เสียงปรบมือดังกึกก้องราวกับคลื่นทะเลซัดสาดเข้าสู่ฝั่ง หูของรินทร์อื้ออึงไปด้วยเสียงฮือฮาชื่นชมจากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีระดับโลก ทว่าสติสัมปชัญญะทั้งหมดของเขากลับถูกตรึงไว้ด้วยแผ่นหลังกว้างในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปของคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า—คินน์กำลังโค้งตัวลงเล็กน้อยเพื่อรับโล่รางวัลเกียรติยศสูงสุดของงานอินเตอร์เนชันแนล เทค ฟอรัม ก่อนที่ร่างสูงจะหันกลับมาสบตากับเขา ท่าقมกลางแสงแฟลชวับวาบที่สาดส่องเข้ามา
"เก่งมากครับ... คุณโปรแกรมเมอร์"
แม้จะเป็นการกระซิบผ่านไมโครโฟนไร้สายที่ติดอยู่บนปกเสื้อ แต่โทนเสียงทุ้มต่ำที่จงใจลากเสียงยาวตรงคำว่า *'ครับ'* นั้น ทำเอาคนฟังอย่างรินทร์รู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่านผ่านไขสันหลัง รินทร์แค่นยิ้มบางๆ ที่มุมปาก พยายามควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจที่ทรยศด้วยการเชิดคางขึ้นเล็กน้อยอย่างถือดี ในเมื่อโปรเจกต์อัลกอริทึมคัดกรองความรู้สึกนี้สำเร็จลุล่วงและได้รับการซื้อลิขสิทธิ์จากยักษ์ใหญ่ซิลิคอนแวลีได้ตามเป้าหมาย เขาก็มีสิทธิ์จะภาคภูมิใจในหยาดเหงื่อแรงงานของตัวเองเช่นกัน ไม่ใช่แค่ความดีความชอบของท่านซีอีโอจอมเผด็จการคนนี้ฝ่ายเดียวเสียหน่อย
"ก็แค่ทำตาม KPI ที่ท่านประธานเคี่ยวเข็ญมาค่ะ... เอ๊ย! หมายถึง เคี่ยวเข็ญมาก็เท่านั้นแหละค่ะ" รินทร์เกือบหลุดปากใช้สรรพนามเป็นกันเองเมื่อครู่ ดีที่สมองส่วนตรรกะทำงานทันเวลาจึงรีบดึงมาดมืออาชีพกลับมาทันที
คินน์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความขบขัน ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวในระยะที่อันตรายต่อความมั่นคงทางอารมณ์ของโปรแกรมเมอร์หนุ่ม ปลายจ้าวของกลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์หอมกรุ่นเจือจางด้วยกลิ่นอายความเหนื่อยอ่อนจากการทำงานหนักตลอดสัปดาห์โชยเข้าแตะจมูก คินน์โน้มใบหน้าลงมาจนกระซิบชิดใบหูที่ขึ้นสีแดงระเรื่อโดยไม่สนสายตาของสื่อมวลชนนับร้อยชีวิตที่ยังคงกดชัตเตอร์รัวๆ
"ปากเก่งแบบนี้... คืนนี้คงต้องให้รางวัลคนเก่งเป็นพิเศษซะแล้วกระมังครับ รินทร์"
"ไม่ต้องเลยค่ะ! งานเลี้ยงฉลองปิดโปรเจกต์ที่บริษัทจัดให้ก็หรูหราเกินพอแล้ว ผมไม่ต้องการรางวัลพิสดารอะไรจากคุณทั้งนั้น" รินทร์รีบถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง พร้อมกับส่งค้อนวงใหญ่ให้คนฉวยโอกาสที่ลอยหน้าลอยตาทำเป็นมองไปทางอื่น ทว่ารอยยิ้มมุมปากที่แทบจะปิดไม่มิดนั้นกลับฟ้องชัดเจนว่าอีกฝ่ายกำลังอารมณ์ดีสุดๆ
บรรยากาศหลังเวทีเต็มไปด้วยความอลหม่าน ทีมงานฝ่ายต่าง ๆ เดินขวักไขว่เพื่อเก็บอุปกรณ์ ขณะที่รินทร์ขอปลีกตัวหลบมาสงบสติอารมณ์ริมระเบียงกระจกใสที่มองเห็นทัศนียภาพยามค่ำคืนของมหานคร ความสำเร็จระดับสากลที่เพิ่งได้รับมันช่างหอมหวานและหนักอึ้งในเวลาเดียวกัน ภาพความกดดันตลอดหเดือนที่ผ่านมา—หน้าจอโค้ดที่รันไม่หยุดหย่อน กาแฟแก้วแล้วแก้วเล่าที่หมดไป และการโต้เถียงกันจนแทบจะกินหัวกันกับคินน์—ไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ
มันแลกมาด้วยหยาดเหงื่อ ความเครียด และคราบน้ำตาที่ถูกกลืนลงคอไปหลายต่อหลายครั้ง แต่พอนึกถึงผลลัพธ์ที่ประจักษ์ต่อสายตาชาวโลกในวันนี้ ความเหนื่อยล้าทั้งหมดก็มลายหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น
"แอบมาอู้เบื้องหลังความสำเร็จอีกแล้วนะครับ"
เสียงทุ้มคุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับสัมผัสอุ่นจัดที่ทาบทับลงบนไหล่บาง คินน์ก้าวเข้ามาประชิดตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ร่างสูงถอดสูทตัวนอกออกพาดไว้ที่แขน เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนตามแบบฉบับของผู้ชายทำงานหนักที่ดูมีเสน่ห์อย่างร้ายกาจ
