“ถ้าหน้าจอคานีโอรันต่ออีกห้าวินาทีแล้วระบบล่ม คุณคินน์เตรียมตัวหยิบกระดาษมายื่นใบลาออกให้บอร์ดบริหารได้เลยค่ะ”
เสียงหวานติดจะห้วนของรินทร์ดังตัดผ่านความโกลาหลกลางห้องควบคุมหลังเวที งานเปิดตัวผลิตภัณฑ์เรือธงของบริษัทซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่ถึงสิบนาทีข้างหน้า แต่จู่ๆ อัลกอริทึมตัวประเมินความรู้สึกผู้ใช้งานแบบเรียลไทม์ก็เกิดอาการรวนอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เส้นกราฟสีฟ้าที่ควรจะนิ่งสงบกลับพุ่งทะยานเป็นสีแดงฉาน แจ้งเตือนข้อผิดพลาดรัวเป็นชุดจนหน้าจอแทบไหม้
คินน์ก้าวเข้ามาประชิดตัวในระยะประชิด เสื้อสูทสั่งตัดเข้ารูปไร้ที่ติสะท้อนแสงไฟนีออนสีส้มจากจอภาพ ใบหน้าคมคายฉายแววเคร่งเครียดจนสันกรามขึ้นเป็นสันชัด แต่ท่าทีของเขากลับนิ่งสนิทอย่างน่าประหลาด ผิดกับสถานการณ์วิกฤตตรงหน้าลิบลับ
“อย่ามาขู่ผมด้วยวิธีเด็กๆ, รินทร์” คินน์เอ่ยเสียงต่ำ ร่างสูงใหญ่โน้มลงมาจนไหล่แทบจะเบียดชิดกับคนตัวเล็กที่นั่งหน้าเครียดอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ “ถ้าคุณมัวแต่หันมาเถียงผม แทนที่จะใช้สมองอันปราดเปรื่องของคุณแกะรอยโค้ดตัวที่สาม สัญญาจ้างโปรเจกต์หน้าของเราคงต้องพับเก็บใส่ลิ้นชักไปโดยปริยาย”
“ปากดีเสียจริงนะคะ ทั้งที่มือคุณยังสั่นอยู่เลยตอนหยิบแท็บเล็ตเมื่อกี้” รินทร์ตอบกลับทันควันโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นใสจ้องเขม็งอยู่ที่บรรทัดโค้ดนับร้อยที่กำลังวิ่งผ่านเร็วจี๋ นิ้วเรียวรัวแป้นพิมพ์พลาสติกจนเกิดเสียงดังรัวราวกับเสียงฝนตกกระทบหลังคากระจก
“ผมไม่ได้สั่น ผมแค่... รำคาญเสียงบ่นของคุณ” คินน์แก้ตัวเสียงแข็ง แต่ก็ยอมขยับตัวเข้ามาช่วยบังมุมแสงสะท้อนจากหลอดไฟด้านบนเพื่อให้รินทร์มองเห็นหน้าจอได้ชัดเจนขึ้นโดยอัตโนมัติ ความใส่ใจที่แฝงมากับการกระทำปากร้ายแบบนี้นี่แหละ ที่ทำให้รินทร์รู้สึกหมั่นไส้จนอยากจะหยิกแขนแกร่งสักทีสองที ถ้าติดว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาชีวิตของบริษัทละก็นะ
บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความกดดัน ทีมงานฝ่ายเทคนิควิ่งวุ่นกันฝุ่นตลบ เสียงพิธีกรบนเวทีเริ่มกล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนนับร้อยชีวิตดังลอดผนังกันเสียงเข้ามาเบาๆ ยิ่งเพิ่มดีกรีความร้อนรนให้กับทุกคนในห้อง ยกเว้นก็แต่ซีอีโอหนุ่มผู้เนี๊ยบกริบกับโปรแกรมเนอร์หนุ่มปากกล้าคู่นี้ ที่ตอนนี้กำลังทำสงครามประสาทกันท่ามกลางดงสายไฟระโยงระยาง
“เจอแล้ว...” รินทร์พึมพำกับตัวเอง ลมหายใจที่ถูกกลั้นไว้ถูกพ่นออกมาพรวดใหญ่ “ตัวแปรความรู้สึกของฟังก์ชันปัดขวาถูกเซ็ตค่าให้รีเซ็ตตัวเองทุกๆ สามร้อยวินาที... ใครเป็นคนแก้โค้ดชุดนี้ก่อนเอาขึ้นระบบจริงเนี่ย!”
