"ถ้านายยังไม่อยากตกงานในอีกสามวินาทีข้างหน้า กรุณาช่วยกวาดสายตาไปมองที่อื่นแล้วเดินออกไปจากห้องนี้ซะ ก่อนที่ฉันจะทุบหัวนายด้วยคีย์บอร์ด"
เสียงทุบโต๊ะทำงานดังปัง พร้อมกับร่างโปร่งของรินทร์ที่ผุดลุกขึ้นยืนพรวดเดียวจนเก้าอี้หมุนไถลไปชนผนังกระจกด้านหลัง ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงก่ำด้วยความโกรธปนอาย เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่สวยฉายแวววาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งทะดวงใจ
ส่วนต้นเหตุของความวุ่นวาย—คินน์ ท่านซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแห่งอาณาจักรไอที—กลับทำเพียงแค่ยักไหล่ช้าๆ อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว เขายังคงนั่งอยู่บนโซฟาหนังแท้ตัวยาวในท่าเดิม เสื้อเชิ้ตสีขาวที่หลุดลุ่ยกระดุมสองเม็ดเผยให้เห็นแผงอกกว้างและรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทเป็นที่สุด
เลขาหนุ่มหน้าตาเลิกลั่กที่ทำแฟ้มเอกสารร่วงเต็มพื้นเมื่อครู่ รีบก้มหน้าก้มตาเก็บกระดาษระเกะระกะด้วยมือสั่นเทา ละล่ำละลักละเมอขอโทษขอโพยเป็นภาษาต่างดาว ก่อนจะพุ่งตัวออกไปจากห้องทำงานส่วนตัวพร้อมกับเสียงปิดประตูที่ดัง "ปัง" ไล่หลังมาเพื่อรักษาชีวิตรอด
เมื่อประตูบานใหญ่ปิดสนิท ความเงียบงันที่หนักอึ้งก็โรยตัวลงปกคลุมพื้นที่ทันที
รินทร์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติที่กระเจิงให้กลับเข้าร่าง ดวงตาคมกริบตวัดกลับมามองคนที่นั่งไขว่ห้างมองเขาอยู่ก่อนแล้ว "สนุกมากไหมครับคุณคินน์ เล่นตลกอะไรไม่เข้าเรื่อง ถ้าเลขาคุณเอาไปประกาศประจานว่าผมกับคุณ..."
"ประจานว่าอะไรล่ะคะ?" คินน์สวนกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่น่าหมั่นไส้ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวรินทร์ทีละน้อย จนคนตัวเล็กต้องถอยหลังไปชนขอบโต๊ะทำงานโดยอัตโนมัติ "ว่าโปรแกรมเนอร์คนเก่งกำลังซุกตัวอยู่บนตักซีอีโอ หรือว่าซีอีโอต่างหากที่โดนโปรแกรมเนอร์ปากเก่งปล้ำเอา?"
"คุณคินน์!" รินทร์ตวาดเสียงแข็ง มือเรียวยกขึ้นดันแผงอกแกร่งเอาไว้ไม่ให้เข้ามาใกล้มากกว่านี้ "อย่ามาพูดจาพล่อยๆ นะครับ ผมแค่สะดุดพรมแล้วล้มลงไปต่างหาก คุณต่างหากที่ดึงผมไว้... แถมยังฉวยโอกาส!"
"ฉวยโอกาสตรงไหนคะ?" คินน์ก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้มเนียน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นกาแฟคั่วเข้มตีรวนอยู่ในโสตประสาทจนรินทร์เผลอกลั้นหายใจ "ฉันแค่นอนนิ่งๆ ให้คุณทับจนแขนชาต่างหาก ใครกันแน่ที่ขยับตัวไปมาจนเกือบทำให้ฉัน... ควบคุมตัวเองไม่อยู่"
ประโยคหลังถูกกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้ายอกที่ทำเอาหัวใจดวงน้อยของรินทร์กระตุกวูบ ความร้อนพุ่งพล่านขึ้นมาตีตื้นที่พวงแก้มจนต้องเบือนหน้าหนีเพื่อหลบสายตาร้ายกาจคู่นั้น
ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้อันตรายต่อระบบประสาทและหัวใจของเขาเกินไปแล้ว!
