๆ บนม้านั่งไม้เก่าๆ ใต้ร่มไม้ใหญ่ บรรยากาศรอบข้างที่เคยเสียงดังกลับดูเงียบสงัดลงในความรู้สึกของมินตรา เมื่อสายตาของเธอดันไปประสานเข้ากับดวงตาคู่สวยที่กำลังจ้องมองเธอผ่านเปลวควันที่ลอยเอื่อย “ทำไมถึงอยากชวนพี่มาที่นี่นักล่ะคะ?” รินรดาถามเบาๆ พลางหยิบไม้ลูกชิ้นขึ้นมา “มินตราดูไม่ใช่คนชอบที่ที่วุ่นวายขนาดนี้” “เพราะที่นี่... ไม่มีใครรู้จักเราไงคะ” มินตราตอบเสียงแผ่ว “ไม่มีเลกเชอร์ที่ต้องทำ ไม่มีตำแหน่งประธานชมรมที่พี่ต้องแบกไว้... มินตราแค่อยากให้พี่รินเป็นแค่ ‘พี่ริน’ ที่นั่งกินลูกชิ้นข้างๆ มินตรา ไม่ใช่รุ่นพี่ที่ดูห่างเหินเหมือนที่คณะ” รินรดาชะงักไป คำพูดที่เรียบง่ายแต่จริงใจของมินตราเหมือนหินที่ถูกขว้างลงกลางใจของเธอ เธอมองดูใบหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของเด็กสาวตรงหน้า ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีและกำแพงที่เคยสร้างไว้ค่อยๆ พังทลายลงทีละน้อย “พี่อาจจะไม่ใช่คนที่สดใสเหมือนมินตราหรอกนะ บางทีการได้รู้จักพี่จริงๆ... อาจจะทำให้มินตราผิดหวังก็ได้” รินรดาเอ่ยเสียงขรึม แววตาเศร้าสร้อยอย่างปิดไม่มิด “ถ้ามินตราไม่ลองเสี่ยง ก็ไม่มีทางรู้หรอกค่ะว่าหัวใจของพี่รินมันสวยงามแค่ไหน” มินตราขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด มือบางเอื้อมไปแตะหลังมือของรุ่นพี่สาวเบาๆ เป็นสัมผัสที่ไม่ได้ล่วงเกินแต่กลับมีความหมายลึกซึ้งจนคนถูกสัมผัสถึงกับลมหายใจสะดุด รินรดาไม่ได้ชักมือหนี เธอทำเพียงแค่มองนิ้วมือของเด็กสาวที่สั่นน้อยๆ ด้วยความตื่นเต้น “มินตรา...” “คะ?” “ทำไมต้องเป็นพี่?” มินตราเม้มปากแน่นก่อนจะตัดสินใจพูดความในใจออกมา “มินตราไม่ได้ตั้งใจให้เป็นพี่หรอกค่ะ แต่หัวใจของมินตรา... มันไม่ยอมฟังคำสั่งเลย มันเอาแต่เรียกร้องหาพี่คนเดียวตั้งแต่วันแรกที่เห็นพี่เดินเข้าห้องประชุมชมรมแล้ว” รินรดาเงียบไปเนิ่นนาน สายตาของเธอกวาดมองใบหน้ามินตราอย่างพินิจพิเคราะห์ ราวกับกำลังค้นหาความจริงใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำพูดหวานหูนั้น ทว่าก่อนที่บทสนทนาที่กำลังดำเนินไปอย่างลึกซึ้งจะจบลง เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือของรินรดาก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ รินรดาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ใบหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดในทันที มือที่ถือโทรศัพท์สั่นไหวเล็กน้อยก่อนที่เธอจะรีบกดตัดสายทิ้งโดยไม่รับ “พี่ริน... มีอะไรหรือเปล่าคะ?” มินตราถามด้วยความเป็นห่วง รินรดานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มให้มินตรา แต่ยิ้มนั้นกลับดูแห้งแล้งและฝืนเกินกว่าจะเรียกว่ามีความสุข “ไม่มีอะไรค่ะ แค่เรื่องงานที่คณะน่ะ มินตรา... ขอบคุณสำหรับคืนนี้นะคะ แต่พี่คิดว่าเราคงต้องกลับกันเดี๋ยวนี้เลย” รินรดาลุกขึ้นยืนทันที ท่าทางรีบร้อนจนผิดสังเกต มินตรามองตามด้วยความงุนงงและใจหายวูบ แต่ก่อนที่เธอจะทันได้ทักท้วงอะไร เสียงฝีเท้าของใครบางคนที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังของตลาด “ริน! ฉันบอกแล้วไงว่าหนีฉันไม่พ้น!” เสียงของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นด้วยน้ำเสียงกระด้างและทรงอำนาจ มินตราหันไปมองเห็นชายวัยกลางคนในชุดสูทภูมิฐานยืนจ้องมองรินรดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคุกคาม รินรดารีบคว้าข้อมือมินตราไว้แน่นโดยสัญชาตญาณ แรงบีบที่ส่งผ่านมือของรุ่นพี่สาวทำให้มินตราสัมผัสได้ถึงความกลัวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีเข้มแข็งนั้น รินรดากระซิบข้างหูมินตราด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทาที่สุดเท่าที่มินตราเคยได้ยิน “มินตรา... อย่าหันไปมอง อย่าทิ้งพี่ไปไหน... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ ได้โปรดอย่าปล่อยมือพี่นะคะ” หวังว่าหัวใจของทุกท่านจะยังเต้นแรงไปกับมินตราและพี่รินในค่ำคืนนี้นะคะ ขอขอบพระคุณนักอ่านที่รักทุกท่านที่อยู่เคียงข้างกันเสมอมาค่ะ ด้วยรักจากกลิ่นลิลลี่สีขาวนะคะ
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่ครับ ขอเลกเชอร์...หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%