“ทีมย่อยของคุณเองนั่นแหละที่ส่งเวอร์ชันสุดท้ายมาให้ผมอนุมัติ” คินน์ตอบเสียงเรียบ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะเฉียดเข้ากับกลุ่มผมนุ่มของอีกฝ่ายเมื่อเขาชะโงกหน้าเข้ามาดูหน้าจอร่วมด้วย “หรือว่าคุณจะเถียงว่าคุณไม่ได้ตรวจทานให้ดีก่อนส่ง?”
รินทร์ชะงัก หันขวับกลับไปหมายจะเถียงให้คอเป็นเอ็น แต่กลายเป็นว่าจังหวะนั้นใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าข้างแก้มจนรินทร์เผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมกริบของคินน์ที่ปกติมักจะมองมาด้วยแววตาดุๆ ตอนนี้กลับฉายประกายบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะคาดเดา มันทั้งดุดันและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน จนคนปากเก่งอย่างรินทร์ถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
ระยะห่างที่ลดลงจนเหลือศูนย์ทำให้เสียงอึกทึกครึกโครมรอบตัวราวกับถูกกดปุ่มปิดเสียง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมผสานกับกลิ่นอายความกดดันเฉพาะตัวของคินน์ ลอยวนอยู่รอบตัวจนรินทร์รู้สึกเหมือนอุณหภูมิในห้องควบคุมนี้พุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน
“...ถะ-ถอยไปหน่อยสิคะ คุณคินน์ ตัวหนักจะตายอยู่แล้ว” รินทร์รีบเบือนหน้าหนี หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวผิดจังหวะเสียจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน มือเรียวยกขึ้นดันอกเสื้อสูทของซีอีโอหนุ่มให้ออกห่าง แต่วินาทีที่ฝ่ามือสัมผัสกับแผ่นอกกว้าง คินน์กลับไม่ได้ถอยหนยตามที่บอก กลับกัน... เขากลับคว้าข้อมือของรินทร์ไว้ด้วยปลายนิ้วอุ่นจัด บีบกระชับเบาๆ แต่หนักแน่นพอที่จะไม่ยอมปล่อย
“ถ้าผมถอยตอนนี้... ใครจะช่วยผมกู้ระบบให้ทันเวลาล่ะครับ, คุณโปรแกรมเนอร์คนเก่ง” เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนั้นเจือรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากอย่างคนเหนือกว่าชัดเจน
รินทร์เม้มริมฝีปากแน่น รู้สึกได้ถึงความร้อนที่ลามเลียขึ้นมาถึงใบหูอย่างห้ามไม่อยู่ อยากจะอ้าปากสวนกลับด้วยคำพูดจาเผ็ดร้อนเหมือนเคย แต่สายตาที่คินน์ใช้มองมาในเสี้ยววินาทีนั้นกลับทำให้คำพูดทั้งหมดติดอยู่แค่ลำคอ เป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อใจอย่างสนิทใจ... ความเชื่อใจที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีหยิ่งผยองและคำพูดจิกกัดมาโดยตลอด
ก่อนที่รินทร์จะได้ทันเอ่ยคำพูดใดออกมาแก้เก้อ ประตูห้องควบคุมก็ถูกผลักเปิดออกกะทันหันด้วยแรงผลักมหาศาล ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสไตล์แฟชั่นของ 'แทนคุณ' รองประธานฝ่ายการตลาดและคู่แข่งคนสำคัญของคินน์ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่เคลือบด้วยความเยาะเย้ย
“อ้าว... นึกว่าห้องนี้ไฟไหม้เสียอีก เห็นระบบรวนซะขนาดนั้น” แทนคุณกวาดสายตามองคนทั้งคู่ที่ยืนแนบชิดกันอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยรอยยิ้มมุมปาก ก่อนจะชะوักฝีเท้าลงเล็กน้อยเมื่อเห็นสีหน้าของคินน์ที่เปลี่ยนจากความผ่อนคลายเมื่อครู่ กลับมาเป็นความเย็นชาไร้ช่องโหว่ในทันที “หวังว่าอัลกอริทึมตัวเก่งของคุณคินน์จะยังไม่พังคามือโปรแกรมเนอร์คนโปรดหรอกนะ... เพราะอีกห้านาที แขกบ้านแขกเมืองเขาจะรอดูเดโมตัวจริงกันแล้ว”
