อัลกอริทึมรักฉบับคัดกรองความรู้สึก•ตอนที่ 8

อย่าถามคำถามที่ไม่มีคำตอบ

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารปกหนังราคาแพงที่ร่วงลงกระทบพื้นโต๊ะทำงานกระจกใส ดังสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบงันของห้องเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุด รินทร์ไม่ได้สะดุ้งตัวโยนกับเสียงนั้น เขาเพียงแค่ปรายตาลงมองมันครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคนที่ยืนค้ำหัวอยู่ด้วยแววตาที่นิ่งสนิท ทว่าซ่อนประกายไฟแห่งความกรุ่นโกรธไว้อย่างมิดชิด "คุณรินทร์ นี่คุณสติหลุดไปถึงไหนแล้ว ถึงได้ส่งโค้ดชุดนี้ผ่านระบบคัดกรองมาได้?" เสียงทุ้มต่ำที่มักจะเจือความเย่อหยิ่งอยู่เสมอในยามปกติ ตอนนี้กลับแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหงุดหงิด คินน์ถอดแว่นสายตาออกอย่างไร้ความปรานี ก่อนจะใช้นิ้วเรียวยาวนวดหว่างคิ้วตัวเองเบาๆ ท่าทางเหนื่อยหน่ายนั้นไม่ใช่การแสดง แต่เป็นความจริงที่ว่าผู้ชายตรงหน้ามักจะหาเรื่องให้เขาต้องปวดหัวได้ทุกวี่ทุกวัน—โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์อันคลุมเครือที่พวกเขากำลังเหยียบอยู่บนเส้นด้ายบางๆ นี้ "สติผมยังอยู่ครบถ้วนดีค่ะท่านซีอีโอ" รินทร์ย้อนกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กัดเจ็บ รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตา "แต่ดูเหมือนว่าระบบประมวลผลในหัวคุณต่างหาก กำลังมีปัญหาเรื่องการแยกแยะระหว่าง 'เรื่องงาน' กับ 'เรื่องส่วนตัว'" คินน์ชะงัก นิ้วที่นวดหว่างคิ้วลดลงช้าๆ ดวงตาคมกริบกวาดมองโปรแกรมเมอร์หนุ่มที่นั่งไขว่ห้างพิงพนักเก้าอี้อย่างไม่เกรงกลัว ท่าทางอวดดีและดื้อรั้นแบบนั้นแหละที่ทำให้คินน์อยากจะเอื้อมมือไปบีบให้หายพยศนัก แต่ติดตรงที่หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่อีกฝ่ายจ้องกลับมาด้วยสายตาคาดคั้นแบบนี้ "อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง" คินน์เค้นเสียงลอดไรฟัน ก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานจนรินทร์ต้องขยับตัวถอยเล็กน้อย "ผมกำลังพูดถึงอัลกอริทึมที่คุณฝังโค้ดประหลาดเอาไว้ มันหมายความว่ายังไง... 'ถ้าระบบตรวจพบอัตราการเต้นของหัวใจเกินร้อยครั้งต่อนาที จะบล็อกการเข้าถึงทันที' นี่คุณเขียนโปรแกรมหรือเขียนไดอารี่ระบายอารมณ์กันแน่?" รินทร์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย้ยหยันแต่กลับทำให้หัวใจของคนฟังกระตุกวูบ เขาไม่ยอมหลบตา ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ จนความสูงของทั้งคู่แทบไม่ต่างกันเลยแม้แต่น้อย ปลายจมูกของพวกเขากลืนหายไปกับระยะห่างที่ถูกลดทอนลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ว่าง "แล้วทำไมคุณถึงร้อนตัวล่ะคะ?" รินทร์เอียงคอมอง เลิกคิ้วขึ้นอย่างท้าทาย "หรือว่าตอนที่เทสระบบนี้เมื่อคืน... อัตราการเต้นของหัวใจคุณมันดันทะลุร้อยพอดี ถึงได้วิ่งแจ้นมาเอาเรื่องผมถึงห้องทำงานแต่เช้าแบบนี้?" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ อากาศรอบตัวคล้ายจะอุ่นขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ คินน์กลืนน้ำลายลงคออึดใหญ่ สันกรามคมสันขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ความปากแข็งและทิฐิที่สั่งสมมานานหลายปีบอกให้เขาปฏิเสธเสียงแข็ง แต่มองลึกลงไปในดวงตาส่อประกายรู้ทันคู่นั้นแล้ว เขาก็รู้ดีว่าการโกหกตอนนี้มีแต่จะทำให้ตัวเองดูน่าสมเพช "ผมไม่ได้ร้อนตัว... ผมแค่กำลังทำหน้าที่ในฐานะหัวหน้างานที่ต้องตรวจสอบความถูกต้องของระบบ" คินน์เสียงแข็งกลบเกลื่อน แต่ใบหูที่ขึ้นสีแดงเรื่อนั้นทรยศคำพูดของเจ้าตัวอย่างสิ้นเชิง "หัวหน้างานเหรอคะ?" รินทร์ทวนคำ เสียงกระซิบพร่าเลือนลอยมาแตะริมฝีปากของอีกฝ่ายราวกับจงใจยั่วเย้า มือเรียวยืดยาวออกไปแตะที่ปกเสื้อสูทเนื้อดีของซีอีโอหนุ่ม ปัดฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงออกแผ่วเบา "หัวหน้างานที่ไหนเขาตามมาเช็คบิลลูกน้องถึงห้องนอนส่วนตัวตอนตีสอง หัวหน้างานที่ไหนเขาจ้องปากลูกน้องเวลาพูดเรื่องงาน... หรือว่าอัลกอริทึมของผมมันแม่นยำเกินไป จนคุณกลัวว่าความรู้สึกจริงๆ ที่ซ่อนอยู่ข้างในมันจะถูกแฮกออกมาให้หมดกันแน่ล่ะครับ... คุณคินน์" คำพูดนั้นเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนเกราะป้องกันอันเปราะบาง คินน์นิ่งงังไปชั่ววินาที มือใหญ่ฉวยข้อมือของรินทร์ไว้แน่นโดยอัตโนมัติ แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความอัดอั้นที่เก็บกดไว้มานาน "รินทร์..." คินน์เรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป ไร้ซึ่งความเย่อหยิ่ง หลงเหลือเพียงความร้าวราญบางเบาที่ถูกซ่อนไว้ใต้ความดุดัน "คุณต้องการอะไรจากผมกันแน่? อยากได้คำตอบว่าผมรู้สึกยังไงเหรอ? อยากให้ผมพูดมันออกมานักใช่ไหม ว่าผม..." เขากลืนคำพูดที่เหลือลงคอ ดวงตาคมกริบฉายแววเจ็บปวดและลังเลอย่างถึงที่สุด ความกลัวที่จะสูญเสียการควบคุม ความกลัวที่จะพังทลายกำแพงที่สร้างมาทั้งชีวิตเพื่อปกป้องตัวเอง ทำให้คำว่า 'รัก' ที่จุกอยู่ที่คอหอยถูกกลืนกลับลงไป รินทร์มองท่าทางอึกอักนั้น หัวใจที่เคยพองโตด้วยความหวังกลับหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความโกรธและความน้อยใจตีรวนขึ้นมาจนแสบจมูก เขายอมเปิดใจ ยอมลดทอนกำแพงของตัวเองลงทีละน้อย แต่อีกฝ่ายกลับเลือกที่จะถอยหลังกลับเข้าสู่เซฟโซนอันเย็นชาทุกครั้ง "นั่นสินะคะ..." รินทร์ยิ้มหยันให้กับตัวเอง ค่อยๆ ดึงข้อมือออกจากมือของอีกฝ่ายอย่างช้าๆ "ผมมันก็แค่โปรแกรมเมอร์ที่ชอบคิดไปเองคนหนึ่ง อย่าไปใส่ใจกับคำพูดไร้สาระของผมเลยค่ะท่านซีอีโอ เชิญกลับไปทำงานต่อเถอะ ระบบของผมมันปลอดภัยดี ไม่มีวันรวนหรอก... ยกเว้นแต่ว่าหัวใจของคุณต่างหากที่มันรวนจนซ่อมไม่ไหวแล้ว" พูดจบ รินทร์ก็เบี่ยงตัวหลบเตรียมจะเดินเลี่ยงไปหยิบแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงาน เพื่อตัดบทสนทนาที่ยิ่งคุยก็ยิ่งทำให้เจ็บปวด แต่คินน์ไว,กว่า เขาก้าวพรวดเดียวก็คว้าต้นแขนของรินทร์ไว้แล้วเหวี่ยงให้แผ่นหลังแนบชิดกับผนังห้องกระจกเย็นเฉียบ โดยมีร่างกายกำยำของเขาตามมาทาบทับ กักขังอีกฝ่ายให้อยู่ในอ้อมแขนอย่างไร้ทางหนี "ปล่อยนะ!" รินทร์ตาดุใส่ ขยับตัวจะขัดขืนแต่ถูกมือใหญ่อีกข้างรวบข้อมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือหัวตรึงไว้ด้วยมือเดียว ส่วนมืออีกข้างเอื้อมมาประคองกรามมนไว้แน่น บังคับให้รินทร์ต้องแหงนหน้าขึ้นรับสัมผัส "ใครอนุญาตให้คุณพูดจาแบบนี้ใส่ผม?" คินน์ก้มหน้าลงมาจนหน้าผากชิดกัน ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนพวงแก้ม แววตาที่มองมาดุดันแต่กลับสั่นไหวรุนแรง "คุณคิดว่าตัวเองฉลาดนักใช่ไหม รินทร์? คิดว่าอ่านใจคนอื่นทะลุปรุโปร่งไปหมดทุกเรื่องเลยรึไง!" "ถ้าผมฉลาดจริง... ผมคงไม่มานั่งโง่งอแงรอคำตอบจากคนปากแข็งอย่างคุณหรอกค่ะ!" รินทร์สวนกลับทันควัน นัยน์ตาส2ข้างวาวโรจน์ด้วยความทิฐิที่พุ่งสูงปรี๊ด "ถ้าไม่มีอะไรจะพูด