“ถ้าคุณยังยืนเกร็งแล้วทำหน้าเหมือนฉันกำลังจะลากคุณไปประหารแบบนั้น งานลงพื้นที่วันนี้คงได้จบลงที่ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลอำเภอแทนที่จะเป็นแปลงเกษตรอัจฉริยะนะคะ ท่านซีอีโอ”
เสียงหวานติดจะเยาะนิดๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบในรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อคันโต รินทร์ปรายตามองชายหนุ่มข้างกายที่นั่งหลังตรงแหน่วราวกับกลืนไม้บรรทัดทั้งอัน มือหนาจับที่จับเหนือประตูแน่นเสียจนข้อต่อปลายนิ้วขึ้นสีขาวซีด ชุดสูทแบรนด์ดังราคาเหยียบแสนที่อุตส่าห์ดั้นด้นใส่มาตรวจงานในต่างจังหวัด บัดนี้ดูขัดเขินกับสภาพถนนลูกรังแดงเถือกที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อจนน่าขัน
คินน์หันขวับมามองตัวต้นเหตุที่นั่งไขว่ห้างถือแท็บเล็ตตรวจโค้ดระบบเซนเซอร์ดินอย่างไม่สะทกสะท้าน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นกันแดดราคาแพงหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความหมั่นไส้
“ฉันไม่ได้เกร็ง ฉันแค่ออกกำลังกายเกร็งกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวระหว่างเดินทางต่างหากล่ะครับ... เอ๊ย! หมายถึง... ฉันแค่กำลังประเมินความปลอดภัยของยานพาหนะที่คุณเลือกต่างหาก รินทร์” คินน์เกือบหลุดปากแก้ตัวด้วยเสียงห้วนๆ แต่ก็ยังไม่วายฟอร์มจัด กลบเกลื่อนความประหม่าด้วยการปรับเสียงให้เข้มขึ้น
“ค่ะ พ่อคนรอบคอบ ระวังกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวของคุณจะฉีกซะก่อนที่เราจะไปถึงแปลงเกษตรชุมชนนะคะ” รินทร์ยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า ปิดหน้าจอแท็บเล็ตแล้วหันมาเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายตรงๆ “พูดก็พูดเถอะค่ะคุณคินน์ แปลกใจชะมัดที่คุณยอมทิ้งห้องทำงานแอร์เย็นฉ่ำในตึกสูงระฟ้า มาทนฝุ่นทนแดดกับโปรแกรมเมอร์ปากจัดอย่างฉันได้ตั้งสามวันเต็มๆ”
คินน์ชะงักไปนิด ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบตึงอยู่เสมอยกยิ้มหยันขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่คมไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะถูกกลบด้วยมาارท์เคร่งขรึมตามเคย
“อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลยรินทร์ ฉันแค่มารับผิดชอบโปรเจกต์ที่บริษัทลงทุนไปมหาศาล และในฐานะซีอีโอ ฉันมีหน้าที่ต้องตรวจสอบว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ไม่ได้ละลายหายไปกับความดื้อรั้นของคุณก็เท่านั้น”
“เหรอคะ? นึกว่าติดใจฝีมือเขียนโค้ด หรือว่า...” รินทร์จงใจลากเสียงยาว ขยับกายเข้าไปใกล้ร่างสูงขึ้นอีกนิดจนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นแดดอ่อนๆ ลอยเข้าจมูก “...ติดใจอะไรแถวๆ นี้ซะอีก”
“รินทร์!” คินน์กัดฟันกรอด ใบหูข้างที่หันมาทางหญิงสาวขึ้นสีแดงจัดอย่างปิดไม่มิด ชายหนุ่มรีบเบือนหน้าหนีออกไปนอกหน้าต่างรถเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่กำลังระบายอยู่บนมุมปากอย่างห้ามไม่อยู่ ปากร้ายใจแข็งแค่ไหน แต่สุดท้ายหัวใจเจ้ากรรมก็ยังคงทรยศเขาด้วยการเต้นผิดจังหวะทุกทีที่โดนอีกฝ่ายรุกใส่แบบไม่ทันตั้งตัว
รถกระบะเลี้ยวเข้าสู่พื้นที่โครงการย่อยของวิสาหกิจชุมชนท่ามกลางเสียงเครื่องยนต์ที่คำรามลั่น ฝุ่นสีแดงฟุ้งตลบไปทั่วบริเวณ ทันทีที่ประตูรถเปิดออก ความร้อนระอุของแดดภาคบ่ายก็ปะทะเข้ากับผิวหน้าทันที รินทร์ย่นจมูกเล็กน้อยก่อนจะหยิบหมวกแก๊ปมาสวม ลุกขึ้นเตรียมก้าวลงจากรถ แต่ทว่าอุบัติเหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
เพราะความรีบและพื้นดินต่างระดับ ทำให้ข้อเท้าของรินทร์พลิกเข้าอย่างจังจนร่างเพรียวเซถลาเตรียมจะล้มลงไปฟาดกับพื้นดินกรวดหินด้านล่าง
“ระวัง!”