"ผมไม่ได้อู้ แค่มาสูดอากาศบริสุทธิ์หลังจากโดนคุณใช้งานคุ้มเกินเงินเดือนต่างหากล่ะครับ" รินทร์ตอบเสียงอุบอิบโดยไม่ยอมหันไปมองหน้าอีกฝ่าย ปล่อยให้สายตาจดจ้องอยู่กับแสงไฟระยิบระยับของตึกสูงเบื้องล่าง
"ใช้งานหนักเหรอ? แต่ผมจำได้ว่าตัวเองเป็นคนนั่งตรวจโค้ดจนตีสามเป็นเพื่อนคุณทุกคืนนะ... แบบนี้เขาเรียกว่ารับกรรมร่วมกันมากกว่ามั้งครับ" คินน์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นทุ้มนุ่มและอบอุ่นจนรินทร์รู้สึกร้อนผ่าวที่พวงแก้มอย่างไม่มีสาเหตุ
"ใครใช้ให้คุณมาเฝ้าล่ะครับ ผมดูแลตัวเองได้"
"ปากแข็ง..." คินน์พึมพำเบาๆ ก่อนที่ปลายนิ้วเรียวจะเอื้อมมาปอยผมที่ตกลงมาปรบหน้าผากของรินทร์ออกให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอารินทร์ชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกレイไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตตวัดขึ้นสบกับนัยน์ตาคมที่ทอประกายความอ่อนโยนอย่างที่หาดูได้ยากยิ่ง คินน์ในโหมดคลั่งรักแบบเงียบๆ มักจะทำให้เกราะป้องกันภัยทั้งหมดของรินทร์พังทลายลงได้เสมอ
"รินทร์..." น้ำเสียงของคินน์เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น ร่องรอยความขี้เล่นเมื่อครู่อันตรธานหายไป เหลือเพียงความลึกซึ้งที่หนักแน่นจนคนฟังต้องกลั้นหายใจ "ขอบคุณนะ... ขอบคุณที่อดทนจับมือกันฝ่าฟันโปรเจกต์บ้าๆ นี้มาด้วยกัน ถ้าไม่มีคุณ อลกอริทึมตัวนี้คงเป็นได้แค่ภาพฝันในกระดาษเท่านั้น"
คำชมตรงไปตรงมาที่นานๆ ทีจะได้ยินจากปากคนปากแข็ง ทำเอารินทร์เม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างใน ความรู้สึกตื้นตันผสมปนเปกับความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วทรวงอก มันคือความสำเร็จที่สมบูรณ์แบบที่สุด... ไม่ใช่แค่ในแง่ของหน้าที่การงาน แต่เป็นเพราะคนตรงหน้านี้ต่างหาก
"อื้อ... รู้แล้วน่า ผมก็ไม่ได้ทำคนเดียวสักหน่อย ทีมงานทุกคนช่วยกันต่างหาก" รินทร์พยายามกลบเกลื่อนความเขินด้วยการเบือนหน้าหนี แต่ทว่ามือใหญ่อีกข้างกลับเอื้อมมาประคองคางของเขาให้หันกลับมาสบตาตรงๆ
"แต่สำหรับผม... คุณคือคนสำคัญที่สุดในอัลกอริทึมนี้" คินน์กระซิบเสียงพร่า ใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนรินทร์สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่ปัดป่านอยู่บนพวงแก้ม ระยะห่างระหว่างกันลดลงเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร หัวใจของรินทร์รัวเร็วจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เปลือกตาปิดลงช้าๆ รอรับสัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
"ท่านประธานคะ! คุณคินน์คะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!"
เสียงเคาะประตูระเบียงกระจกดังรัวพร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความตกใจของเลขาฯ สาวหน้าห้อง ทำเอาทั้งคินน์และรินทร์ผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต คินน์สบถเบาๆ ในลำคอด้วยความหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด ขณะที่รินทร์หน้าแดงแจ๋ รีบยกมือขึ้นเสยผมแก้เก้อ
ประตูกระจกถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต ร่างของเลขาฯ สาวหอบหายใจโยนแฟ้มเอกสารด่วนลงบนโต๊ะทำงานด้วยสีหน้าซีดเผือด
"ระบบเซิร์ฟเวอร์หลักของสาขาใหญ่ที่นิวยอร์กถูกแฮกค่ะ! ข้อมูลดิบของอัลกอริทึมเวอร์ชันสองกำลังถูกดาวน์โหลดออกไปแบบเรียลไทม์ และ... และแฮกเกอร์ทิ้งข้อความท้าทายไว้ให้คุณรินทร์โดยเฉพาะค่ะ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและลุ้นไปกับความสำเร็จครั้งนี้ด้วยกันนะคะ!
อัลกอริทึมรักฉบับคัดกรองความรู้สึก•ตอนที่ 10
ความสำเร็จที่แลกมาด้วยความเหนื่อย
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักฉบับคัดกรองความรู้สึก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!