ก็ปล่อยผม! อย่ามาทำตัวรุ่มร่ามกับลูกน้องถ้าคุณยังไม่กล้าแม้แต่จะยอมรับความรู้สึกตัวเอง!" คินน์ชะงักกึก ดวงตาคมกริบมองริมฝีปากที่ขยับเถียงไม่หยุดหย่อนนั้นด้วยความหมั่นไส้ระคนคลั่งรัก ความอดทนที่สะสมมาตลอดสัปดาห์ขาดผึ่งลงในวินาทีนั้น เขาไม่อาจทนฟังคำตัดพ้อตัดรอนที่บาดลึกหัวใจนี่ได้อีกต่อไปแล้ว ไม่ทันที่รินทร์จะได้อ้าปากพูดอะไรต่อ คินน์ก็ก้มลงปิดกั้นเรียวปากอิ่มนั้นด้วยริมฝีปากของตนเองทันที! สัมผัสแรกเต็มไปด้วยความดุดันและเอาแต่ใจ ราวกับเป็นการลงโทษคนปากเก่งที่กล้าท้าทายอำนาจมืดของซีอีโอหนุ่ม แต่ผ่านไปเพียงเสี้ยววินาที ความโกรธเกรี้ยวก็แปรเปลี่ยนเป็นความโหยหาที่อัดอั้น คินน์ขบเม้มริมฝีปากล่างของรินทร์เบาๆ ก่อนจะสอดแทรกความร้อน 1 แทรกซึมเข้าไปตักตวงความหวานล้ำที่เขาเฝ้าฝันถึงมาตลอด รินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปหมด ชั่วขณะหนึ่งเขาพยายามจะเบือนหน้าหนีและขัดขืน แต่รสจูบที่ทั้งดุดัน ละมุนละไม และเปี่ยมล้นไปด้วยความรู้สึกที่เอ่อล้นทะลักออกมา ก็ทำให้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีมลายหาย 2 ไปสิ้น ร่างกายทรยศด้วยการอ่อนระทวย เผลอเผยอริมฝีปากตอบรับสัมผัสอันเร่าร้อนนั้นโดยไม่รู้ตัว มือที่เคยถูกตรึงไว้ค่อยๆ คลายออก ก่อนจะเปลี่ยนเป็นยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของอีกฝ่ายไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว เสียงลมหายใจหอบกระชั้นดังประสานกันในความเงียบสงบ คินน์ผละริมฝีปากออก1ห่างเพียงเล็กน้อยเพื่อให้อีกฝ่ายได้สูดอากาศ แต่หน้าผากยังคงแนบชิดกันอยู่ ดวงตาทั้งสองคู่ประสานกันอย่างมีความหมายลึกซึ้งที่ไม่อาจเอ่ยเป็นคำพูดได้ รินทร์หอบหายใจจนอกกระเพื่อม ใบหน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู เขากัดริมฝีปากตัวเองที่บวมเจ่อเล็กน้อยด้วยความเขินอายปนขัดใจ ยามเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับคินน์ที่ตอนนี้แววตาอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด ความรู้สึกอุ่นวาบก็แผ่ซ่านไปทั่วอก "ทีนี้... เข้าใจอัลกอริทึมของผมรึยังคะ?" คินน์กระซิบเสียงพร่าข้างใบหู รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากหยัก "หัวใจผมมันเกินร้อยครั้งต่อนาทีจริงๆ และสาเหตุก็ยืนอยู่ตรงนี้... ในอ้อมแขนผมนี่ไง" รินทร์เม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวโครมครามจนแทบจะทะลุอก เขาเตรียมจะอ้าปากสวนกลับด้วยประโยคแสบๆ คันๆ ตามนิสัยเดิม เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่กำลังแผดเผาใบหน้า ทว่า... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน ตามด้วยเสียงเปิดประตูที่ถูกผลักเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต ร่างโปร่งบางของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มสดใสและแฟ้มเอกสารในมือ "พี่คินน์คะ แฟ... อุ๊ย! ขอโทษค่ะ นึกว่าพี่อยู่คนเดียว!" รินทร์ผละออกจากอ้อมแขนของคินน์แทบจะไม่ทัน เมื่อหันไปมองผู้มาใหม่ หัวใจที่เคยพองโตกลับกระตุกวูบลงไปกองที่ตาตุ่มอีกครั้ง เมื่อพบว่าคนที่ยืนอยู่หน้าประตูคือ 'มีน' ลูกพี่ลูกน้องสาวสวยที่เพิ่งบินกลับมาจากต่างประเทศ และเป็นคู่หมั้นที่ทางผู้ใหญ่หมายมั่นปั้นมือไว้ให้คินน์ ...และเธอกำลังมองมาที่พวกเขาทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มค้างเติ่งบนใบหน้า แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักฉบับคัดกรองความรู้สึก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%