อัลกอริทึมรักฉบับคัดกรองความรู้สึก•ตอนที่ 11

พื้นที่ปลอดภัยที่ไม่คาดคิด

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
หน้าจอโฮโลแกรมสามมิติที่กะพริบแสงสีแดงวาบอยู่กลางห้องทำงาน สะท้อนเงาใบหน้าตึงเครียดของรินทร์ได้ชัดเจนเสียยิ่งกว่ากระจกเงา ข้อความท้าทายจากแฮกเกอร์เงาที่เจาะทะลวงไฟร์วอลล์ระดับห้าของบริษัทแม่ยังคงค้างเติ่งอยู่บนบรรทัดสุดท้าย แต่นั่นไม่ใช่สิ่งเดียวที่กำลังทำให้ระบบประสาทของรินทร์ทำงานเกินร้อยเปอร์เซ็นต์ในยามวิกาลเช่นนี้ เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าด้านนอกดังขึ้นสามครั้ง—จังหวะหนักแน่นแต่วกวน ผิดวิสัยของท่านซีอีโอผู้เนียบกริบทุกกระเบียดนิ้ว รินทร์ขมวดคิ้ว ปิดหน้าจอโค้ดดิ้งลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้าวไปกระชากบานประตูให้เปิดออกด้วยความหงุดหงิดที่สะสมมาตั้งแต่การโจมตีไซเบอร์ระลอกแรก “ถ้าเรื่องเซิร์ฟเวอร์ยังแก้ไม่ได้ ผมยังไม่อยากฟังรายงานอะไรทั— คินน์!” คำพูดทั้งหมดกลืนหายไปในลำคอ เมื่อร่างสูงโปรดของภาคินไม่ได้ยืนสง่างามอย่างที่เคยเป็น มือหนาข้างหนึ่งกุมขอบประตูกระจกไว้แน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ใบหน้าคมคายที่มักจะเรียบเฉยและหยิ่งทะนงบัดนี้กลับแดงก่ำด้วยพิษไข้ ลมหายใจที่หอบกระชั้นเป่ารดต้นคอของรินทร์ทันทีที่อีกฝ่ายเซเข้าหา “นาย... รหัสผ่าน... บรรทัดที่สี่สิบสอง...” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ “นี่คุณเป็นบ้าอะไรเนี่ย? เล่นละครตบตาหรือไง ปล่อยนะ!” รินทร์พยายามดันไหล่กว้างออก แต่สัมผัสที่ร้อนจัดราวกับเตาไฟผ่านเนื้อผ้าเชิ้ตราคาแพงทำให้เขาชะงัก ร่างของภาคินทรุดฮวบลงพิงกับกรอบประตูอย่างหมดแรง น้ำหนักตัวเกือบทั้งหมดทิ้งลงบนตัวของรินทร์จนโปรแกรมหนุ่มต้องรีบคว้าเอวสอบไว้ตามสัญชาตญาณ ให้ตายเถอะ ตัวร้อนชะมัด! ร้อนจนเหมือนคนกำลังจะละลาย “ไม่ได้เล่น... บ้า...” ภาคินพึมพำ ดวงตาคมกริบคู่นั้นปรือปรอยจนแทบปิดสนิท แต่ริมฝีปากยังไม่วายเม้มเข้าหากันอย่างถือดี “ระบบ... กำลังจะหลุด... นายต้องรีบ... ซ่อม...” “เรื่องงานเอาไว้ก่อนเถอะน่า! ตัวคุณจะไหม้อยอยู่แล้วเนี่ย!” รินทร์บ่นอุบด้วยความหัวเสีย แม้ปากจะต่อว่าแต่สองมือกลับรีบช้อนตัวซีอีโอหนุ่มจอมเผด็จการขึ้นอย่างทุลักทุเลเพื่อพากระเตงไปยังโซฟาตัวยาวกลางห้องพักส่วนตัวภายในสำนักงาน การดูแลคนป่วยที่ไม่ยอมป่วยอย่างภาคิน ถือเป็นอัลกอริทึมที่ซับซ้อนและน่าปวดหัวที่สุดเท่าที่รินทร์เคยเขียนมาในชีวิต หลังจากจัดการลากตัวเจ้าของบริษัทมาทิ้งไว้บนโซฟาได้สำเร็จ รินทร์ก็พ่นลมหายใจพรืดใหญ่ออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน เสื้อเชิ้ตของภาคินชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ ตัดกับอุณหภูมิร่างกายที่พุ่งสูงปรี๊ดจนน่ากลัว รินทร์เดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลและผ้าขนหนูกับน้ำอุ่นจากห้องน้ำส่วนตัวอย่างรวดเร็ว ก้าวกลับมาอีกครั้ง ภาคินก็ยังคงนอนขมวดคิ้วแน่น มือหนายกขึ้นกุมขมับราวกับกำลังต่อสู้กับอาการปวดหัวไมเกรนที่ลุกลาม “อย่าดื้อน่า อยู่นิ่งๆ สั่งงานเก่งนักไม่ใช่เหรอ คราวนี้สั่งตัวเองให้หายไข้สิครับท่านซีอีโอ” รินทร์กระแทกเสียงประชดประชันเพื่อกลบเกลื่อนความตื่นตระหนกในอก มือเรียวบิดผ้าขนหนูหมาดๆ ก่อนจะบรรจงเช็ดไล่ตามกรอบหน้าคมคาย ลากผ่านสันจมูกโด่งเป็นสัน และหยุดอยู่ที่ริมฝีปากที่แห้งผาก ภาคินสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อสัมผัสเย็นเฉียบแตะลงบนผิว แต่แทนที่จะปัดป้อง มือใหญ่กลับคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของรินทร์ไว้แน่น แรงบิดแม้จะน้อยกว่ายามปกติ แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้รินทร์ขยับหนีไม่ได้ “รินทร์...” เสียงแหบพร่าเรียกชื่อเขาตรงๆ ไม่ใช่สรรพนามทางการที่มักใช้จิกหัวใช้งานในยามปกติ ดวงตาคมกริบที่ลืมขึ้นมองมาเต็มไปด้วยประกายบางอย่างที่รินทร์ไม่เคยเห็นมาก่อน มันทั้งดื้อรั้น อ่อนล้า และ... เรียกหา “ปล่อยครับ ผมจะเช็ดตัวให้ดีๆ อย่าเรื่องมากได้ไหม” รินทร์พยายามดึงข้อมือกลับ แต่ภาคินกลับออกแรงดึงรั้งเบาๆ จนเซถลาลงไปประชิดร่างที่นอนอยู่บนโซฟา “นายมัน... ปากจัดเป็นบ้าเลยรู้ตัวไหม...” ภาคินพึมพำ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดอยู่บริเวณต้นคอระหง “เวลาสั่งงาน... ก็น่าหมั่นไส้... เวลาพูด... ก็น่าจับมาตีให้เข็ด...” “ถ้ายังมีแรงมาต่อปากต่อคำผม แสดงว่ายังไม่ตายหรอกครับ ปล่อยข้อมือผมได้แล้ว!” รินทร์เชิดหน้าขึ้นเถียง แม้หัวใจในอกจะเต้นผิดจังหวะไปหลายริทึมเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขาลดลงเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นกายประจำตัวของภาคินที่ผสมผสานกับกลิ่นยาและเหงื่อจางๆ ช่างทรงพลังเสียจนสติสตางค์ที่เคยควบคุมอัลกอริทึมซับซ้อนเริ่มรวนเร “ไม่ปล่อย...” ภาคินดื้อดึง ดวงตาคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของรินทร์ราวกับจะค้นหาบางอย่าง “ถ้าปล่อย... นายก็คงหนีไปอีก... เหมือนทุกที” รินทร์ชะงัก คำพูดตัดพ้อเจือความอ่อนแอที่หลุดออกมาจากปากของคนปากร้าย ทำเอาหัวใจที่เคยตั้งกำแพงหนาแน่นถึงกับกระตุกวูบ ความเงียบงันเข้าปกคลุมบรรยากาศรอบตัว มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นและเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหวิว “ผมไม่ได้หนีไปไหนสักหน่อย...” รินทร์พึมพำเสียงเบาลงโดยไม่รู้ตัว ปลายเสียงมีความอ่อนโยนที่มักถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีดุดันเสมอ มืออีกข้างที่ว่างอยู่ค่อยๆ ยกขึ้นแตะหน้าผากกว้างที่ยังมีไอความร้อนคุกรุ่นอย่างลืมตัว “ไข้สูงขนาดนี้ ทำไมไม่ยอมเรียกเลขาหรือบอดี้การ์ด ทำไมต้องรอให้ผมมาเจอเองด้วยวะเนี่ย” “เพราะ... พวกเขาไม่ใช่...” ภาคินหลับตาลงพิงแก้มเข้ากับฝ่ามืออุ่นของรินทร์โดยสัญชาตญาณ ความเย่อหยิ่งทระนงตนทั้งหมดถูกละลายหายไปจนหมดสิ้นภายใต้พิษไข้และความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในอก “มีแค่นี้... ที่ฉันอยากให้ดูแล” คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้การป้องกันตัว ทำเอารินทร์ลมหายใจสะดุด ความร้อนแล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู ร่างโปร่งนั่งนิ่งค้างอยู่ในท่าคร่อมทับกึ่งประชิด โดยมีมือหนาของซีอีโอหนุ่มรวบเอวเขาไว้หลวมๆ เป็นเครื่องพันธนาการ บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความละมุนที่เจือความเร่าร้อนจากอุณหภูมิร่างกายที่แนบชิด ทว่าในวินาทีที่หัวใจของทั้งสองกำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างไร้เสียงควบคุมนั้นเอง... กริ๊ก! เสียงปลดล็อกรหัสผ่านประตูกระจกอัตโนมัติด้านนอกดังขึ้น พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ โดยไม่ทันได้เคาะขออนุญาตแม้แต่น้อย “ท่านประท... อุ๊ย!” เสียงอุทานด้วยความตกใจดังลั่นห้องทำงาน พร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือของเลขาหนุ่มที่ร่วงหล่นลงพื้นกระจายเสียงดังสนั่น เมื่อภาพตรงหน้าคือท่านซีอีโอผู้เยือกเย็นกำลังนอนซุกกายอยู่กับโปรแกรมเนอร์ปากเก่งในท่าทางที่ล่อแหลมเกินกว่าจะจินตนาการ!
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักฉบับคัดกรองความรู้สึก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%