"ถอยไปเลยนะ" รินทร์กดเสียงต่ำ พยายามงัดเอาความเยือกเย็นทั้งหมดในฐานะหัวหน้าทีมพัฒนาโปรแกรมกลับคืนมา "งานของระบบคัดกรองความรู้สึกยังค้างอยู่บนจอ ถ้าคุณยังไม่มีเรื่องงาน กรุณากลับไปนั่งที่โต๊ะของคุณ หรือไม่ก็ไสหัวกลับห้องทำงานของคุณไปซะ"
คินน์ไม่ยอมถอยตามคำสั่ง เขายังคงยืนตรึงร่างบางไว้ด้วยวงแขนที่กักขังรินทร์ให้อยู่ในอ้อมกอดกลายๆ ดวงตาคมกริบทอดมองคนตรงหน้าด้วยประกายอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความกวนประสาท ความเงียบระหว่างพวกเขากลับดังยิ่งกว่าคำพูดใดๆ ความอึดอัดที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยบรรยากาศแปลกประหลาดที่ชวนให้ใจเต้นแรง
"ปากดีจังนะคะ" คินน์เอ่ยขึ้นเบาๆ นิ้วเรียวเอื้อมออกไปเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากมนให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้รินทร์ชะงักกึก ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวหนี "รู้ตัวไหมคะว่าเวลาที่คุณโกรธแล้วทำหน้าแบบนี้... มันน่าแกล้งขนาดไหน"
"ผมไม่ใช่เด็กอนุบาลที่จะให้คุณมาแกล้งเล่นนะ..." รินทร์พยายามเค้นเสียงดุ แต่ความสั่นพร่าในน้ำเสียงกลับทรยศความตั้งใจทั้งหมด
"ไม่ได้บอกว่าเป็นเด็กสักหน่อย..." คินน์ยิ้มมุมปาก สายตาทอดมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า "แต่เป็นคนสำคัญต่างหาก... ที่ฉันปล่อยให้หลุดมือไปไม่ได้อีกแล้ว"
บรรยากาศในห้องทำงานกว้างใหญ่พลันเงียบสงบลงอีกครั้ง มีเพียงเสียงหัวใจของคนสองคนที่เต้นรัวแข่งกัน รินทร์เงยหน้าขึ้นสบตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความจริงจัง คลื่นอารมณ์บางอย่างซัดสาดเข้ามาในอกจนพูดไม่ออก คำพูดร้ายกาจที่เตรียมไว้โต้เถียงหายวับไปกับตา เหลือเพียงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในความเย็นชาที่เขาสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเอง
ทว่า... ก่อนที่รินทร์จะได้ทันเอ่ยปากทำลายความเงียบที่น่าใจหายนี่ เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินจากระบบเซิร์ฟเวอร์หลักก็ดัง "ตี๊ด! ตี๊ด!" ลั่นห้องทำงาน พร้อมกับหน้าจอคอมพิวเตอร์หลักที่เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน แจ้งเตือนข้อผิดพลาดระดับวิกฤต
รินทร์เบิกตากว้าง สติที่หลุดลอยเมื่อครู่กลับคืนสู่โหมดงานทันที เขาดันอกคินน์ออกสุดแรงแล้วพุ่งพรวดไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ทันที "แย่แล้ว... ระบบหลักโดนเจาะ!"
คินน์ขมวดคิ้วมุ่น รอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไปกับตา กลายเป็นแววตาเฉียบคมของซีอีโอผู้เด็ดขาด เขาก้าวเข้าไปยืนซ้อนหลังรินทร์ กวาดสายตามองโค้ดที่วิ่งรัวอยู่บนหน้าจอด้วยความเร็วสูง
"ใครทำ?" คินน์ถามเสียงเข้ม
รินทร์รัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดด้วยความเร็วแสง สีหน้าเคร่งเครียดจนน่ากลัว "ไม่รู้ครับ... แต่มันไม่ใช่แฮกเกอร์ทั่วไป โค้ดชุดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเจาะระบบคัดกรองความรู้สึกของเราโดยเฉพาะ... และเป้าหมายของมันคือไฟล์ข้อมูลลับสุดยอดของโปรเจกต์!"
หน้าจอคอมพิวเตอร์กระพริบวูบหนึ่ง ก่อนที่ข้อความท้าทายตัวโตจะปรากฏขึ้นกลางจอ—
*[ยินดีด้วยครับท่านซีอีโอ... ของขวัญชิ้นแรกกำลังจะถูกส่งถึงมือคุณแล้ว]*
รินทร์ชะงักค้าง นิ้วที่กำลังพิมพ์โค้ดหยุดนิ่งสนิท ขณะที่คินน์หรี่ตาลงจ้องมองหน้าจอด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัว
ทันใดนั้น... เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของคินน์ก็แผดเสียงดังลั่นห้อง ทำลายความเงียบงันทั้งหมดลงในพริบตา คินน์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย กดรับสายโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอ
"มีอะไร?"
เสียงปลายสายที่ลอดออกมาเบาๆ ผ่านลำโพง ทำให้รินทร์และคินน์ต้องแข็งค้างไปพร้อมกัน
*"สวัสดีครับคุณคินน์... สนุกกับของเล่นชิ้นใหม่ที่ผมส่งให้หรือยังครับ? อ้อ... ฝากบอกคุณโปรแกรมเนอร์คนเก่งข้างๆ ด้วยนะครับว่า... ไฟล์ที่เขากำลังปกป้องอยู่ตอนนี้... มันอยู่ในมือผมเรียบร้อยแล้ว"*
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกละมุนเข้มข้นในตอนนี้นะคะ!
อัลกอริทึมรักฉบับคัดกรองความรู้สึก•ตอนที่ 12
ความเงียบที่ดังกว่าคำพูด
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักฉบับคัดกรองความรู้สึก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!