รินทร์ดึงข้อมือตัวเองกลับจากการกุมมือของคินน์อย่างแนบเนียน พร้อมกับนิ้วเรียวที่เคาะแป้นพิมพ์Enterครั้งสุดท้าย เสียงแจ้งเตือนความสำเร็จสีเขียวสดใสปรากฏขึ้นบนหน้าจอ พร้อมกับกราฟประเมินความรู้สึกที่กลับมาวิ่งราบรื่นอย่างสวยงาม
“เรียบร้อยดีค่ะ รองประธานแทนคุณ” รินทร์เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ส่งยิ้มหวานหยดที่ไปไม่ถึงดวงตาให้ผู้มาใหม่ “ระบบเสถียรดีร้อยเปอร์เซ็นต์แถมยังแม่นยำกว่าเดิมเสียอีกค่ะ ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ”
แทนคุณหรี่ตามองเล็กน้อยอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นัก ก่อนจะหันไปทางคินน์ที่ยืนนิ่งเป็นภูเขาหิน
“งั้นก็ดีครับ... เชิญท่านซีอีโอออกไปกู้หน้าบนเวทีได้เลย” แทนคุณผายมือออกกว้างด้วยท่าทีเย้ยหยัน “เพราะตอนนี้ข้างนอกเขากำลังรอฟังคำแถลงการณ์ของคุณอยู่พอดี... และหวังว่ามันจะไม่มีเซอร์ไพรส์อะไรแย่ๆ รออยู่อีกนะ”
พูดจบ แทนคุณก็หมุนตัวเดินกลับออกไปจากห้อง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่ระอุด้วยประจุไฟฟ้าแห่งความตึงเครียดระลอกใหม่
คินน์หันกลับมามองรินทร์ที่กำลังก้มหน้าก้มตาเก็บชีทงานบนโต๊ะ นิ้วเรียวของเขายังคงสั่นเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัดเมื่อต้องหยิบแฟ้มเอกสารเล่มสุดท้ายขึ้นมา
“รินทร์” เสียงเรียกทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเบาๆ
รินทร์ชะงักมือ เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงด้วยความสงสัย
“ถ้าโปรเจกต์นี้จบลงด้วยดี...” คินน์เว้นจังหวะไปชั่วอึดใจ ดวงตาคมกريบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของโปรแกรมเนอร์หนุ่มราวกับจะค้นหาคำตอบอะไรบางอย่าง “คืนนี้... คุณต้องไปทานมื้อค่ำกับผม เพื่อเป็นการชดเชยที่คุณเกือบจะทำให้ผมหัวใจวายตายคาห้องควบคุมนี่ซะก่อน”
รินทร์อ้าปากค้าง จะปฏิเสธก็ไม่ทันเสียแล้วเมื่อประตูด้านหน้าเวทีถูกเปิดออกพร้อมเสียงปรบมือเกรียวกราวต้อนรับซีอีโอหนุ่ม และก่อนที่รินทร์จะได้ทันเปล่งเสียงปฏิเสธ คินน์ก็โน้มตัวลงมาประชิดกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาคนฟังขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
“อย่าปฏิเสธผมเลยครับ... เพราะไม่เช่นนั้น ผมอาจจะใช้อำนาจซีอีโอสั่งให้คุณมานั่งทำงานล่วงเวลาด้วยกันทุกคืนไปตลอดปีนี้เลยก็ได้”
...และก่อนที่รินทร์จะทันได้คว้าแฟ้มเอกสารฟาดหน้าคนเอาแต่ใจ ร่างสูงก็หมุนตัวก้าวออกจากห้องควบคุมตรงไปยังแสงไฟสว่างจ้าบนเวที ทิ้งให้รินทร์ยืนกัดฟันกรอดด้วยความหมั่นไส้ แต่หัวใจกลับเต้นรัวแรงจนแทบหลุดออกมานอกอกกับรอยยิ้มมุมปากที่คินน์ทิ้งไว้ก่อนเดินจากไป
— ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตรงนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
อัลกอริทึมรักฉบับคัดกรองความรู้สึก•ตอนที่ 9
เงื่อนไขที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักฉบับคัดกรองความรู้สึก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!