เสียงทุ้มตวาดลั่นพร้อมกับท่อนแขนแข็งแกร่งที่พุ่งเข้ามาคว้าเอวบางเอาไว้ได้ทันอย่างฉิวเฉย แรงเหวี่ยงทำให้ร่างทั้งสองร่างเซถลาล้มลงไปกองบนเบาะรถที่พับไว้ด้านหลังอย่างทุลักทุเล แต่โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บรุนแรง
ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิด รินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อพบว่าตัวเองกำลังนอนทับอยู่บนร่างของประธานหนุ่มผู้แสนหยิ่งผยอง ดวงตาคมกริบของคินน์มองตรงมาที่เธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกเจือความห่วงใยที่ปิดไม่มิด มือหนาข้างหนึ่งยังคงโอบกระชับอยู่ที่เอวบางแน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหลุดลอยหายไปไหน
“ซุ่มซ่ามจริงนะคุณนี่” คินน์บ่นอุบด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่ากว่าปกติ หัวใจในอกเต้นโครมครามจนไม่รู้ว่าเป็นเพราะความตกใจเมื่อครู่ หรือเป็นเพราะร่างนุ่มนิ่มที่กำลังแนบชิดอยู่บนตัวเขาตอนนี้กันแน่
รินทร์เม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นแรงไม่แพ้กัน ความใกล้ชิดที่มากเกินความจำเป็นทำให้กำแพงน้ำแข็งที่ทั้งคู่ต่างสร้างขึ้นเพื่อป้องกันความรู้สึกเริ่มแตกร้าวทีละน้อย ปลายจมูกของคนทั้งสองแทบจะชนกันอยู่แล้วในวินาทีนั้น
“ปล่อยค่ะ ฉันลุกเองได้” รินทร์กระซิบเสียงเบา ความมั่นใจที่เคยมีหายเกลี้ยง เหลือเพียงความประหม่าที่ตีรวนขึ้นมาในอก
“เจ็บตรงไหนหรือเปล่าล่ะ... ปากดีนัก แต่เรื่องแค่นี้ยังดูแลตัวเองไม่ได้” คินน์ไม่ยอมปล่อย เขากลับกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นอีกนิด ปลายนิ้วโป้งเผลอไล้เบาๆ บนสะโพกมนผ่านเนื้อผ้าอย่างลืมตัว สายตาคมทอดมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันอย่างถือดี “ทีหลัง... ถ้าจะล้ม ช่วยล้มมาให้ถูกทางแบบนี้หน่อยสิ ฉันจะได้มารับทัน”
คำพูดหยอกเย้าเจือความเอาแต่ใจแบบนั้นทำเอารินทร์ถึงกับใบ้าร้อนผ่าว เธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาเบาๆ “คุณคินน์! นี่ฉันข้อเท้าแพลงอยู่นะคะ ยังจะมีอารมณ์มาหยอกอีกเหรอ”
“ใครหยอก ฉันพูดจริง” คินน์ยิ้มมุมปาก นัยน์ตาพราวระยับด้วยประกายความคลั่งรักที่ซ่อนเร้นมานาน “ตั้งแต่มาทำงานด้วยกันนี่ คุณทำให้ฉันต้องเหนื่อยใจแล้วก็หัวใจวายมาหลายรอบแล้วนะ รินทร์... รับผิดชอบความรู้สึกฉันด้วย”
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ เสียงลมพัดผ่านกิ่งไม้และเสียงพูดคุยของชาวบ้านด้านนอกเลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นประสานกันอย่างชัดเจนในพื้นที่แคบๆ นอกเหนือจากการปะทะคารมที่เคยมีมาตลอดหลายสัปดาห์ ความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและจริงใจกำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน ทลายกำแพงทิฐิในใจของทั้งสองคนลงทีละน้อย
รินทร์ชะงักค้าง ดวงตากลมโตมองสบกับแววตาจริงจังที่ซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นของอีกฝ่าย ปากที่เคยจัดจ้านเถียงฉับๆ ตอนนี้กลับหนักอึ้งราวกับมีก้อนอะไรมาจุกอยู่ที่ลำคอ เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำพูดบางอย่างเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายนี้
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะกระจกรถด้านนอกดังขึ้นกะทันหัน พร้อมกับเสียงทุ้มของหัวหน้าทีมภาคสนามที่ตะโกนเข้ามา “คุณรินทร์ครับ! ท่านซีอีโอครับ! ทีมงานพร้อมที่แปลงเกษตรแล้วนะครับ เชิญลงมาตรวจหน้างานได้เลยครับ!”
คินน์สะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาคมเข้มฉายแววหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดที่มารบกวนเวลาส่วนตัว เขากัดฟันกรอด สบถเบาๆ ในลำคออย่างขัดใจ ก่อนจะค่อยๆ คลายอ้อมแขนออกอย่างไม่เต็มใจนัก
รินทร์รีบพยุงตัวเองลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ใบหน้าสวยแดงก่ำด้วยความเขินอาย เธอส่งค้อนวงใหญ่ให้คนตัวโตที่ยังนอนยิ้มกรุ่มกริ่มอยู่บนเบาะรถอย่างหมั่นไส้
“เพราะเสียงเรียกเมื่อกี้หรอกนะคะ... ไม่งั้นฉันคงได้ฟังประโยคถัดไปของคุณแล้วเชียว” รินทร์กระซิบเบาๆ ด้วยรอยยิ้มท้าทาย ก่อนจะหันไปเปิดประตูรถเพื่อก้าวลงไปข้างนอก ทิ้งให้ซีอีโอหนุ่มซึนเดระนั่งมองตามด้วยแววตาเป็นประกาย
คินน์หัวเราะในลำคอเบาๆ ก้าวขาลงจากรถตามหลังร่างเพรียวไปติดๆ พลางคิดในใจว่า... เกมสنا๊กนี้ ท่าทางเขาจะยอมแพ้ให้โปรแกรมเมอร์ปากเก่งคนนี้ราบคาบเสียแล้วกระมัง
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาสัมผัสความฟินปนความละมุนไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
อัลกอริทึมรักฉบับคัดกรองความรู้สึก•ตอนที่ 7
เส้นขนานที่เริ่มบรรจบ
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักฉบับคัดกรองความรู้สึก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!